Growth Mindset

5 เทคนิคสร้างวัฒนธรรม Growth Mindset ให้ทีมเก่งแบบก้าวกระโดด

ในยุคนี้ Growth Mindset เป็น Soft Skills ที่หลายๆ องค์กรต่างก็ต้องการ บางองค์กรได้ใส่คุณสมบัตินี้เอาไว้ใน Requirement ของการรับสมัครงานเลยทีเดียว เหตุผลที่ Growth Mindset เป็นสิ่งสำคัญเพราะมันคือบันไดสู่ความสำเร็จขององค์กร

เพราะในปัจจุบันนี้ โลกของเรามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกวินาทีทั้งในด้านเทคโนโลยี สังคม และเศรษฐกิจ ดังนั้น คนที่พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ พร้อมที่จะปรับตัว โดยไม่กลัวความล้มเหลวหรืออุปสรรคที่เจอจึงเป็นที่ต้องการอย่างมาก

องค์กรที่เต็มไปด้วยคนที่มี Growth Mindset ถือเป็นองค์กรที่โชคดีเพราะคนเหล่านี้จะพาองค์กร Growth ไปพร้อมๆ กันกับพวกเขา คุณเองก็สามารถสร้าง Growth Mindset ให้กับคนในองค์กรของคุณได้ บทความนี้จะมาแนะนำให้คุณรู้จักกับ Growth Mindset และวิธีปลูกฝัง Growth Mindset ให้เป็นวัฒนธรรมองค์กรเพื่อให้ทีมของคุณเก่งขึ้นและประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

Growth Mindset

Growth Mindset คืออะไร?

ที่มาของคำว่า Growth Mindset มาจากหนังสือเรื่อง Mindset: The New Psychology of Success โดย Carol Dweck นักจิตวิทยาและอาจารย์ชื่อดังจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เธอได้ศึกษาในเรื่องของปัจจัยที่ทำให้คนประสบความสำเร็จ

เธอได้บทสรุปมาเป็นแนวคิดที่น่าสนใจว่า คนเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทตามวิธีคิดหรือทัศนคติ ได้แก่ คนที่มีแนวคิดแบบพัฒนาได้ (Growth Mindset) และคนที่มีแนวคิดแบบตายตัว (Fixed Mindset)

  • Growth Mindset คือ ทัศนคติหรือกรอบความคิดที่เชื่อว่า “มนุษย์ทุกคนสามารถพัฒนาได้หากมีการเรียนรู้และได้ทดลองทำ” Growth Mindset เป็นความคิดที่พร้อมจะเติบโตและไม่ยึดติดกับผลลัพธ์โดยเชื่อว่าไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร สำเร็จหรือล้มเหลว สิ่งเหล่านั้นจะนำไปสู่การพัฒนาได้เสมอ
  • Fixed Mindset คือ ทัศนคติหรือกรอบความคิดที่ตรงกันข้ามกับ Growth Mindset โดยเชื่อว่า มนุษย์ไม่สามารถพัฒนาได้เพราะมีคุณสมบัติที่ตายตัว หากมีพื้นฐานมาอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น นอกจากนี้ การมี Fixed Mindset อาจหมายถึงการยึดติดกับสิ่งเดิมๆ และขอบเขตเป็นหลัก ไม่ชอบการคิดหรือทำนอกกรอบ ทำให้ไม่อยากปรับเปลี่ยนหรือลองทำอะไรใหม่ๆ เนื่องจากไม่พร้อมเผชิญกับความผิดหวังและผลลัพธ์ที่ล้มเหลว

ทำไมถึงควรมี Growth Mindset

คนที่มี Growth Mindset เป็นคนที่ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ชอบที่จะทดลอง ไม่กลัวปัญหา ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง หรือผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจึงทำให้คนเหล่านี้มีความคิดสร้างสรรค์และไอเดียใหม่ๆ ตลอดเวลาพร้อมมุมมองที่ว่าสิ่งใหม่ๆ หรืออุปสรรคเป็นความท้าทาย นอกจากนี้ การมีแนวคิดแบบพัฒนาได้จะส่งผลให้เกิดความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จ

การฝึกฝนทำให้คนเก่งขึ้นเช่นเดียวกับการมีชุดความคิดที่พัฒนาได้ เพราะ Growth Mindset คือ สิ่งที่ทำให้คนกล้าที่จะทดลองทำซ้ำๆ จนเกิดการเรียนรู้และพัฒนา การมี Growth Mindset ยังทำให้เรามีความเชื่อมั่นในตัวเองและตัวคนอื่นอีกด้วย เนื่องจากความเชื่อที่ว่า มนุษย์สามารถพัฒนาได้นั้นส่งผลให้คนเหล่านี้มีมุมมองที่เปิดกว้างและผลักดันให้เพื่อนร่วมทีมได้พัฒนาตัวเองไปพร้อมกัน

ส่วนคนที่มี Fixed Mindset อาจไม่ได้เป็นความคิดที่เกิดเฉพาะกับตัวเอง แต่ยังเป็นมุมมองถึงคนอื่นๆ ด้วย เช่น คนที่มองเพื่อนร่วมงานว่าไม่เก่งและจะไม่มีทางเก่งขึ้น เจ้านายที่มองว่าลูกน้องไม่มีทางพัฒนาความสามารถให้ดีขึ้นได้ เป็นต้น ทำให้เกิดขีดจำกัดทั้งกับตัวเองและคนในทีม

Carol Dweck ยังสรุปแนวคิดและพฤติกรรมของคนที่มี Growth Mindset ไว้ดังนี้

  • เรียนรู้จากความสำเร็จและผิดพลาด
  • ทำตัวเองเป็นแก้วที่ใบใหญ่ขึ้นตลอดเวลาเพื่อที่จะรับน้ำได้มากขึ้น
  • มองว่าตัวเองและคนในทีมสามารถพัฒนาได้
  • ไม่เกรงกลัวปัญหาที่จะเกิดขึ้น
  • คิดสร้างสรรค์และคิดนอกกรอบอยู่ตลอดเวลา
  • มีความพยายามที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น
  • กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงโดยยอมรับและเปิดรับสิ่งใหม่ๆ
  • มีความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันกับบริษัท
  • ส่งเสริมให้องค์กรมีวัฒนธรรมที่ดี
Growth Mindset

ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าคนที่มี Growth Mindset เต็มไปด้วยชุดความคิดที่ทำให้ตัวเองรวมถึงคนรอบข้างก้าวหน้า และมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า

แน่นอนว่าคนเราอาจไม่จำเป็นจะต้องมี Growth Mindset หรือ Fixed Mindset สำหรับทุกๆ เรื่อง บางเรื่องเราสามารถมี Growth Mindset ได้ แต่บางเรื่องเราก็จำเป็นต้องมี Fixed Mindset เช่นกัน แต่ถ้าหากคุณพร้อมที่จะสร้าง Growth Mindset ให้กับตัวเองและองค์กรแล้ว เชิญพบกับ 5 เทคนิคดีๆ ที่ Cigna นำมาฝากไปพร้อมกันเลย

5 เทคนิคสร้างวัฒนธรรม Growth Mindset ให้ทีม

  1. Lead from the top: เริ่มต้นที่ข้างบนสู่คนข้างล่าง

    กรณีศึกษาที่น่าสนใจจากบริษัท Microsoft องค์กรใหญ่ระดับโลก โดย Satya Nadella CEO คนที่ 3 ของบริษัทมีความตั้งใจที่จะ “ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรโดยมีหัวใจสำคัญคือ Growth Mindset” โดยเธอได้ประกาศต่อพนักงานบริษัทกว่าแสนคนทั่วโลกในวันรับตำแหน่งว่า

    “I want everyone inside of Microsoft to take that responsibility. This is not about top-line growth. This is not about bottom-line growth. This is about us individually having a growth mindset”

    ความต้องการของเธอคืออยากให้ทุกคนมี Growth Mindset พร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาอยู่ตลอด เพื่อให้ตัวเองเติบโตขึ้นทางความคิดและสามารถทำให้

    องค์กรเติบโตไปได้ไกลขึ้น โดยในระยะเวลา 4 ปีที่เธอเข้ามาบริหารและปลูกฝังแนวคิดนี้ให้กับพนักงานทำให้รายได้ของบริษัทเติบโตขึ้นกว่า 3 เท่า จนมีรายได้เทียบเท่ากับบริษัท Apple Inc. เลยทีเดียว

    จากกรณีศึกษาข้างต้นนี้แสดงให้เห็นว่า การจะปรับเปลี่ยนและปลูกฝัง Growth Mindset ให้กับองค์กรควรเริ่มต้นด้วยการมีผู้นำที่เปิดกว้าง ช่วยชี้นำและสนับสนุนให้ทุกคนในองค์กรมี Growth Mindset ไปพร้อมกัน

    ในยุคแห่ง Digital Transformation นี้ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ด้านอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงาน การทำงานด้วยรูปแบบและวิธีใหม่ๆ การพัฒนาหรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างบุคคล การใช้แผนการตลาดรูปแบบใหม่ หากผู้นำไม่ยอมรับความคิดใหม่ๆ ไม่เชื่อและไม่ชอบในการเปลี่ยนแปลงก็อาจส่งผลให้ Growth Mindset ของคนในองค์กรถูกเปลี่ยนกลายเป็น Fixed Mindset ในที่สุด ดังนั้น ผู้นำจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะพาทีมไปสู่การมีแนวคิดแบบพัฒนาได้

Growth Mindset
  1. Hack Mindset: ปลูกฝังแนวคิด Growth Mindset ให้เติบโตไปด้วยกัน

    เมื่อมีผู้นำที่มี Growth Mindset แล้ว เราก็ต้องสร้างและปลูกฝังแนวความคิดแบบเติบโตให้กับพนักงานด้วยเช่นกัน โดยคุณสามารถปรับกระบวนการทำงาน วิธีคิด สภาพแวดล้อม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและทำให้เกิด Growth Mindset ได้ โดยให้พื้นที่พนักงานได้เรียนรู้ ทดลอง ผิดพลาด ประสบความสำเร็จเพื่อให้พนักงานมีการพัฒนาความคิดและทักษะมากขึ้น

    การทำ กิจกรรมละลายพฤติกรรม การทำกิจกรรมบทบาทสมมุติ Brainstorm Idea และกิจกรรมใหม่ๆ ให้พนักงานได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ วางกลยุทธ์ หรือแม้แต่ปรับปรุงวิธีการทำงานเดิมๆ ที่เป็นอยู่ให้ดีกว่าเดิม โดยไม่ต้องกังวลกับผลลัพธ์และไม่มีการโทษกันเมื่อผิดพลาด หากทำให้สภาพแวดล้อมของทีมเป็นเช่นนี้ แนวคิดแบบ Growth Mindset ก็จะค่อยๆ เกิดขึ้นกับทุกคนในทีมและฝังรากลึกลงไปจนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรในที่สุด

  2. Change is Chance: การเปลี่ยนแปลง ปัญหา และงานยาก คือ โอกาส

    การเปลี่ยนแปลง = โอกาส แนวคิดสำคัญที่ทำให้ทุกคนมี Growth Mindset

    แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในการทำงานเสมอ โดยเฉพาะในยุคนี้เมื่อโควิด-19 เข้ามากระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานทางไกล การนำเทคโนโลยีอย่างโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันเข้ามาช่วยจัดการงานส่วนต่างๆ การเปลี่ยนตำแหน่ง การปรับปรุงโครงสร้างบุคคล ไปจนถึงการปรับโฉมเปลี่ยนแปลงแนวทางขององค์กร

    เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ โดยธรรมชาติมนุษย์มักจะรู้สึกกลัวที่จะผิดพลาดหรือล้มเหลวเสมอ จึงทำให้ไม่กล้าก้าวออกมาจาก Comfort Zone เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอาจมีปัญหาหรืออุปสรรคมากมายเกิดขึ้น แต่หากองค์กรไม่กลัวที่จะล้มเหลวและมองว่าการเปลี่ยนแปลงคือความท้าทาย บางครั้งปลายทางหรือผลลัพธ์อาจไม่สำคัญเท่าบทเรียนที่ได้รับจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นก็ได้

    กรณีศึกษาที่น่าสนใจจากคุณโจ้ (รังสรรค์ พรมประสิทธิ์) ในการทำธุรกิจสตาร์ทอัพ บริษัท QueQ ที่สร้างแอปพลิเคชันต่อคิวให้ลูกค้าโดยที่เขาไม่กลัวต่อความล้มเหลวและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น คลิกเพื่อดูวีดีโอ

    ปัญหาที่บริษัท QueQ เจอคือการใช้ระบบจองคิวกับธุรกิจที่หลากหลายจนไม่ทันได้ศึกษาอย่างถี่ถ้วนจึงทำให้เจอวิกฤตจนเกือบขาดทุน เขาจึงแก้ปัญหาด้วยการเลือกเน้นไปทีละธุรกิจโดยศึกษาธรรมชาติของธุรกิจต่างๆให้ละเอียดมากยิ่งขึ้นก่อน ถึงแม้ว่าเขาจะต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงและล้มเหลวแต่เขาก็พร้อมที่จะพัฒนาเพื่อเดินหน้าธุรกิจต่อไป

Growth Mindset
  1. Feedback is a Gift: การให้และได้รับ Feedback คือของขวัญ

    ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ให้หรือผู้รับ Feedback ให้คิดไว้เสมอว่า Feedback คือ ของขวัญที่ทุกคนควรได้รับ คำวิจารณ์ คำติชม และคำแนะนำเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่จะกระตุ้นให้เราเกิดการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น Feedback ที่ดียังส่งเสริมให้คนมี Growth Mindset อีกด้วย

    หากเราเป็นผู้รับ Feedback เราต้องเปิดใจรับฟังคำวิจารณ์เหล่านั้นโดยแยกแยะกับอารมณ์ คำวิจารณ์นั้นอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกใจเราเท่าไหร่ แต่มันทำให้เรามองเห็นสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไขให้ดีกว่าเดิมได้อย่างยิ่ง

    ในขณะเดียวกันผู้ให้ Feedback ก็ควรให้คำวิจารณ์ที่ต่อยอดได้ไม่ว่าจะเป็นคำติหรือคำชม บอกให้ผู้รับ Feedback รู้ว่าอะไรที่ทำได้ดีอย่างจริงใจ ส่วนไหนที่พัฒนาได้อีกและมีแนวทางแก้ไขต่อยอดได้อย่างไรบ้าง ให้คำแนะนำในการปรับปรุง อย่าให้ Feedback เป็นคำดูถูก หรือคำพูดที่ทำร้ายจิตใจเพราะการวิจารณ์ด้วยอารมณ์รวมถึงการวิจารณ์อย่างไร้ทางต่อยอดจะทำให้คนฟังรู้สึกแย่และจมลงสู่ Fixed Mindset

    กลุ่มหัวหน้างานและผู้บริหารหากถึงเวลาที่ต้องฟังไอเดียใหม่ๆ จากพนักงานในทีมควรเปิดใจรับฟัง อย่าพึ่งติ อย่าเพิ่งบอกว่าทำไม่ได้ แต่ให้ถามคำถามที่เกิดการพัฒนาต่อยอดได้เสมอ เช่น ทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร? ช่วยแก้ไขปัญหาอะไรได้บ้าง? มีจุดไหนที่สามารถพัฒนาได้อีก? ประโยชน์ที่จะได้รับหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นคืออะไร? เป็นต้น

    นอกจากนี้ ควรแสดงให้พวกเขารู้ว่าคุณกำลังสนับสนุนเขา การทำสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้พนักงานกล้าเสนอความคิดเห็น กล้าพัฒนา และรู้ว่าจะต้องปรับปรุงอะไรตรงไหนบ้างเพื่อทำให้องค์กรเติบโตมากยิ่งขึ้น

    ลองฟัง Feedback ให้เหมือนได้รับของขวัญเป็นบทเรียนชั้นยอด
    ลองให้ Feedback เหมือนกับการให้ของขวัญ

  2. The process is more important than the result: กระบวนการสำคัญกว่าผลลัพธ์

    การจดจ่ออยู่กับผลลัพธ์เพียงอย่างเดียวอาจไปจำกัดความคิดและการเรียนรู้ของพนักงาน ดังนั้น ในการทำงานหากคุณสนใจ “กระบวนการระหว่างทาง” มากกว่าจะทำให้คุณสนุกไปกับการทำงานและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ด้วยวิธีที่ดีที่สุด

    เปลี่ยนวิธีตั้งคำถามจาก What เป็น How ในการมอบโจทย์งานที่ดีให้ลูกทีม

    แทนที่จะมองหาว่าจะทำอะไร? ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร? เป็นไปตามเป้าหรือไม่? ทำไมไม่ลองเปลี่ยนโจทย์เปลี่ยนมุมมองเป็น จะทำอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด? เรายังไม่ได้ทำอะไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ? และอะไรบ้างทำให้เราไม่ได้ผลลัพธ์ที่วางไว้

    เมื่อลูกทีมได้โจทย์เหล่านี้ที่ส่งเสริม Growth Mindset ก็จะทำให้พวกเขาได้เรียนรู้ ได้ลองอะไรใหม่ๆ และพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนทำได้บรรลุเป้าหมายหรือดีกว่าอย่างแน่นอน

Growth Mindset

Summary

ปฏิเสธไม่ได้ว่า Growth Mindset คือ บันไดที่จะพาองค์กรและทีมไปสู่ความสำเร็จ ด้วยชุดความคิดที่พัฒนาได้จะส่งผลให้เราพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เก่งขึ้น มีวิธีการทำงานที่ดีขึ้น ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง ไม่กลัวผลลัพธ์ และส่งเสริมให้เพื่อนร่วมทีมพัฒนาขึ้น Growth Mindset จึงเป็นสิ่งที่เราสามารถสร้างได้โดยเริ่มที่ตัวเองจากนั้นค่อยๆ ปลูกฝังไปยังคนรอบข้าง

ไม่ว่าคุณจะเป็นหัวหน้าหรือเป็นลูกทีม การส่งเสริมให้ทีมมี Growth Mindset จะช่วยให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการทำงานและผลักดันให้องค์กรประสบความสำเร็จตามไปด้วย