Work life balance! ปรับวิธีคิดเพื่อคุณภาพชีวิตวัยทำงาน

work life balance_Cigna
 

ช่วงเวลาที่ผ่านมาตารางงานของคุณแน่นจนแทบไม่มีเวลาได้หายใจกันเลยหรือเปล่า ? ยิ่งในช่วงที่เราต่างต้อง Work from Home ทำงานอยู่บ้าน จนไม่สามารถแยกเวลาส่วนตัวออกจากงานได้เหมือนเมื่อก่อน ถ้าลองรีเช็กตัวเองแล้วพบว่าเป็นหนึ่งในนั้น… ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก!  นี่เองจึงเป็นที่มาของการสร้าง Work life balance การปรับสมดุลระหว่างไลฟ์สไตล์การทำงานและชีวิตส่วนตัวให้ลงตัว ที่คนทำงานต่างโหยหา

work life balance_วิธีปรับสมดุลการทำงาน

Work life balance คืออะไร ทำได้จริงแค่ไหน ?

การทำงานแบบยืดหยุ่น (Flexible working) อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ของมนุษย์วัยทำงาน หากแต่กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง หลังได้ใช้ชีวิตการทำงานแบบ Work from Home กันแบบยาวๆ ที่หลายคนมองเห็นข้อดีที่ไม่ต้องตื่นเช้ามาก ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหรือแต่งตัวก็เริ่มต้นตื่นขึ้นมาพร้อมทำงานได้เลย แต่ความสะดวกที่ว่ากลับสร้างความ(ไม่)สบายในเวลาต่อมาได้ เมื่อเส้นแบ่งระหว่างเวลางานกับความเป็นส่วนตัวค่อยๆ จางลง จนหลายคนเผลอเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงาน จนลืมไปว่านี่คือเวลาพัก หรือเวลาเลิกงานของเราแล้วนะ! 

Work life balance คือ วิธีปรับสมดุลระหว่างเวลางานและเวลาส่วนตัว เพื่อยืดหยุ่นเวลาพักผ่อนกับเวลางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการกำหนดช่วงเวลาในแต่ละกิจกรรมให้ชัดเจน และทำตามแผนที่วางไว้อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์การทำงานที่คนรุ่นใหม่ต้องการมากที่สุด รวมถึงบริษัทหัวก้าวหน้าที่ให้ความสำคัญกับการสร้าง Work life balance แก่พนักงานเพิ่มมากขึ้น โดยการเคารพเวลาซึ่งกันและกัน เชื่อใจในศักยภาพของพนักงานหรือเพื่อนร่วมงาน ว่าสามารถดูแลจัดการงานได้ดี พร้อมยืดหยุ่นวิธีการทำงานในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น เป็นต้น 

work life balance_สมดุลการทำงาน

บาลานซ์เวลางานกับเวลาชีวิต ผ่านแนวคิด Work life balance +

เพราะการสร้าง Work life balance คือ การสร้างสมดุลระหว่างเวลางานกับเวลาการใช้ชีวิต แต่ความยากของแนวคิดนี้คือ การลงมือทำอย่างจริงจัง ไม่อย่างนั้นเราคงได้เห็นสถิติความเครียด และภาวะออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) ลดลงไปบ้าง หัวใจสำคัญของการสร้างความบาลานซ์ให้ชีวิต จึงต้องอาศัยการปฎิบัติให้เคยชินอยู่เรื่อยๆ ตาม 4 สเต็ป ด้านล่าง ดังนี้

  • จับจังหวะหาเวลาผ่อนคลาย (P : Period of time to unwind)

แม้ความเครียดจะเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก แต่การฝึกนิสัยให้เท่าทันต่ออารมณ์จะช่วยให้เราจัดการความเครียดได้ดีขึ้น ทำให้เราสามารถควบคุมระดับความเครียดของตัวเองต่อไปได้ โดยเฉพาะวัยทำงาน หรือพนักงานออฟฟิศที่ควรหาจังหวะออกไปผ่อนคลาย เพื่อละสายตาจากจอสี่เหลี่ยมที่เอาแต่สะท้อนแสงสีฟ้ามาให้ หรือการฟังพอดแคสต์ใหม่ๆ ในเรื่องที่พร้อมจะละลายความเครียดให้เบาลงได้

  • หาสถานที่คลายเครียด (L : Location that is stress reducing)

หนึ่งในการสร้างความยืดหยุ่นของคนทำงานยุคใหม่ คือการเลือกสถานที่ทำงาน หรือสร้างสภาพแวดล้อมชวนผ่อนคลายได้ด้วยตนเอง ที่ไม่ใช่แค่การวางต้นไม้ หรือเอาตุ๊กตามาวางเรียงรายอีกต่อไป เพราะการทำงานแบบออนไลน์ที่เอื้อให้คนทำงานได้สะดวกสบายขึ้น ทั้งการประชุม นั่งทำงาน และการนำเสนองานรูปแบบต่างๆ ที่สามารถทำที่ไหนก็ได้ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในช่วงเวลานี้ หรือที่เรารู้จักกันในเทรนด์ของการทำงานไปเที่ยวไป (Workation) ทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อแนวคิด Work life balance ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

work life balance_วิธีคลายเครียด

  • เพิ่มเวลาให้กิจกรรมที่ชอบ (A : Activity to enjoy)

เมื่อเราเริ่มแบ่งเวลาพักผ่อนออกจากเวลางานได้อย่างชัดเจนแล้ว สิ่งที่ควรทำต่อมาเพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิด Work life balance คือ การเพิ่มเวลาให้กิจกรรมที่ช่วยสร้างความผ่อนคลาย หรือคลายเครียดนั้นๆ ให้มากขึ้น รวมถึงการหากิจกรรมที่คุณชอบและยังสามารถทำร่วมกับคนที่คุณรักได้เป็นประจำ เพื่อใช้เวลาในช่วงวันหยุดร่วมกับครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน เช่น จัดตารางว่าทุกวันเสาร์จะต้องออกไปกินข้าวเย็นกับครอบครัว นอกจากจะได้กินอาหารดีๆ อร่อยๆ แบบพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ยัง เป็นช่วงเวลาคุณภาพในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มุมมองการใช้ชีวิต และกระชับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นด้วยนั่นเอง 

  • อิทธิพลของคนรอบข้าง (N : Of name a person to talk to)

หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องกฎแห่งแรงดึงดูด พลังความคิดที่มักดึงเอาคนที่มีแนวความคิด หรือลักษณะนิสัยใกล้เคียงกันมาอยู่ด้วยกัน แต่การสร้างแนวคิดแบบ Work life balance จำเป็นต้องฝึกสร้างพลังบวกให้ตนเองให้มาก เพื่อดึงดูดผู้ที่มีความคิดเชิงบวก (Positive thinking) กว่าผู้ที่มีทัศนคติลบๆ มากไปกว่านั้นคือ การกลับมาอยู่กับตัวเองบ้างในบางเวลา เพื่อทบทวน ฟังเสียงความคิด และตกผลึกกับตัวเองกับทุกอย่างด้วยสติและปัญญา ซึ่งเป็นหนึ่งสิ่งสำคัญที่เริ่มทำได้ยากในยุคนี้

 

นอกจากการสร้างสมดุลชีวิตด้วยแนวคิด Work life balance เพื่อให้คุณได้ใช้ชีวิตอย่างมั่นใจในทุกๆ วัน เราขอแนะนำ ประกันสุขภาพเคียงข้างชาวออฟฟิศ คุ้มครองกลุ่มโรคอาการออฟฟิศซินโดรม รวมถึงกลุ่มโรคเรื้อรังที่มักเกิดขึ้นจากการทำงานเป็นระยะเวลานาน เช่น อาการปวดพังผืดกล้ามเนื้อ ลำไส้แปรปรวน ริดสีดวงทวาร และกระดูกสันหลังเสื่อม โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ หรือซื้อพ่วงประกันชีวิต และไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ประกันสุขภาพที่พร้อมยกระดับความอุ่นใจ พร้อมบริการด้วยความห่วงใยเพื่อชาวมนุษย์เงินเดือนรุ่นใหม่ทุกคน!

 

 

ประกันการเดินทาง

แผนประกัน
การเดินทาง

"ซิกน่าประกันการเดินทางต่างประเทศ"
วางแผนเดินทางเลือกซิกน่าไปเป็นเพื่อน เดินทางใกล้หรือไกลอุ่นใจได้

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุ

"คุ้มครองทันใจ"
เจอเรื่องหนักแค่ไหน ซิกน่าก็ช่วยให้เบาลงได้