โควิดลงปอด

    เพราะไวรัสโควิด-19 เป็นเชื้อไวรัสที่มีเป้าหมายมุ่งตรงเข้าทำลายปอด อวัยวะที่ทำหน้าที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งมีผลต่อระบบไหลเวียนเลือดในปอดและร่างกายทุกระบบ เมื่อเชื้อ ‘โควิดลงปอด’ จึงทำให้การทำงานของปอดผิดปกติ ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นวิกฤติจนนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ชวนมาทำความเข้าใจ... เช็กอาการยังไง หากสงสัยเชื้อโควิดลงปอด ?

โควิดลงปอด อาการแสดงออกยังไง ?

นอกจากความเล็กจิ๋วที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแล้ว ความไวและความเงียบของไวรัสโควิด-19 ยังเป็นไฮไลต์สำคัญที่ทำให้เราต้องระมัดระวังและตั้งการ์ดสูง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัย ผู้ที่มีโรคประจำตัว และผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หากเข้ารับการตรวจคัดกรองแล้วพบว่าติดเชื้อ อาจเสี่ยงมีอาการรุนแรงได้มากกว่าผู้ติดเชื้อในกลุ่มทั่วไป ยิ่งในผู้ที่มีภาวะอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปอดทำงานได้น้อยลง บวกกับการติดเชื้อโควิดยิ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของปอดโดยตรง เนื่องจากประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนก๊าซที่น้อยลง เป็นผลให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำลงตามลำดับ โดยมีอาการแสดงต่างๆ เกิดขึ้นได้ ดังนี้

  • อาการหอบเหนื่อย แม้จะทำกิจกรรมที่ไม่ได้ออกแรงมากก็ตาม

  • หายใจลำบาก หายใจไม่สุด หรือหายใจได้ไม่เต็มปอด

  • รู้สึกเจ็บแน่นหน้าอก

  • อาการไอ ไอแห้ง หรือไอมีเสมหะ

  • มีอาการไข้มากกว่า 37.5°C ขึ้นไป 

พร้อมๆ กับการเช็กอาการโควิดลงปอดเบื้องต้นด้วยตนเอง ด้วยอุปกรณ์วัดค่าออกซิเจนในเลือดบริเวณปลายนิ้ว (Fingertip Pulse Oximeter) ที่ไม่ควรมีระดับต่ำกว่า 95% โดยแนะนำให้ผู้ป่วยโควิดติดตามค่าออกซิเจนในเลือดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีวิธีทดสอบอื่นๆ เพื่อเช็กว่าโควิดลงปอดแล้วหรือไม่ เช่น ลุก-นั่งเป็นเวลา 1 นาที หรือกลั้นหายใจเป็นเวลา 10-15 วินาที และวัดค่าออกซิเจนในเลือดทันที หากมีระดับต่ำกว่า 94% และมีอาการเหนื่อยหอบร่วมด้วย ให้สงสัยเชื้อโควิดลงปอด อย่างไรก็ตามอาการโควิดลงปอด หรือปอดอักเสบโควิด สามารถพบได้ประมาณ 50-70% ของผู้ที่ติดเชื้อ การสังเกตอาการตัวเองเป็นประจำจึงเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยควรทำสม่ำเสมอ

เชื้อโควิดลงปอด รักษา

เชื้อโควิดลงปอดรักษายังไง ดูแลตัวเองเบื้องต้นได้หรือไม่ ?

หากมีอาการต้องสงสัยว่าเข้าข่ายเชื้อโควิดลงปอด แพทย์จะทำการยืนยันผลตรวจโดยการทำเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) เพื่อเริ่มต้นขั้นตอนการรักษา ซึ่งเป็นการให้ยาตามลักษณะอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก เพื่อยับยั้งความรุนแรงและการกระจายตัวของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปยังอวัยวะอื่นๆ ต่อไป อย่างไรก็ตามผู้ป่วยโควิดสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นก่อนเข้ารับการรักษาจากแพทย์โดยตรงก่อนได้ ดังนี้

  • ปรับท่านอนช่วยเพิ่มออกซิเจนในปอดในท่านอนคว่ำ นอนตะแคง และท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน (30 นาที- 2 ชม.)

  • ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวขาบ่อยๆ เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด และป้องกันการเกิดลิ่มเลือด

  • ดื่มน้ำเปล่าให้มาก ประมาณ 2-2.5 ลิตรต่อวัน และรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์เพียงพอ

  • สำหรับผู้ที่มียาประจำตัวให้รับประทานอย่างสม่ำเสมอ กรณีมีโรคความดันโลหิตสูงควรวัดความดันต่อเนื่อง

รวมถึงการเตรียมยาและอุปกรณ์จำเป็นต่างๆ เช่น ยาลดไข้ และเครื่องวัดค่าออกซิเจนในเลือดบริเวณปลายนิ้ว ควบคู่กับการดูแลรักษาสุขภาพโดยเฉพาะการรับประทานยาสมุนไพรต่างๆ ภายใต้คำแนะนำจากแพทย์อย่างใกล้ชิด พร้อมเฝ้าสังเกตอาการตนเองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผู้ป่วยระดับสีเขียวก็ควรเฝ้าระวัง และป้องกันไม่ให้เชื้อลงปอดระหว่างรักษาตัวเช่นเดียวกัน

 

สายด่วนช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดที่อยู่ระหว่างรอเตียง

1668 สายด่วนกรมการแพทย์

1669 สายด่วนสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ 

1330 (ต่อ 14) สายด่วนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

1442 สายด่วนกรมควบคุมโรค

 

รักษาโควิดจนหาย ปอดจะเป็นยังไงต่อจากนี้ ?

ในช่วงที่ผ่านมาเราอาจได้ยินชื่อของภาวะ Long COVID หรือ Post COVID กันมาบ้าง ซึ่งเป็นอาการหลงเหลือจากโควิดที่ผู้ป่วยจะยังรู้สึกเหมือนตัวเองยังติดเชื้ออยู่ และอาจพบได้ประมาณ 30-50% ของผู้ป่วยโควิดที่รักษาหายไปแล้ว และจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 3-4 เดือน ในส่วนของผู้ป่วยโควิดที่เชื้อลงปอดแต่รักษาหายแล้ว หากถามว่าปอดจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมเลยหรือไม่ ต้องอธิบายว่าโดยปกติของผู้ที่เคยมีประวัติการป่วยด้วยโรคปอดมาก่อนมักมีร่องรอยของโรคหลงเหลือไว้ ขึ้นอยู่กับความหนักเบาของอาการแต่ละคน เช่นเดียวกันกับผู้ป่วยโควิดที่เชื้อลงปอดแล้ว ยังต้องขึ้นอยู่กับความหนักเบาที่เกิดขึ้น หากเป็นการติดเชื้อเพียงเล็กน้อย อาจใช้เวลาฟื้นฟูเล็กน้อยเพื่อให้ปอดกลับมาเป็นปกติ แต่หากสภาพปอดถูกทำลายไปมาก แม้จะยังสามารถใช้งานได้แต่อาจมีประสิทธิภาพการทำงานน้อยลง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดด้วยการทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย

รักษาปอดหลังโควิด

อย่างไรก็ตามเราสามารถดูแลสุขภาพปอดให้แข็งแรงขึ้นได้ด้วยการฝึกบริหารปอด ฝึกหายใจลึกๆ วันละ 10 ครั้ง (หายใจเข้า-ท้องป่อง หายใจออก-ท้องแฟบ) เป็นการฝึกออกกำลังกายช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอก ควบคู่กับการวัดค่าออกซิเจนในเลือดอยู่เป็นระยะ ทั้งนี้ค่าออกซิเจนในเลือดต่ำไม่ได้หมายถึงการติดเชื้อโควิด-19 เพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นผลจากสาเหตุอื่นๆ ที่ส่งผลให้การทำงานของปอดลดลง หรือการทำงานของหัวใจผิดปกติร่วมด้วยได้ การทำประกันสุขภาพมิติใหม่ โรคร้ายไม่กลัว คุ้มครอง 4 โรคร้าย (มะเร็ง หัวใจ หลอดเลือดสมอง และเบาหวาน) โดยไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลล่วงหน้าก็สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ พร้อมบริการสายด่วนสุขภาพซิกน่า 24 ชั่วโมง (24/7 Health Care Line) คอยให้บริการให้คำแนะนำโดยบุคลากรทางการแพทย์และบริการด้านสุขภาพอื่นๆ อย่างครบครัน ด้วยความห่วงใยจากซิกน่า เพื่อให้คุณสุขภาพดีและใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในทุกๆ วัน



 

อ้างอิงข้อมูล :

https://www.youtube.com/watch?v=2-ihmRtkguY

https://www.sikarin.com/health/โควิดลงปอด-อาการ

https://www.sikarin.com/health/ท่านอนคว่ำผู้ป่วยโควิด19

https://www.thairath.co.th/lifestyle/health-and-beauty/2117415

https://www.thaipost.net/main/detail/116660

 

 

แผนประกันแนะนำ

 

ประกันสุขภาพมิติใหม่

แผนประกัน
สุขภาพมิติใหม่

ประกันสุขภาพมิติใหม่
คุ้มครองโรคกรดไหลย้อน นิ้วล็อค และเบาหวานความดัน สามารถเลือกคุ้มครองเสริมโรคร้ายตามความเสี่ยง

ประกันสุขภาพ

แผนประกันภัย
โรคร้ายแรง

"“โรคร้าย…คุ้มครองครบ”"
”คุ้มครองสูงสุด 1.8 ล้านบาท เงินชดเชยรายได้สูงสุด 1,200 บาท/วัน

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุออนไลน์

"คุ้มครองคูณสาม รับกรมธรรม์ทันที"
ให้ความคุ้มครอง 3 เท่าสูงสุด 6.6 ล้านบาท พร้อมค่ารักษาสูงสุด 60,000 บาท/ครั้ง/อุบัติเหตุ