ซิกน่า
สอบถามผลิตภัณฑ์โทร 0-2099-3999
TH Thai

เที่ยวเอเชียไม่ซ้ำใคร! ด้วย 5 เส้นทางรถไฟสายธรรมชาติที่สวยที่สุด

หากโควิด-19 ทำให้คุณอัดอั้นเพราะไม่ได้ท่องเที่ยวเป็นเวลานาน และถึงแม้คุณยังไม่สามารถไปไหนได้ไกล แต่เวลานี้ก็ถือเป็นเวลาอันเหมาะสมที่คุณจะเริ่มวางแผนในการเดินทางทริปต่อไปของคุณ เพื่อที่เมื่อถึงเวลาที่ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

แต่ถ้าในหัวของคุณยังนึกไม่ออกว่าคุณจะให้รางวัลกับชีวิตตัวเองด้วยการท่องเที่ยวอย่างไร วันนี้เราขอเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวด้วยรถไฟที่คุณสามารถนั่งชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามตลอดสองข้างทางไปได้เรื่อยๆ ที่นอกจากจะช่วยให้คุณหลีกหนีความจำเจจากการที่คุณอยู่บ้านนานๆ และช่วยชาร์จพลังให้กับคุณอีกด้วย

Trans-Manchurian Line - China, Russia

เส้นทาง: ปักกิ่ง - ฉางชุน - ฮาร์บิน - เออร์คุสต์ - เยคาเทรินเบิร์ก - นิชนี่ โนฟโกรอด - มอสโคว์

ระยะทาง: 8,961 กิโลเมตร

เวลาเดินทาง: 6 วัน 5 คืน

เส้นทางแรกที่เราจะขอแนะนำคือเส้นทางในตำนานที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1916 อย่างทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรียที่พาดผ่านตั้งแต่ทวีปยุโรปที่มอสโคว์ไปจนสุดปลายทางที่วลาดิวอสตอกซึ่งเป็นเมื่องท่าฝั่งริมมหาสมุทรแปซิฟิกในทวีปเอเชีย และยังมีสายรถไฟแยกย่อยที่วิ่งเข้าสู่มองโกเลีย จีน และเกาหลีเหนือ

สำหรับเส้นทางย่อยที่เราแนะนำคือเส้นทางสายทรานส์-แมนจูเรีย ซึ่งเริ่มต้นที่มหานครปักกิ่งในประเทศจีน ผ่านเมืองฉางชุนและฮาร์บิน ก่อนที่จะข้ามพรมแดนรัสเซียเข้าสู่เขตไซบีเรีย ลัดเลาะเลียบทะเลสาบไบคาล ข้ามแม่น้ำเยนีเซย์ ผ่านเขตเทือกเขาอูราล แล้วข้ามแม่น้ำโวลกา ก่อนที่จะสิ้นสุดการเดินทางที่กรุงมอสโคว์ในรัสเซียฝั่งทวีปยุโรป

เคล็ดลับในการเตรียมตัว:

  • ช่วงเวลาสำหรับการเดินทางที่ดีที่สุดคือตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกันยายน เนื่องจากอากาศที่ไม่หนาวจนเกินไป และระยะเวลากลางวันที่ยาวนานกว่าช่วงเวลาอื่นที่ทำให้คุณดื่มด่ำกับทิวทัศน์สองข้างทางได้มากขึ้น
  • เว็บไซต์สำหรับซื้อตัวรถไฟที่ดีที่สุดคือ China International Travel Service ซึ่งเป็นบริษัทนำเที่ยวของรัฐบาลจีนโดยตรง ซึ่งตั๋วรถไฟจะมีสามประเภท คือ ตู้นอนชั้นสอง (USD $544-$506) ตู้นอนชั้นหนึ่ง แบบธรรมดา (USD $796) และตู้นอนชั้นหนึ่ง แบบเดอลุกซ์ (USD $872-$940) โดยที่คุณควรจองตั๋วล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสัปดาห์ก่อนเดินทาง
  • การเดินทางครั้งนี้จำเป็นต้องใช้วีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวของประเทศจีน ซึ่งต้องทำล่วงหน้าก่อนเดินทางภายในหนึ่งเดือนแต่ไม่เกินสามเดือน ในขณะที่คุณสามารถท่องเที่ยวในรัสเซียได้ถึง 30 วัน โดยที่ไม่ต้องขอวีซ่า สำหรับผู้ที่มีหนังสือเดินทางอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน เท่านั้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอวีซ่าโปรดสอบถามที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของสถานฑูตจีนประจำประเทศไทย
  • เนื่องจากทางรถไฟอยู่ในเขตอากาศหนาวเย็นทั้งปี สิ่งของที่คุณควรเตรียมไปคือเสื้อโค้ท ถุงมือ หมวกไหมพรม รองเท้าบู้ต และอุปกรณ์กันหนาวต่างๆ เท่าที่คุณจะหาได้ อีกสองสิ่งที่ขาดไม่ได้คือกล้องถ่ายรูป และหนังสือ The Trans-Siberian Handbook ที่จะบอกรายละเอียดของสิ่งที่คุณเห็นตลอดสองข้างทางทุกๆ กิโลเมตรที่คุณกำลังเคลื่อนผ่านไป

Trans-Manchurian Line - China, Russia

เส้นทาง: กรุงเทพ - กาญจนบุรี - บัตเตอร์เวิร์ท - กัวลาลัมเปอร์ - สิงคโปร์

ระยะทาง: 2,318 กิโลเมตร

เวลาเดินทาง: 4 วัน 3 คืน

Eastern and Oriental Express ถือเป็นขบวนรถไฟทางไกลที่ให้บริการระดับ 5 ดาว หนึ่งในไม่กี่ขบวนของโลกที่ยังคงเปิดให้บริการ ที่นอกจากห้องพักสุดหรูหรา ยังประกอบไปด้วยจุดชมวิวซึ่งอยู่ท้ายขบวน ห้องอาหาร ห้องนั้งเล่น ห้องดนตรี ห้องสมุด บาร์เปียโน โรงภาพยนตร์ ห้องฟิตเนส ห้องสปา และอื่นๆอีกมากมายภายในขบวนรถไฟความยาว 500 เมตร ที่แวดล้อมไปด้วยทิวทัศน์ภูเขาและป่าไม้ตลอดสองข้างทางตามแบบฉบับของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขบวนรถไฟ Eastern and Oriental Express เริ่มต้นออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง มุ่งหน้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนที่เช้าวันรุ่งขึ้นจะเป็นทริปเยี่ยมชมสะพานข้ามแม่น้ำแคว พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟ ไทย-พม่า และสุสานทหารผ่านศึก ก่อนที่จะเดินทางสู่ประเทศมาเลเซียผ่านทางรถไฟสายใต้ และข้ามพรมแดนที่เมืองบัตเตอร์เวิร์ท ก่อนที่มุ่งหน้าต่อไปทางใต้ของมาเลเซียและหยุดพักทัวร์ชมเมืองกัวลาลัมเปอร์ในเช้าวันที่สาม แล้วสิ้นสุดการเดินทางที่สถานีรถไฟวู้ดแลนด์ที่ประเทศสิงคโปรในวันที่สี่

เคล็ดลับในการเตรียมตัว:

  • รถไฟจะมีให้บริการเพียงสองช่วง คือช่วงเดือนมกราคม-เมษายน และช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคมของทุกปี
  • ตั๋วโดยสารสามารถจองได้โดยตรงที่เว็บไซต์ ซึ่งห้องพักในรถไฟ Eastern & Oriental Express มีสามรูปแบบ คือ Pullman Suite ขนาด 5 ตารางเมตร พร้อมห้องน้ำในตัว สนนราคาที่ 70,000 บาท/คน States Cabin ขนาด 4.8 ตารางเมตร พร้อมโซฟาริมหน้าต่างและห้องน้ำในตัว สนนราคาที่ 100,000 บาท/คน และ President Suite Cabin ขนาดห้องใหญ่ถึง 11.6 ตารางเมตร พร้อมห้องน้ำ โต๊ะเครื่องแป้ง บริเวณแต่งตัว และบาร์ส่วนตัวภายในห้องพัก สนนราคาที่ 140,000 บาท/คน
  • เนื่องจากที่เป็นขบวนรถไฟระดับ 5 ดาว จึงมีข้อกำหนด Dress Code ระหว่างการเดินทาง ดังนี้
    • ระหว่างการเดินทางในขบวนรถไฟ ควรแต่งกายแบบ Smart Casual
    • ในการทานมื้อเย็น ควรแต่งกายแบบ Formal บุรุษควรสวมแจ๊กเก๊ตและผูกไทด์ ส่วนสตรีควรสวมเดรสยาว

ดังนั้นคุณจึงควรเตรียมเสื้อผ้า (รวมไปถึงรองเท้าและเครื่องประดับ) ให้เพียงพอต่อการเดินทางทั้งสี่วันไปด้วย


Reunification Express - Vietnam

เส้นทาง: ฮานอย - โฮจิมินห์

ระยะทาง: 1,721 กิโลเมตร

ระยะเวลาเดินทาง: 30 ชั่วโมง

“ด่วนรวมชาติ” คือชื่อเล่นของทางรถไฟสายยาวที่พาดผ่านจากเหนือจรดใต้ของเวียดนาม ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศสตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนที่จะได้รับความเสียหายอย่างมหาศาลในช่วงสงครามเวียดนาม ก่อนที่รัฐบาลคอมมิวนิสต์เวียดนามจะเข้าฟื้นฟูเส้นทางจนแล้วเสร็จใน ค.ศ. 1976 ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ผนวกเข้าเป็นประเทศเดียวกันภายในไม่ถึงสองปี

เส้นทางของ “รถด่วนรวมชาติ” เริ่มต้นจากกรุงฮานอยในภาคเหนือของเวียดนาม ลัดเลาะไปตามป่าเขา นาข้าว หมู่บ้านชาวประมง แม้แต่ใจกลางเมืองอย่างเว้และดานัง ลอดผ่าน 27 อุโมงค์ กับสะพานอีกกว่า 1,334 แห่ง ก่อนที่จะสิ้นสุดการเดินทางที่สถานีไซง่อน ในเมืองโฮจิมินห์ซิตี้ อดีตเมืองหลวงเก่าของเวียดนามใต้ อันเป็นสถานีที่ 158 ของเส้นทางนี้

เคล็ดลับในการเตรียมตัว:

  • แท้ที่จริงแล้วไม่มีขบวนรถไฟ Unification Express เป็นการเฉพาะ แต่เป็นขบวนรถไฟจากฮานอยไปโฮจิมินห์ซิตี้ที่มีให้บริการวันละสี่ขบวน แบ่งเป็นสองขบวนในช่วงเช้า และสองขบวนในช่วงเย็น โดยสามารถดูตารางการเดินรถได้ ที่นี่ อย่างไรก็ดี ตารางการเดินทางดังกล่าวเป็นเพียงตารางโดยคร่าวเท่านั้น เนื่องจากรถไฟของเวียดนามนั้นดีเลย์ไม่ต่างจากรถไฟไทยเท่าใดนัก
  • ตั๋วมีให้เลือกตั้งแต่รถนั่งเบาะไม้ชั้นสาม รถนั่งเบาะผ้าชั้นสอง รถตู้นอนเบาะไม้ รถตู้นอนเตียงฟูก ไปจนถึงรถตู้นอนแบบวีไอพี โดยคุณสามารถซื้อตั๋วที่สถานีต้นทางได้โดยตรง ซึ่งจะได้ราคาถูกกว่าการจองผ่านเว็บไซต์
  • หากคุณต้องการแวะชมเมืองระหว่างทาง เช่นเว้หรือดานัง คุณจำเป็นต้องซื้อตั๋วรถไฟเป็นเที่ยวๆ ไป เช่น ฮานอย-เว้ และ เว้-โฮจิมินห์ เป็นต้น
  • การรถไฟแห่งเวียดนามได้จำกัดน้ำหนักของสัมภาระที่จะบรรทุกขึ้นรถไฟไว้ที่ 20 กิโลกรัมสำหรับผู้ใหญ่ และ 10 กิโลกรัมสำหรับเด็ก หากเป็นไปได้ให้คุณจัดสัมภาระลงในเป้ขนาดเหมาะๆ 1 ใบจะเป็นการดีที่สุด

Alishan Forest Railway - Taiwan

เส้นทาง: เจียยี่ - เฟินซีหู - อาลีชาน - เจียยี่

ระยะทาง: 86 กิโลเมตร

ระยะเวลาเดินทาง: 1 วัน

ทางรถไฟสายอาลีชานภายในอุทยานแห่งชาติอาลีชานในไต้หวันถือเป็นหนึ่งในทางรถไฟขึ้นเขาที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในโลก จากเดิมที่ถูกสร้างโดยจักรวรรดิญี่ปุ่นเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมป่าไม้ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง จนกระทั่งทศวรรษที่ 1970 ที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของเขตอาลีชาน ทางรถไฟสายอาลีซานคือเส้นทางที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของป่าสนเขาได้อย่างใกล้ชิด

ทางรถไฟสายอาลีซานเริ่มจากสถานีเจียยี่ ก่อนลัดเลาะไปตามโค้งภูเขาอาลีซาน ก่อนแวะพักที่หมู่บ้านเฟินซีหู ซึ่งเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่ระดับ 1,400 ฟุตเหนือน้ำทะเลและเต็มไปด้วยสวนหินธรรมชาติและน้ำตก ก่อนมุ่งหน้าไปสู่สถานีอาลีซาน ก่อนที่จะวกกลับมาสู่เส้นทางเดิม

เคล็ดลับในการเตรียมตัว:

  • เนื่องจากเขตเจียยี่นั้นอยู่ออกมาจากบริเวณเมือง จึงจำเป็นต้องเดินทางจากไทเป เถาหยวน หรือไถจง โดยมีวิธีการเดินทางให้เลือกทั้งรถบัส รถไฟธรรมดา และรถไฟความเร็วสูง
  • รถไฟจากสถานีเจียยี่เริ่มเดินรถเวลา 8:30 และขบวนสุดท้ายเวลา 17:23 สามารถตรวจสอบตารางการเดินรถได้ ที่นี่โดยราคาตั๋วโดยสารเริ่มต้นตั้งแต่ 42 - 459 ดอลลาร์ไต้หวัน
  • โปรแกรมท่องเทียวที่ขอแนะนำคือให้ค้างคืนที่เจียยี่หนึ่งคืน ก่อนที่จะตื่นเช้าเพื่อนั่งรถบัสไปยังยอดเขาอาลีซานเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น แล้วนั่งรถบัสมายังหมู่บ้านเฟินซีหู ก่อนขึ้นรถไฟกลับมายังสถานีเจียยี่
  • สิ่งที่แนะนำเมื่อคุณชมหมู่บ้านเฟินซีหูคือการเยี่ยมชมวัดชินโตและหมู่บ้านเก่าแก่ที่สร้างจากไม้สนฮิโนกิ จิบชาที่ปลูกบนยอดเขาอาลีซาน รวมไปถึงทานข้าวกล่องเฟินชีหูและเจลลี่อายุ ซึ่งเป็นของดีประจำหมู่บ้าน

Blue Train - Sri Lanka

เส้นทาง: เอลลา - นูวารา เอลดิยา - แคนดี

ระยะทาง: 65 กิโลเมตร

ระยะเวลาเดินทาง: เจ็ดชั่วโมง

สิ่งหนึ่งที่ผู้คนไม่ค่อยรับรู้เกี่ยวกับศรีลังกาคือศรีลังกามีเครือข่ายทางรถไฟที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งแต่ทางรถไฟที่ลัดเลาะเลียบไปตามชายฝั่งตะวันตกและตะวันออกของศรีลังกา หรือทางรถไฟที่ตัดผ่านหุบเขาใจกลางประเทศ พร้อมกับขบวนรถไฟสีฟ้าน้ำทะเลที่โดดเด่นเป็นสง่าท่ามกลางวิวทิวทัศน์ธรรมชาติสองข้างทาง ซึ่งเส้นทางที่เป็นที่นิยมที่สุดคือเส้นทางจากเมืองเอลลาไปสู่เมือนแคนดี

เส้นทางเริ่มต้นจากเมืองเอลลา ลัดเลาะตามเทือกเขาที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ไร่ชาซีลอนซึ่งเป็นชาพันธุ์พื้นเมือง รวมไปถึงหมู่บ้านเล็กๆ ที่ยังใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม ก่อนที่จะหยุดเปลี่ยนขบวนที่สถานีนูวารา เอลดิยา แล้วทะลุผ่านเทือกเขา ไร่ชา และหมู่บ้านพร้อมกับทิวทัศน์แบบพาโนรามิกเหมือนเช่นเคย ก่อนที่จะเข้าสู่ทุ่งปาล์มกว้างสุดลูกหูลูกตาอันเป็นสัญญาณให้คุณรู้ว่าคุณกำลังจะถึงจุดหมายปลายทางคือเมืองแคนดี

เคล็ดลับในการเตรียมตัว:

  • แม้ว่าคุณจะสามารถขอ Visa on Arrival เมื่อเดินทางไปถึงศรีลังกาแล้ว แต่เราขอแนะนำให้คุณขอวีซ่าแบบออนไลน์ที่ http://www.eta.gov.lk/ ซึ่งจะสะดวกกว่า และอย่าลืมเตรียมเอกสารเพิ่มเติม เช่น หลักฐานการจองโรงแรม เพื่อแสดงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง
  • เนื่องจากการรถไฟศรีลังกายังไม่มีระบบจองตั๋วแบบออนไลน์ จึงจำเป็นต้องซื้อตั๋วที่สถานีรถไฟโดยตรง ซึ่งหากเดินทางในช่วงวันหยุดหากเป็นไปได้ควรซื้อตั๋วล่วงหน้า เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหรือแต่แต่คนศรีลังกาเองต่างต้องการขึ้นรถไฟขบวนนี้
  • ตั๋วรถไฟมีห้าระดับ คือรถนั่งชั้นสาม รถนั่งชั้นสอง รถนั่งชั้นหนึ่ง รถนอนชั้นหนึ่ง และรถชมวิวชั้นหนึ่ง แต่เราขอแนะนำให้คุณจองรถนั่งชั้นสอง เพราะคุณสามารถชมวิวทิวทัศน์ไปพร้อมกับสูดอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติได้อย่างเต็มปอด โดยอัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 230 รูปีหรือประมาณ 40 บาทต่อเที่ยว
  • เนื่องจากรถไฟของศรีลังกาขึ้นชื่อในเรื่องของการดีเลย์ จึงควรเผื่อเวลาเดินทางไปอีกหนึ่งน้อย 1-2 ชั่วโมง
  • รถไฟบางขบวนอาจไม่มีตู้เสบียงให้บริการ ดังนั้นคุณควรเตรียมเสบียงอาหารของคุณไปเอง หรืออาจจะซื้ออาหารตามสถานีระหว่างทางก็ได้เช่นกัน

หวังว่าเส้นทางที่เราแนะนำไปจะช่วยให้คุณวางแผนการเดินทางครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้น และสิ่งหนึ่งที่เราอยากให้คุณเตรียมพร้อมก่อนเดินทางเสมอคือประกันภัยการเดินทางที่ช่วยให้คุณอุ่นใจได้ทุกครั้งแม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่คุณคาดไม่ถึงก็ตาม