ทำงานที่บ้าน

วิธีปรับตัวของ HR เมื่อการทำงานที่บ้านกลายเป็นที่นิยม

เนื่องจากการระบาดของ COVID-19 ทำให้บริษัทต่างๆ ในประเทศไทยได้เริ่มเปลี่ยนมาใช้ระบบการทำงานแบบ Work From Home หรือการทำงานที่บ้าน กันมากขึ้น ซึ่งหลายๆ บริษัทต่างก็เห็นผลลัพท์ที่ดี จึงส่งผลให้การ WFH อาจกลายเป็นช่องทางหลักในอนาคตของการทำงานก็เป็นได้

เพราะฉะนั้น บทความนี้ Cigna จึงขอนำเสนอ “วิธีปรับตัวของ HR เมื่อการทำงานที่บ้านกลายเป็นที่นิยม” เพื่อเรียนรู้การบริหารพนักงานในการทำงานยุค Digital

มาดูกันเลยว่าสามารถทำได้อย่างไรบ้าง

ทำงานที่บ้าน

ปรับตัวอย่างไรเมื่อการ “ทำงานที่บ้าน” เป็นที่นิยม

HR หลายๆ คนอาจจะเคยชินกับการ Standby บริหารพนักงานอยู่ภายในออฟฟิศ แต่เมื่อต้องเริ่มการทำงานที่บ้าน จะสามารถบริหารและปรับตัวอย่างไรได้บ้าง!

โดยมีวิธีการดำเนินการด้วยกัน ดังนี้

  • Communication ให้ความสำคัญกับการสื่อสาร

    อุปสรรคสำคัญของการทำงานที่บ้านนั้นก็คือ การสื่อสาร โดยในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการพูดคุยติดต่อกันเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการประสานงานอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เช่น งานเอกสาร การเบิกเงิน หรือการเข้าถึงชิ้นงานต่างๆ

    เพราะฉะนั้น เพื่อให้การติดต่อประสานงานระหว่างการทำงานที่บ้านมีประสิทธิภาพที่สุด มีวิธีจัดการได้ดังนี้

    • Communication Software หรือ โปรแกรมเฉพาะเพื่อการประสานงาน ที่มีฟังก์ชันต่างๆ ครบถ้วนและเหมาะสมกับบริษัท เช่น Slack ที่สามารถทำการส่งและจัดเก็บไฟล์เอกสารได้ภายในตัว Software โดยไม่สูญหาย ทำให้การดำเนินเรื่องเอกสารสามารถทำได้ง่ายดายขึ้น
    • Project Management Software หรือ โปรแกรมจัดการตารางงานต่างๆ เพื่อที่พนักงานทุกคนจะสามารถมองเห็นงานที่ตัวเองต้องทำในแต่ละวันได้อย่างเป็นระบบ เช่น ClickUp หรือ Monday.com
    • สร้าง พื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูลสำคัญของบริษัท ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เช่น ช่องทางติดต่อของทุกคนในบริษัทเพื่อการประสานงาน ขั้นการการเบิกจ่ายซื้ออุปกรณ์ต่างๆ

    หากสามารถดำเนินการตามนี้ได้ รับรองว่าลำดับการสื่อสารของพนักงานในช่วง WFH นั้นจะเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

ทำงานที่บ้าน
  • Meeting จัดการประชุมเพียงเท่าที่จำเป็น

    การประชุมเองก็เป็นหนึ่งในขั้นตอนการสื่อสารที่สำคัญมากๆ ที่จะทำให้พนักงานได้ร่วมมือกันออกความคิดเห็นเพื่อดำเนินงานให้สำเร็จ แต่ต้องยอมรับว่าการทำงานที่บ้านนั้นส่งผลให้ประสิทธิภาพของการประชุมลดลง เนื่องจากไม่ได้อยู่ต่อหน้าและออกความคิดเห็นต่อกันได้อย่างเต็มที่

    นอกจากนี้ การประชุมออนไลน์เป็นเวลานานยังส่งผลต่อสุขภาพจิตของพนักงานในทางอ้อมอีกด้วย เพราะฉะนั้น จึงควรจัดการประชุมต่างๆ เพียงเท่าที่จำเป็น มีการนัดหมายล่วงหน้า และกำหนดวาระการประชุมเอาไว้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา จะช่วยให้การประชุมแต่ละครั้งมีประสิทธิภาพขึ้นมาก

  • Interview & Onboarding ต้อนรับสมาชิกใหม่

    หนึ่งในหน้าที่หลักของ HR นั้นก็คือการสัมภาษณ์ และอบรมต้อนรับพนักงานใหม่ที่จะเข้ามาทำงาน แต่การทำงานที่บ้านนั้นอาจทำให้ไม่สามารถดูแลพนักงานใหม่ได้เทียบเท่ากับการทำงานที่ออฟฟิศ

    เพราะฉะนั้น จึงควรวางแผนการเพื่อให้พนักงานใหม่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท และมีความพร้อมที่จะทำงานมากขึ้น ดังนี้

    • จัดการ Onboarding แนะนำโปรแกรม และรูปแบบการประสานงานของบริษัท รวมไปถึงคอยติดตามผลลัพท์ และให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
    • ขอสละเวลาการทำงานของพนักงานคนอื่นๆ เพื่อจัดประชุมออนไลน์ให้พนักงานทั้งหมดได้แนะนำตัว และทำความรู้จักกันเพื่อสร้างความคุ้นชิน
    • เมื่อมีการประชุมภายในเกิดขึ้น แนะนำให้พนักงานใหม่เข้าร่วมการประชุมให้บ่อยครั้ง เพื่อให้เรียนรู้ และคุ้นเคยกับรูปแบการทำงานของภายในบริษัท

    อย่าลืมว่ารูปแบบการทำงานของแต่ละบริษัทนั้นมีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้น จึงเป็นหน้าที่ของ HR ที่ต้องชี้นำให้เกิดความคุ้นชินกับระบบการทำงานภายในบริษัทโดยเร็วจะดีที่สุด

ทำงานที่บ้าน
  • สวัสดิการที่เอื้อต่อการทำงานที่บ้าน

    หลายๆ บริษัทอาจมี สวัสดิการ ต่างๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพนักงานภายในออฟฟิศ เช่น อาหารเช้า หรืออาหารกลางวันฟรี ซึ่งเมื่อเปลี่ยนเป็นการทำงานที่บ้านแล้ว สวัสดิการหลายๆ อย่างอาจไม่สามารถทำได้อีกต่อไป

    แต่สวัสดิการนั้นเป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อสวัสดิภาพของพนักงาน นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขารักและอยากอยู่กับบริษัทไปอีกนานๆ เพราะฉะนั้น จึงควรทำการปรับสวัสดิการเพื่อเอื้อต่อการทำงานที่บ้าน เช่น

    • จัด Online Workshop เช่น คอร์สเรียนออนไลน์ หรือ Event ที่ให้ทุกคนในบริษัทได้ร่วมกันทำนอกเหนือจากการทำงาน เพื่อให้พนักงานได้สานสัมพันธ์กันมากขึ้นผ่านการทำกิจกรรมร่วมกัน แล้วก็อย่าลืมถามความสมัครใจจากพนักงานกันด้วยนะ
    • สวัสดิการด้านสุขภาพ แม้ว่าการทำงานที่บ้านนั้นจะเป็นการทำให้พนักงานได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีต่อจิตใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะดีต่อร่างกาย เนื่องจากไม่มีโต๊ะและเก้าอี้ที่เหมาะสมกับการทำงาน จึงทำให้แนวโน้มในการเกิด Office Syndrome สูงขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้น จึงควรมีสวัสดิการประกันกลุ่มที่สามารถคุ้มครองโรคเหล่านี้ได้รวมอยู่ด้วย

    สุดท้ายนี้อย่าลืมว่า รูปแบบการทำงานที่บ้านของแต่ละบริษัทนั้นมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ที่สำคัญที่สุดคือ อย่าลืมรับฟัง Feedback จากพนักงานคนอื่นๆ และเก็บข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเสริมประสิทธิภาพของการทำงานที่บ้านได้อีกมากเลยทีเดียว

คุ้มครองพนักงานให้อุ่นใจ ด้วยประกันภัยสุขภาพกลุ่มจาก Cigna

อย่างที่ได้กล่าวไปว่าการทำงานที่บ้านนั้นมีโอกาสที่จะทำให้พนักงานสามารถเกิดโรค Office Syndrome ได้เช่นเดียวกัน จะดีกว่าไหม? หากมีประกันสุขภาพกลุ่มเอาไว้คุ้มครองพนักงานของคุณจากโรคร้ายเหล่านี้

หากคุณคือเจ้าของ SME ที่กำลังมองหาสวัสดิการเพื่อสุขภาพให้กับพนักงานของคุณ Cigna มี ประกันสุขภาพแบบกลุ่ม ที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับองค์กรของคุณ

Cigna พร้อมให้ความคุ้มครอง SME ของคุณด้วยนวัตกรรมทันสมัย สามารถกำหนดค่าใช้จ่ายสวัสดิการได้ชัดเจนตามขนาดธุรกิจ ดูแลได้ทั่วถึงตลอด 24 ชั่วโมง

ด้วยประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในประกันสุขภาพที่ยาวนานหลากหลายประเทศทั่วโลก Cigna พร้อมที่จะให้บริการแก่บริษัท และพนักงานของคุณด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับสากล ด้วยความคุ้มครองที่คุ้มค่า ครอบคลุมใน ราคาที่คุณจับต้องได้!

หากคุณสนใจแผนประกันกลุ่มของ Cigna เพื่อความคุ้มครองที่ดียิ่งขึ้นสำหรับพนักงานในองค์กร อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมแผนประกันกลุ่มจาก Cigna >>> คลิกที่นี่!

หรือติดต่อฝ่ายขาย Cigna ได้ที่ eMail: THHealthSales@cigna.com

หมายเหตุ: ผู้ซื้อควรศึกษา และทำความเข้าใจรายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้ง