10 วิธีดูแลสุขภาพของชาวออฟฟิศ ให้แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ

เวลาชีวิตของใครหลายๆ คนนั้นมักจะหมดไปกับการอยู่ในออฟฟิศ หากลองสังเกตดีๆ 8 ชม. ที่เราอยู่ในที่ทำงานนั้น นับเป็น 1 ใน 3 ของเวลาใน 1 วันเลยทีเดียว

แม้ว่าการทำงานจะเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนให้คุณมีรายได้ไปพัฒนาชีวิต แต่ก็มีหลายๆ คนที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน จนมองข้ามการดูแลสุขภาพของตัวเอง ซึ่งการจะมีสุขภาพที่ดีได้นั้น ไม่ใช่แค่เพียงร่างกายแข็งแรง แต่ยังรวมไปถึงสภาพจิตใจอีกด้วย

บทความนี้ Cigna จะมีแนะนำ 10 วิธีดูแลสุขภาพให้แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อการปรับใช้ในชีวิตจริงของเหล่าชาวออฟฟิศ มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง!


office-healthcare

5 เคล็ดลับเพื่อการดูแลสุขภาพกาย


การดูแลสุขภาพของร่างกายนั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยากหากมีวินัยในตัวเองเพียงพอ โดยเคล็ดลับที่ Cigna จะแนะนำนั้น มีอยู่ 5 วิธีด้วยกัน ดังนี้

  • ทานอาหารที่มีประโยชน์

    “You Are What You Eat” กินอะไรก็ย่อมไ้แบบนั้นยังคงเป็นวลีที่ใช้ได้จริงอยู่เสมอ แต่ชาวออฟฟิศหลายๆ คนนั้นกลับไม่ใส่ใจในการทานอาหารสักเท่าไหร่ โดยมากจะเลือกทานจากร้านอาหารที่อยู่ใกล้และสามารถซื้อได้สะดวกมากกว่า

    แต่เพื่อการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงนั้น ก็ย่อมต้องมีสารอาหารที่มีประโยชน์ไปหล่อเลี้ยงให้เพียงพอ จึงอยากให้ใน 1 วันควรพยายามเลือกทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

    โดยอาจเน้นไปที่อาหารจำพวกโปรตีน ผัก และผลไม้ หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่เต็มไปด้วยแป้ง และน้ำตาล เนื่องจากเวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันของชาวออฟฟิศนั้นคือการนั่งทำงาน มีการขยับตัวน้อย อาจทำให้เริ่มอ้วน หรือมีพุงออกมาได้


asian-young-women-eating-salad
  • ออกกำลังกายบ้างให้ร่างกายฟิต

    การออกกำลังกายนั้นเป็นวิธีการดูแลสุขภาพร่างกายที่ดีที่สุด ช่วยให้ร่างกายไม่เฉื่อยชา และระบบการทำงานของอวัยวะภายในดีขึ้น โดยอาจเลือกแบ่งเวลาเพียง 2-3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ก็สามารถช่วยให้ร่างกายของคุณแข็งแรงขึ้นได้มากแล้ว

    โดยแนะนำเป็นกีฬาที่สามารถสนุกได้เมื่อไปกับคนเยอะๆ อย่างแบดมินตัน เทนนิส ปิงปอง การมีเพื่อนร่วมออกกำลังกายด้วยจะช่วยให้ไม่รู้สึกเหงา และมีความตั้งใจที่จะไปบ่อยๆ

  • สภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการทำงาน

    โดยปกติแล้วชาวออฟฟิศมักจะต้องนั่งทำงานอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เกือบตลอดทั้งวัน ซึ่งนานวันเข้าก็อาจทำให้เกิดโรคร้ายอย่างออฟฟิศซินโดรมได้ เพราะฉะนั้น! มาปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการนั่งทำงานนานๆ เช่น

    • ใช้เก้าอี้ตามหลักสรีระศาสตร์ เพื่อบรรเทาอาการปวดหลังจากการนั่งทำงานนานๆ
    • แบ่งเวลา 5-10 นาทีเพื่อลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายขณะทำงานบ่อยๆ
    • ใช้เมาส์เพื่อสุขภาพเพื่อป้องกันอาการข้อมืออักเสบ

    นี่เป็นเพียงการแนะนำเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการหลีกเลี่ยงออฟฟิศซินโดรม คุณสามารถเริ่มได้ที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานเพียงเล็กน้อย อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >>> บทความนี้

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

    สังเกตไหมว่าทำไมทุกเช้าวันจันทร์ - ศุกร์เราถึงรู้สึกง่วงซึมไปทำงานกันทุกเช้า จนต้องหากาแฟแรงๆ สักแก้วมาดื่ม คำตอบก็คือคุณนอนไม่พอยังไงล่ะ!

    อะไรจะดีไปกับร่างกายได้มากกว่าการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเวลานอนที่ดีต่อร่างกายที่สุดนั้นอยู่ที่ 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือถ้าเป็นไปได้ก็ควรนอนให้ใกล้เคียงกับตัวเลขนี้มากที่สุด รับรองว่าสุขภาพของคุณจะดีขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจเลยทีเดียว

  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

    แม้ว่าคุณจะทำการดูแลสุขภาพตัวเองเป็นอย่างดีมาโดยตลอด แต่ใครจะรู้ว่าภายในร่างกายนั้นมีโรคร้ายแฝงตัวอยู่หรือไม่ เพราะฉะนั้น การตรวจสุขภาพก็เป็นหนึ่งในการดูแลตัวเอง เพื่อหาวิธีการรับมือกับภัยที่แฝงตัวอยู่ภายในร่างกายให้ทันนั่นเอง

    โดยอาจลองสอบถามกับที่ทำงานว่ามีสวัสดิการตรวจสุขภาพประจำปีให้กับพนักงานหรือไม่? นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษจากภาคประกันสังคม ที่มีโปรแกรมตรวจสุขภาพฟรีให้อีกด้วย

    สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ >>> บทความนี้


asian-doctoring-patient

5 เคล็ดลับเพื่อการดูแลสุขภาพใจ


การดูแลสุขภาพจิตใจนั้น มีความละเอียดอ่อนและค่อนข้างทำได้ยากกว่าการดูแลร่างกาย เนื่องจากแต่ละคนนั้นมีสภาพจิตใจที่แตกต่างกัน โดย Cigna มีเคล็ดลับที่จะแนะนำด้วยกัน ดังนี้

  • ทานอาหารที่อร่อย

    ในช่วงแรกเราได้พูดถึงการทานอาหารที่มีประโยชน์ไปแล้ว แต่คราวนี้เราจะพูดถึงการทานอาหารที่อร่อยบ้าง! รู้ไหมว่าการทานอาหารที่รสชาติดีนั้นช่วยสร้างความสุขให้กับคุณได้เป็นอย่างมาก

    โดยใน 1 สัปดาห์อาจมีสัก 1 มื้อที่คุณไปทานอาหารที่ตัวเองชื่นชอบ โดยไม่ต้องกังวลว่าอาหารมื้อนั้นจะเสียสุขภาพไหม อ้วนไหม แต่มองแค่เพียงรสชาติและความอร่อยของมันเท่านั้นพอ แล้วอาหารมื้อนั้นจะช่วยเยียวยาจิตใจของคุณเอง

  • แบ่งเวลาให้งานอดิเรกมากๆ

    ใครๆ ต่างก็เข้าใจดีว่าการทำงานที่ออฟฟิศนั้นสร้างความเครียดมากแค่ไหน เพราะฉะนั้น อย่าลืมแบ่งเวลาของตัวเองออกมาให้กับงานอดิเรกของตัวเองให้มากๆ เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียดและความเหนื่อยล้าจากการทำงาน

    ไม่ว่างานอดิเรกของคุณจะเป็นการทำอาหาร การช็อปปิ้ง หรือแม้แต่การนอน ก็ขอให้ใช้เวลากับมันให้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวใครว่า เพราะนอกเหนือจากเวลางานแล้วมันคือเวลาพักผ่อนของคุณ ใช้เวลานี้ผ่อนคลายตัวเองให้มากที่สุด!


asian-women-cooking
  • เวลาพักก็คือพัก รู้จักปล่อยวางงาน

    ชาวออฟฟิศหลายๆ คนนั้นเลือกที่จะทำงานนอกเวลาอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นพักกลางวัน หรือหลังเลิกงาน ทำให้เกิดความเครียดสะสม แม้ว่าการตั้งใจกับงานจะเป็นเรื่องดี แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรให้ความสำคัญกับมันมากจนมองข้ามสภาพร่างกายของตัวเอง

    วิธีดูดูแลสุขภาพจากสถานการณ์นี้ก็คือ บอกกับตัวเองเสมอว่า “เวลางานก็คือเวลางาน เวลาพักก็คือเวลาพัก” แบ่งเวลาของตัวเองให้ถูกต้อง อย่าให้งานต้องกระทบกับเวลาส่วนตัว รับรองว่าจะช่วยคลายความเครียดจากการทำงานลงไปได้มากเลยทีเดียว

  • ใช้เวลาให้เต็มที่กับคนที่คุณรัก

    การได้อยู่กับคนที่คุณรักและสนิทใจด้วย เป็นช่วงเวลาที่คุณจะได้ผ่อนคลายตัวเองได้อย่างเต็มที่ หากมีเวลาว่างๆ เราจึงขอแนะนำให้พักเรื่องการทำงาน แล้วใช้เวลากับพวกเขาให้มากๆ เติมพลังของตัวเองให้เต็มก่อนจะเริ่มทำงานใหม่อีกครั้ง

  • อย่าเก็บความรู้สึกเครียดไว้คนเดียว

    ความเครียดนั้นเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตเป็นอย่างมาก ซึ่งชาวออฟฟิศหลายๆ คนนั้นก็น่าจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ของความเครียดกันมาไม่มากก็น้อย

    ซึ่งวิธีการดูแลสุขภาพจิตจากความเครียดนั้นค่อนข้างยาก แต่หนึ่งในวิธีที่ค่อนข้างได้ผลดีก็คือ การขอความช่วยเหลือ หรือระบายมันออกมาให้คนที่คุณไว้ใจรับฟัง

    บางครั้งการเก็บความเครียดไว้คนเดียวจะยิ่งกลายเป็นการทำให้ปัญหานั้นแย่ลง หากมีใครสักคนที่คอยรับฟัง และร่วมแก้ปัญหา จะช่วยให้สุขภาพจิตใจของคุณดีขึ้นเป็นอย่างมาก


*********************************

แผนประกันแนะนำ


ประกันสุขภาพมิติใหม่

แผนประกัน
สุขภาพมิติใหม่

ประกันสุขภาพมิติใหม่
คุ้มครองโรคกรดไหลย้อน นิ้วล็อค และเบาหวานความดัน สามารถเลือกคุ้มครองเสริมโรคร้ายตามความเสี่ยง

ประกันสุขภาพ

แผนประกันภัย
โรคร้ายแรง

"“โรคร้าย…คุ้มครองครบ”"
”คุ้มครองสูงสุด 1.8 ล้านบาท เงินชดเชยรายได้สูงสุด 1,200 บาท/วัน

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุออนไลน์

"คุ้มครองคูณสาม รับกรมธรรม์ทันที"
ให้ความคุ้มครอง 3 เท่าสูงสุด 6.6 ล้านบาท พร้อมค่ารักษาสูงสุด 60,000 บาท/ครั้ง/อุบัติเหตุ