ฉีดวัคซีนไขว้

 

สูตรฉีดวัคซีนแบบไขว้กลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังเร่งทำความเข้าใจกันมากขึ้น เมื่อไวรัสโควิด-19 ยังคงขยายสายพันธุ์ต่อไปไม่หยุดหย่อน แม้ได้รับวัคซีนครบโดสก็ยังอาจต้านทานเชื้อไม่ไหว และล่าสุดองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศไฟเขียวการฉีดวัคซีนโควิดแบบไขว้ชนิดแล้ว ชวนมาทำความเข้าใจฉีดวัคซีนแบบไขว้ สูตรต้านไวรัสโควิดล่าสุด!

วัคซีนโควิด

ทำไมทั่วโลกถึงเร่งกระจายการฉีดวัคซีน ?

เพราะท้ายที่สุดไวรัสโควิด-19 จะเป็นสิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งชนิดที่อยู่ร่วมโลกกับเราต่อไป และกลายเป็นโรคประจำถิ่น (Endemic) ทั่วไปอย่างที่เราเคยตั้งสมมติฐานกัน การเร่งกระจายวัคซีนโควิดจึงเปรียบเสมือนการกระจายอาวุธให้ทุกคน ไว้ใช้ต่อสู้กับเชื้อไวรัสชนิดนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะไปทำความเข้าใจสูตรฉีดวัคซีนแบบไขว้ชนิด อยากจะชวนทำความเข้าใจว่าทำไมเราถึงควรฉีดวัคซีนโควิด-19 ตั้งแต่ตอนนี้

  • เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้ร่างกาย การฉีดวัคซีนโควิด-19 รวมถึงวัคซีนอื่นๆ ทุกชนิด ต่างมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพให้ระบบภูมิคุ้มกันมีความสามารถต่อการยับยั้งเชื้อไวรัสชนิดนั้นๆ ได้ดีขึ้น การฉีดวัคซีนจึงช่วยลดความรุนแรงของไวรัสเมื่อเข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่ากรณีที่ไม่ฉีดวัคซีนเลย 

  • เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd immunity) คือ การที่คนส่วนใหญ่บนโลกมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ในที่สุด สามารถติดเชื้อจนหายเอง และอาจมีอาการหรือไม่มีอาการเลยก็ได้ ลักษณะคล้ายๆ เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพราะร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติขึ้นมาได้เอง ถึงเรียกว่าเป็นการอยู่ร่วมกับเชื้อไวรัส หรือภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd immunity) แต่ก่อนที่เราจะเดินทางไปสู่จุดนั้น ทุกคนต้องได้รับวัคซีนเป็นสิ่งตั้งต้นอย่างทั่วถึงเสียก่อน  

เพราะเมื่อตัดภาพมาที่สถานการณ์ความเป็นจริงในเวลานี้ ยังพบว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ได้หยุดอยู่แค่สายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง แต่ยังขยับขยายพัฒนาตัวเองและมีความสามารถในการกระจายเชื้อที่แตกต่างกัน บวกกับอัตราการติดเชื้อรายวันในหลายๆ ประเทศที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นที่มาของการเริ่มต้นใช้สูตรการฉีดวัคซีนแบบไขว้ในเวลาต่อมา

วัคซีนไขว้

 

ทำความเข้าใจฉีดวัคซีนแบบไขว้ สูตรต้านไวรัสโควิดฉบับล่าสุด!

เมื่อเชื้อไวรัสเริ่มมีฤทธิ์รุนแรงขึ้น การพัฒนาวัคซีนให้มีประสิทธิภาพเท่าทันจึงเป็นสิ่งสำคัญและควรทำอย่างรวดเร็ว ล่าสุดองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เคาะไฟเขียวการฉีดวัคซีนโควิดแบบไขว้ออกมา โดยแนะนำให้เป็นการฉีดวัคซีนเข็มแรกด้วยวัคซีนแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) และเข็ม 2 ด้วยวัคซีนชนิด mRNA ของไฟเซอร์ (Pfizer) และโมเดอร์นา (Moderna) ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนแบบไขว้ชนิดที่สามารถใช้ได้ในกรณีที่มีวัคซีนจำกัด เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยประสิทธิภาพและความปลอดภัยเพิ่มเติม ขณะที่หลายประเทศก็ได้เริ่มมีการฉีดวัคซีนสูตรไขว้กันมากขึ้น เช่น

  • ประเทศสเปน ประชาชนที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปี และเคยฉีดวัคซีนเข็มแรกด้วยแอสตราเซเนกา สามารถรับวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มที่ 2 ได้

  • ประเทศบาห์เรน ประชาชนที่ได้รับวัคซีนยี่ห้อใดไปก็ตามให้ฉีดกระตุ้นเข็ม 2 ด้วยวัคซีนไฟเซอร์ หรือซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ได้

  • ประเทศแคนาดา ประชาชนที่ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นเข็มแรก อาจเลือกฉีดวัคซีนชนิด mRNA อย่างไฟเซอร์ และโมเดอร์นาเป็นเข็มที่ 2 ได้ โดยได้มีการศึกษาเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนแบบไขว้ชนิดเพิ่มเติม โดยพบว่ามีประสิทธิภาพและสามารถป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

  • ประเทศเกาหลีใต้ ประชาชนที่ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นเข็มแรก จะได้รับวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มที่ 2

  • ประเทศจีน ได้มีการทดลองฉีดวัคซีนไขว้ในรูปแบบต่างๆ ด้วยวัคซีน 2 ชนิด คือ แอสตราเซเนกา และคอนวิดีเซีย (Convidecia) ซึ่งเป็นวัคซีนตัวใหม่ของจีนที่ผลิตจากเทคโนโลยี Viral Vector โดยเป็นการทดลองฉีดไขว้เพื่อศึกษาการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้ยังไม่ได้ครอบคลุมถึงการป้องกันเชื้อไวรัสเดลตาที่ยังคงแพร่ระบาดหนักเป็นวงกว้างทั่วโลก 

  • ประเทศเวียดนาม หนึ่งในประเทศที่ได้เริ่มมีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มที่ 2 แก่ประชาชนที่เคยได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นเข็มแรกไปแล้ว

  • ประเทศเยอรมนี ประชาชนที่เคยฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นเข็มแรก สามารถฉีดวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มที่ 2 ได้ จากการศึกษายังพบว่าการฉีดวัคซีนแบบไขว้สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าการฉีดแอสตราเซเนกา 2 เข็มอีกด้วย

  • ประเทศอินโดนีเซีย ได้มีการพิจารณาให้บุคลากรทางการแพทย์ที่เคยฉีดวัคซีนซิโนแวคไปเป็นเข็มแรก จะได้รับการฉีดวัคซีนแบบไขว้ชนิดอื่นเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่อง และบุคลากรทางการแพทย์ที่เคยฉีดวัคซีนซิโนแวคจนครบโดส (2 เข็ม) จะได้รับวัคซีนโมเดอร์นาเป็นเข็มที่ 3 ต่อไป

รวมถึงประเทศญี่ปุ่นที่กำลังพิจารณาใช้สูตรฉีดวัคซีนแบบไขว้ชนิด โดยนำวัคซีนแอสตราเซเนกามาใช้ร่วมกับวัคซีนที่มีอยู่ เช่น ไฟเซอร์ และโมเดอร์นา จะเห็นว่าหลายๆ ประเทศได้มีความพยายามศึกษาการฉีดวัคซีนไขว้ชนิดเพิ่มเติมควบคู่ไปด้วย เพื่อติดตามประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแบบไขว้ให้มากที่สุด แน่นอนว่าประเทศไทยบ้านเราอาจเป็นประเทศแรกๆ ที่มีการทดลองการฉีดวัคซีนไขว้ชนิดด้วยเช่นเดียวกัน

 

ฉีดวัคซีนโควิดแบบไขว้

อัปเดต 3 กลุ่มเป้าหมายในไทย พร้อมสูตรฉีดวัคซีนแบบไขว้ที่ต้องรู้!

สำหรับการฉีดวัคซีนแบบไขว้ในบ้านเราได้กลายเป็นที่ถกเถียงอยู่พักใหญ่ จนท้ายที่สุดก็ได้บทสรุปว่าสามารถฉีดวัคซีนโควิดแบบไขว้ชนิดได้ เพื่อเสริมประสิทธิภาพที่มีอยู่เดิม และครอบคลุมการฉีดวัคซีนโควิดตามกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 3 กลุ่มหลัก พร้อมสูตรการฉีดวัคซีนไขว้ชนิด ดังนี้ 

  • กลุ่มที่ 1 กลุ่มประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่อยู่ใน 7 กลุ่มโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป โดยแบ่งสูตรฉีดวัคซีนออกเป็น 2 สูตร ได้แก่ 

  • สูตรที่ 1 ฉีดวัคซีนเข็มแรกด้วยซิโนแวค และเข็ม 2 ด้วยวัคซีนแอสตราเซเนกา โดยเว้นระยะห่างกัน 3 สัปดาห์ ใช้เป็นสูตรหลัก หรือบางกรณีอาจฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นเข็มแรกก็ได้ 

  • สูตรที่ 2 แอสตราเซเนกา 2 เข็ม เว้นระยะห่างกัน 12 สัปดาห์

  • กลุ่มที่ 2 กลุ่มเด็กและวัยรุ่นอายุระหว่าง 12-18 ปี ที่อยู่ในกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป สามารถฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่างกัน 3 สัปดาห์

  • กลุ่มที่ 3 กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า โดยแบ่งการจัดสรรการฉีดวัคซีน ดังนี้

  • สูตรที่ 1 ผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค หรือวัคซีนซิโนฟาร์ม 2 เข็ม จะได้รับวัคซีนไฟเซอร์ หรือวัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

  • สูตรที่ 2 ผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค วัคซีนซิโนฟาร์ม หรือวัคซีนแอสตราเซเนกาแล้ว 1 เข็ม จะได้รับวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มที่ 2 โดยเว้นระยะห่างการฉีดตามโดสชนิดของวัคซีนเข็มแรกเป็นหลัก

  • สูตรที่ 3 ผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคเป็นเข็มแรก จะได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นเข็มที่ 2 โดยเว้นระยะห่างกัน 3 สัปดาห์

  • สูตรที่ 4 ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา 2 เข็ม เว้นระยะห่างกัน 12 สัปดาห์

  • สูตรที่ 5 ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม เว้นระยะห่างกัน 3 สัปดาห์

รวมถึงการฉีดวัคซีนไขว้ที่คาดว่าจะได้เริ่มใช้ช่วงเดือนตุลาคม 2564 สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยการใช้สูตรวัคซีนไขว้เข็มที่ 1 เป็นวัคซีนแอสตราเซเนกา และเข็มที่ 2 เป็นวัคซีนไฟเซอร์ เว้นระยะห่าง 4-12 สัปดาห์ 

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังละเลยไม่ได้คือการป้องกันตนเองและคนรอบข้างอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่แออัดโดยไม่จำเป็น พร้อมเสริมความอุ่นใจด้วยประกันสุขภาพออนไลน์ สะดวกด้วยบริการที่รวดเร็ว ช่วยลดขั้นตอนความยุ่งยากในการทำประกันแผนต่างๆ โดยยังคงการบริการอย่างเต็มที่ด้วยบริการครอบคลุมความดูแลที่หลากหลาย ตั้งแต่ประกันอุบัติเหตุไปจนถึงกลุ่มโรคร้ายแรงที่คุณสามารถเลือกแผนประกันได้ตามต้องการ โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแผนประกันออนไลน์ที่เหมาะสำหรับคุณ

 

รายละเอียดแผนประกันออนไลน์ซิกน่า : https://buy.cigna.co.th/

ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า Call Center 1758 


 

อ้างอิงข้อมูล :

https://www.nationtv.tv/news/378832523

https://www.youtube.com/watch?v=w8E7Byt0Tts

https://www.tnnthailand.com/news/covid19/87667/

https://siamrath.co.th/n/263565

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/948889

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/958245

https://www.pptvhd36.com/news/สุขภาพ/152018

https://thematter.co/brief/154588/154588

 

 

แผนประกันแนะนำ

 

ประกันสุขภาพมิติใหม่

แผนประกัน
สุขภาพมิติใหม่

ประกันสุขภาพมิติใหม่
คุ้มครองโรคกรดไหลย้อน นิ้วล็อค และเบาหวานความดัน สามารถเลือกคุ้มครองเสริมโรคร้ายตามความเสี่ยง

ประกันสุขภาพ

แผนประกันภัย
โรคร้ายแรง

"“โรคร้าย…คุ้มครองครบ”"
”คุ้มครองสูงสุด 1.8 ล้านบาท เงินชดเชยรายได้สูงสุด 1,200 บาท/วัน

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุออนไลน์

"คุ้มครองคูณสาม รับกรมธรรม์ทันที"
ให้ความคุ้มครอง 3 เท่าสูงสุด 6.6 ล้านบาท พร้อมค่ารักษาสูงสุด 60,000 บาท/ครั้ง/อุบัติเหตุ