แก้ปัญหาหมดไฟในการทำงาน


วิกฤตก่อนสาย! แก้ปัญหาภาวะหมดไฟในการทำงาน

               เหนื่อย เบื่อ เครียดงาน… ความรู้สึกที่มักเกิดขึ้นซ้ำๆ ของคนวัยทำงาน แต่หากสะสมนานๆ อาจกลายเป็นภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout Syndrome) ขึ้นได้ ซึ่งเป็นภาวะที่สร้างความรู้สึกเหนื่อยล้าทางอารมณ์ ร่างกาย และจิตใจ

เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวคุณรวมถึงเพื่อนร่วมงานต้องเจอกับอาการ Burnout เราขอชวนคุณมาทำความเข้าใจถึงสาเหตุพร้อมเช็กอาการ และหาทางแก้ไปพร้อมกัน
 

สัญญาณเตือนภาวะ Burnout หาให้เจอก่อนพนักงานหมดไฟ!

ภาวะหมดไฟในการทำงาน Burnout คืออะไร ?

               เชื่อว่าในหลายๆ องค์กรล้วนประกอบไปด้วยพนักงานหลากหลายเจเนอเรชัน แต่เรื่องของการหมดไฟในการทำงานไม่ได้เจาะจงว่าจะเกิดขึ้นกับคนเจนฯ ไหนและเมื่อไร... เพราะจะมาได้ก็ต่อเมื่อคนๆ นั้นเข้าใกล้ความเสี่ยงกว่าใครเพื่อน ยิ่งในยุคที่การแข่งขันและแรงกดดันต่างๆ สูงลิบลิ่ว แน่นอนว่าองค์กรย่อมมีความคาดหวังในความสามารถของพนักงานเพิ่มขึ้น จนไปสร้างความรู้สึกเบื่อ กดกัน หรือความรู้สึกแย่กับงานให้เกิดขึ้นตามมาได้ รวมถึงปัญหาอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดเป็นภาวะหมดไฟในการทำงานได้ ดังนี้

  • ทำงานหนักจนเกินไป เพราะการทำงานมากจนเกินไปไม่ได้แสดงถึงความ Productive ตลอดเวลา อีกทั้งทุกคนต่างมีความรับผิดชอบส่วนตัวนอกเหนือจากเรื่องงานด้วยกันทั้งนั้น
  • ความรับผิดชอบไม่ชัดเจน ความซับซ้อนจากการทำงาน โดยเฉพาะงานที่ไกลจากความรับผิดชอบหลักไปไกล มักสร้างความสับสนและรำคาญใจให้พนักงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • ขาดความยืดหยุ่นและอิสระ การขาดความยืดหยุ่นในการทำงานเป็นหนึ่งในปัญหาที่สร้างความตึงเครียดให้พนักงานได้ง่ายที่สุด และรู้สึกเบื่อหน่ายกับงานได้ง่ายขึ้น
  • ขาดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในองค์กร อีกหนึ่งปัญหาที่พบได้มากในหลายๆ องค์กร เพราะรู้สึกว่าตนเองไม่ได้สร้างประโยชน์หรือมีผลต่อความก้าวหน้าในองค์กรแต่อย่างใด

แต่อย่างที่บอกว่าภาวะหมดไฟไม่ได้เจาะจงว่าจะเกิดขึ้นกับคนเจนฯ ไหน หรือเมื่อไร ไม่เลือกแม้กระทั่งจะเป็นพนักงานเก่าหรือพนักงานใหม่ เมื่อความสุขในการทำงานลดลงย่อมมีผลกับการทำงานแน่นอน


สัญญาณหมดไฟในการทำงาน
 

5 สัญญาณภาวะหมดไฟ เมื่อคนหมดใจในการทำงาน

               แม้ในทุกๆ องค์กรจะมีแผนกทรัพยากรบุคคล (HR) แต่เชื่อว่าพนักงานหลายคนเลือกที่จะพูดคุยหรือปรึกษากับคนสนิทเมื่อรู้สึกมีปัญหา ทั้งจากตัวงาน หัวหน้างาน หรือเพื่อนร่วมงาน มากกว่าที่จะเดินเข้าหาแผนกฝ่ายบุคคลฯ คงดีกว่าถ้าเรารู้ทันอาการหมดไฟในการทำงาน เพื่อยับยั้งภาวะหมดไฟไม่ให้เกิดขึ้นมาบั่นทอนชีวิตการทำงาน ก่อนจะสายเกินไปเราอยากชวนทุกคนมาสังเกตเพื่อนร่วมงานพร้อมรีเช็กตัวเองว่ากำลังมีภาวะหมดไฟอยู่หรือเปล่า ?

  • ประสิทธิภาพของงานลดลง คนที่เคยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่พักหลังกลับทำงานช้าลง ขาดสมาธิในการทำงาน ทำงานไม่เสร็จตรงตามกำหนด เกิดความผิดพลาดขึ้นบ่อยครั้งจนผิดปกติ แถมยังต้องเอางานกลับไปทำที่บ้านบ่อยๆ นั่นอาจเกิดจากปริมาณงานที่มากเกินไปจนนำไปสู่ภาวะหมดไฟนั่นเอง
  • ดูหม่นหมองตลอดเวลา หากพนักงานของคุณดูหน้าตาหม่นหมอง อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ไม่กระตือรือร้น และขาดชีวิตชีวาไม่สดใสเหมือนก่อน อาจมีสาเหตุมาจากความเครียดทั้งเรื่องงานและชีวิตส่วนตัว นอกจากนี้ การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอก็ส่งผลต่อร่างกายได้อีกด้วย เมื่อตกอยู่ในสภาวะนี้เป็นเวลานานก็สามารถ Burnout หรือเกิดภาวะหมดไฟในการทำงานได้เช่นกัน
  • ไม่กล้าเสนอความคิดเห็นอะไร การงดออกความคิดเห็นเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนของอาการหมดไฟ พนักงานบางคนที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ เคยมีไอเดียใหม่ๆ ให้ทีมตลอดเวลา อยู่มาวันหนึ่งกลับไม่พูดหรือไม่เสนออะไรอีกต่อไป นั่นอาจเป็นเพราะว่าความคิดเห็นของเขาไม่เคยถูกรับฟัง และหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยๆ อาจนำไปสู่การลด Self-Esteem ร่วมด้วยได้ จนกลายเป็นคนที่ไม่เสนอไอเดียอะไรอีกต่อไป
  • แยกตัวและมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างน้อยลง ผู้ที่มีภาวะหมดไฟมักไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง หรือหัวหน้างาน เพราะรู้สึกไม่ดีต่องานจนลุกลามไปถึงความรู้สึกไม่ดีกับคนอื่นๆ ในองค์กร ทำให้ไม่อยากสุงสิงกับใคร
  • ดูไม่มีความสุขตลอดเวลา ข้อนี้ถือเป็นสัญญาณขั้นร้ายแรงที่เกิดจากภาวะหมดไฟในการทำงาน เพราะนอกจากจะดูไม่มีความสุขในการทำงาน ยังส่งผลไปถึงความสุขและความพึงพอใจในชีวิตของตัวเองที่ลดลงไปด้วย ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพจิตใจและร่างกายของพนักงานได้ในระยะยาว 

 

สัญญาณเตือนภาวะ Burnout หาให้เจอก่อนพนักงานหมดไฟ!

 

ปิดสัญญาณภาวะหมดไฟ องค์กรช่วยพนักงานอย่างไรได้บ้าง?

ความน่าเป็นห่วงของผู้ที่มีภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือ Burnout Syndrome คือเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า หรือสิ้นหวังในหลายๆ เรื่องรอบตัวได้ง่าย หากคุณอยู่ในฐานะหัวหน้างาน นายจ้าง หรือฝ่ายบุคคล การยื่นมือเข้าช่วยโดยเริ่มจากการพูดคุยอย่างเป็นกันเองในเชิงให้คำปรึกษา เพื่อหาสาเหตุของปัญหาและแก้ปัญหาภาวะหมดไฟในระยะยาว โดยการถอยออกมาสักก้าวสองก้าว เพื่อปรับระบบการทำงานให้ดีต่อสุขภาพใจของพนักงานอย่างทั่วถึง เช่น

  • ดีไซน์การทำงานให้ง่ายขึ้น การดึงเอาเครื่องมือและเทคโนโลยี เช่น โปรแกรมสำเร็จรูป หรือแอปพลิเคชันเข้ามาเป็นตัวช่วยให้การทำงาน นอกจากจะช่วยลดเวลาการทำงานและปริมาณงานที่ซ้ำซ้อนให้น้อยลงได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ชิ้นงาน แถมยังช่วยทำงานบางส่วนแทนคนได้อีกด้วย
  • จัดสรรปริมาณงานให้เหมาะสมกับพนักงาน แน่นอนว่าพนักงานแต่ละคนจะมีความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน เพราะตำแหน่งและรายละเอียดของงาน ทำให้วิธีการและผลลัพธ์หลายๆ อย่างเทียบเคียงกันไม่ได้ การกำหนดความรับผิดชอบให้ชัดเจนควบคู่กับปริมาณชิ้นงานอย่างเหมาะสม จึงเป็นการช่วยลดปัญหาภาวะหมดไฟในการทำงานได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
  • หยุดสั่งงานนอกเวลา The Conference Board ได้มีการเก็บสถิติออกมาพบว่า 53% ของชาวอเมริกันไม่มีความสุขในการทำงาน เพราะการทำงานเกินเวลาและถูกรบกวนนอกเวลางาน ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่เนื่องจากกระทบไปถึงการเคารพสิทธิส่วนบุคคลของพนักงาน จนรู้สึกเหมือนขาด Work life balance และทำให้เกิดภาวะหมดไฟในการทำงานขึ้นได้
  • สร้างบรรยากาศทำงานให้ผ่อนคลาย การจัดหาพื้นที่ กิจกรรม หรือเวลาให้พนักงานได้ผ่อนคลายจะช่วยลดความเครียด ความกังวลและความกดดันจากการทำงานลงได้ เช่น การจัดมุมทำงานให้น่านั่ง และมุมผ่อนคลาย ชา กาแฟ ระหว่างวัน โดยฉพาะการสร้างบรรยากาศดีๆ ในที่ทำงาน หาเวลาให้ทุกคนได้พักผ่อนและทำให้เป็นวัฒนธรรมองค์กรซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาว เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะหมดไฟในการทำงาน
  • สวัสดิการที่ตอบโจทย์ การที่บริษัทมีสวัสดิการดีๆ เพื่อตอบแทนพนักงานก็เป็นอีกหนึ่งข้อที่จะช่วยซัพพอร์ตพนักงานได้ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจสุขภาพจิต หรือประกันกลุ่มสุขภาพและอุบัติเหตุ ก็ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นกับชีวิตการทำงานทั้งสิ้น

โดยเฉพาะการทำประกันกลุ่มสุขภาพและอุบัติเหตุสำหรับพนักงาน ที่นอกจากจะเป็นการช่วยซัพพอร์ตคุณภาพชีวิตให้พนักงาน ยังเป็นการช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายให้องค์กรร่วมด้วยได้ หากผู้บริหารหรือ HR กำลังมองหาสวัสดิการประกันกลุ่มที่คุ้มค่า พร้อมทำสัญญาคุ้มครองเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ ขอแนะนำ ประกันกลุ่มสุขภาพและอุบัติเหตุ แผนประกันกลุ่มของ Cigna พร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสิทธิประกันสุขภาพออนไลน์ตลอด 24 ชม. เพื่อเคียงข้างสุขภาพกายใจให้สมาชิกทุกคนในองค์กร

รายละเอียด ความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์การทำประกันกลุ่ม

ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 1758

หรือ โทร. 0-2099-3999

 

อ้างอิงข้อมูล : เว็บไซต์ pobpad

 

 

 

แผนประกันแนะนำ

 

ประกันสุขภาพมิติใหม่

แผนประกัน
สุขภาพมิติใหม่

ประกันสุขภาพมิติใหม่
คุ้มครองโรคกรดไหลย้อน นิ้วล็อค และเบาหวานความดัน สามารถเลือกคุ้มครองเสริมโรคร้ายตามความเสี่ยง

ประกันสุขภาพ

แผนประกันภัย
โรคร้ายแรง

"“โรคร้าย…คุ้มครองครบ”"
”คุ้มครองสูงสุด 1.8 ล้านบาท เงินชดเชยรายได้สูงสุด 1,200 บาท/วัน

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุออนไลน์

"คุ้มครองคูณสาม รับกรมธรรม์ทันที"
ให้ความคุ้มครอง 3 เท่าสูงสุด 6.6 ล้านบาท พร้อมค่ารักษาสูงสุด 60,000 บาท/ครั้ง/อุบัติเหตุ