รวมแบบทดสอบโรคเครียด สำหรับพนักงานออฟฟิศ

สำหรับวัยทำงานหลายๆ คนย่อมเข้าใจกันดีว่า ภาระหน้าที่ของการเป็นพนักงานออฟฟิศนั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตมากมายขนาดไหน ซึ่งหากเกิดภาวะโรคเครียดขึ้นมาจริงๆ อาจส่งผลต่อการทำงาน และสุขภาพร่างกายไม่น้อยเลยทีเดียว

เพราะฉะนั้น ในบทความนี้ Cigna จึงรวบรวมแบบทดสอบโรคเครียด สำหรับสำรวจสุขภาพจิตของพนักงานภายในออฟฟิศของคุณว่าพวกเขายังโอเคอยู่หรือไม่ เพื่อการเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

รวม “แบบทดสอบโรคเครียด” เพื่อป้องกันสุขภาพจิตในระยะยาว

แบบทดสอบโรคเครียด เหล่านี้เราได้ทำการเลือกมาจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และสามารถเข้ากับการประเมินได้ฟรี ซึ่งคุณสามารถนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการสำรวจพฤติกรรมของพนักงานภายในออฟฟิศของคุณได้

โดยสามารถเข้าทำแบบทดสอบได้ ดังนี้

  • แบบประเมินความเครียดโดยกรมสุขภาพจิต

    แบบประเมินโรคเครียดโดยกรมสุขภาพจิต กระทรงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานของภาครัฐบาลที่คอยให้บริการด้านสุขภาพจิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีบุคลากร และจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากมายร่วมคิดคันแบบทดสอบนี้

    สามารถเข้ารับการทำแบบทดสอบได้ที่: https://www.dmh.go.th/test/qtest5/

    นอกจากนี้ยังมีแบบประเมินด้านสุขภาพจิตอีกมากมายที่สามารถเลือกนำไปใช้ได้ตามความเหมาะสม โดยสามารถตรวจสอบได้จาก Link นี้ >>> https://www.dmh.go.th/test/

  • แบบประเมินความเครียดโดยโรงพยาบาลมนารมย์

    แบบทดสอบโรคเครียดโดยโรงพยาบาลมนารมย์ ซึ่งเป็นโรคพยาบาลที่ให้บริการด้านสุขภาพจิต และพฤติกรรมมนุษย์โดยเฉพาะ จึงทำให้เต็มไปด้วยบุคลากรด้านจิตวิทยามากมาย

    สามารถเข้ารับการทำแบบทดสอบได้ที่ https://www.manarom.com/test/strain_thai.html

  • แบบประเมินความเครียดโดย Cigna

    Cigna เข้าใจดีว่าความเครียดนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัว และสร้างภาระให้กับร่างกายมากขนาดไหน เพราะฉะนั้น Cigna จึงร่วมมือกับบรรดาแพทย์ นักวิชาการ และวิศวกรเพื่อสร้างนวัตกรรมในการแสดงภาพของความเครียด และผลกระทบที่อาจมีต่อร่างกายของคุณ

    สามารถเข้ารับการทำแบบทดสอบได้ที่: https://www.cigna.co.th/mystressplan

แค่แบบทดสอบอาจไม่เพียงพอต่อการเยียวยา

แบบทดสอบนั้นสามารถบ่งบอกสถานะทางจิตไม่ได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นต้องมีการเฝ้าสังเกต และการเข้าช่วยเหลือจากคนรอบข้างด้วยเช่นกัน ซึ่งแนะนำว่าเป็นหน้าที่ของ HR ที่ต้องเข้าช่วยเหลือ โดยสามารถทำได้ด้วยกัน ดังนี้

  • เน้นการพูดคุยให้มากขึ้น

    วิธีที่จะทำให้ทราบได้ดีที่สุดว่าอีกฝ่ายนั้นมีความเครียดในเรื่องอะไร นั่นก็คือ การตรงเข้าไปถามกับคนๆ นั้นโดยตรงเลยนั่นเอง

    ซึ่งอาจเน้นไปที่การพูดคุยถามไถ่คร่าวๆ ก่อนว่า ต้องการความช่วยใดๆ หรือไม่? มีจุดไหนอยากให้บริษัทปรับเปลี่ยนบ้างไหม? โดยอาจสร้าง Session เพื่อพูดคุยกับแบบ 1 - 1 ให้อีกฝ่ายสามารถเปิดใจกล้าพูดได้มากขึ้น

    หากพวกเขายอมพูดถึงปัญหาที่ทำให้พวกเขาเกิดความเครียดจากการทำงานได้แล้วล่ะก็ จะไม่ใช่การช่วยเหลือเพียงแค่คนๆ เดียว แต่ยังช่วยให้บริษัทมีพัฒนาการยิ่งขึ้น และรักษาสุขภาพจิตของพนักงานออฟฟิศคนอื่นๆ ในระยะยาว

  • ยืดหยุ่น พร้อมรับฟัง และปรับปรุง

    แม้พนักงานจะกล้าพูดปัญหาที่ก่อให้เกิดความเครียดออกมา แต่หากบริษัทยังไม่ปรับตัวตาม และ Work - Life Balance ยังคงไม่สมดุล ปัญหาความเครียดของพนักงานก็จะกลับมาเรื่อยๆ

    เพราะฉะนั้น บริษัทจึงจำเป็นที่จะต้องยืดหยุ่น พร้อมรับฟังเสียงจากพนักงาน ทำความเข้าใจพวกเขาให้มากขึ้น เพื่อนำมาปรับปรุงสำหรับรักษาสุขภาพจิตของพนักงานในอนาคตนั่นเอง

สรุป

ปัญหาความเครียดของพนักงานออฟฟิศนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งถึงแม้ว่าจะสามารถใช้แบบทดสอบโรคเครียดเพื่อประเมินคร่าวๆ ได้ แต่ถ้าหากปัญหาเดิมๆ ยังไม่ถูกแก้ไข ความเครียดนั้นก็จะก่อตัวใหญ่ขึ้น และส่งผลต่อโรคทางจิตที่รุนแรงกว่าในอนาคตได้

เพราะฉะนั้น HR จึงจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญต่อพนักงานทั้งหมด เฝ้าสังเกตพวกเขา รับฟัง Feedback ที่มี เพื่อนำมากลั่นกรองแล้วปรับปรุงให้บริษัทกลายๆ เป็นสถานที่ที่ดีกว่าเดิม