TH Thai
20 สถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก ที่ต้องไปเยือนซักครั้งในชีวิต

20 สถานที่เที่ยวทั่วโลกสุดมหัศจรรย์ ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต 1

มามองหาแรงบันดาลใจให้ชีวิต ด้วย 5 สถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลกสุดมหัศจรรย์ที่เราเก็บข้อมูลมาฝาก ให้คุณได้ออกเดินทางไปพบกับความน่าตื่นตาตื่นใจที่ธรรมชาติสรรสร้างขึ้นกันสักครั้ง
 

สถานที่เที่ยวทั่วโลก มหัศจรรย์จนคุณต้องว้าว

The Wave – Arizona

สวรรค์ของนักถ่ายภาพที่ธรรมชาติสร้างให้แห่งนี้ ชื่อว่า “The Wave” ตั้งอยู่กลางทะเลทรายบริเวณพรมแดนระหว่างรัฐ Utah และ Arizona เห็นสีสันสะดุดตาแบบนี้ แท้ที่จริงแล้ว The Wave คือเขาหินทรายที่ถูกแรงลมกัดกร่อน เหมือนเกลียวคลื่นสีเหลืองส้มสุดร้อนแรง

 

 

รูปร่างแปลกตาของเนินเขาหินทราย และสีสันจัดจ้านตัดกับท้องฟ้าใส ๆ นี่เองทำให้นักท่องเที่ยวต้องหลงเสน่ห์ The Wave แต่การจะได้เข้าไปยลโฉมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทางการจะออกใบอนุญาตให้เข้าชม (Hiking Permit) เพียง 20 คนต่อวันเท่านั้น นอกจากนี้ การเดินทางเข้าไปชมโฉมหินเกลียวคลื่น ต้องเดินเท้าผ่านทะเลทรายซึ่งมีระยะทางไปกลับกว่า 10 กม. ถึงอย่างนั้น นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่รักการถ่ายภาพก็ใฝ่ฝันจะมาที่นี่สักครั้งในชีวิต
The Wave เหมาะมากที่จะไปช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นมิถุนายน และช่วงปลายกันยายนถึงต้นพฤศจิกายน เพราะเป็นฤดูร้อนมีแสงเจิดจ้าจากพระอาทิตย์เป็นตัวช่วย เหมาะกับการได้ภาพสวย ๆ ลองจินตนาการถึงเกลียวคลื่นสีจัดจ้านตัดกับท้องฟ้าสวยสดของฤดูร้อน ที่นี่คงเป็นหนึ่งในที่เที่ยวรอบโลกที่ทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม เริ่มอยากจัดกระเป๋า สะพายกล้อง ออกเดินทางฝ่าทะเลทรายมาที่นี่กันแล้วใช่ไหม งั้นลุยเลย

การขอใบอนุญาตเข้าชม (The Wave Hiking Permit)หน่วยงานที่ออก Permit คือ Bureau of Land Manage (BLM) โดยการเข้าชม The Wave ถูกจำกัดไว้ที่ 20 คนต่อวัน Permit จะออกให้ผ่านทาง 2 ระบบ ดังนี้

  • Lottery System: Permit สำหรับ 10 คนจะถูกออกให้ล่วงหน้า 3 เดือนจากวันเดินทาง โดยผู้สนใจสามารถสมัครได้ ที่นี่
  • Walk-In: Permit ที่เหลือสำหรับวันรุ่งขึ้นอีก 10 คน จะถูกกันไว้ให้คนที่มายื่นใบสมัครที่ BLM office ที่เมือง Kanab (745 E. Highway 89, Kanab, UT, 84741) โดยผู้สมัครต้องมายื่นใบสมัครก่อน 9 โมงเช้า ในบางครั้งอาจเป็นไปได้ที่มีคนสละสิทธิ์ (ตรวจสอบ) แต่คาดว่าโอกาสจะเกิดยากมากค่ะ
 

 

 

Mount Roraima – Venezuela

ฉีกกฎภูเขาสูงด้วยยอดเขาที่ตัดเหมือนโต๊ะ จะดีแค่ไหนถ้ายอดภูเขาสูงเสียดฟ้า มีพื้นราบให้เราวิ่ง เดิน กระโดดโลดเต้น เซลฟี่ได้ทุกท่วงท่า ชนิดไม่ต้องกลัวร่วง หรือแม้จะนอนชมปุยเมฆลอยผ่านชิล ๆ บนยอดเขาก็ยังได้ ทุกสิ่งที่ว่ามา เกิดขึ้นได้บนยอดเขาโรไรมาแห่งนี้

“โรไรมา”ยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาปากาไรมา ตั้งอยู่ในเมืองไรโรมาของประเทศบราซิล บนพรมแดนที่เชื่อมต่อ เวเนซุเอลา บราซิล และกายอานา โด่งดังด้วยลักษณะยอดเขาที่แบนเรียบราวกับพื้นโต๊ะ ล้อมรอบด้วยผาแนวดิ่งสูง 400 เมตรทุกด้าน ค้นพบครั้งแรกโดย เซอร์ วอลเตอร์ ลาเล่ย์ นักสำรวจชาวอังกฤษ เป็นภูเขาที่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลกสุดอัศจรรย์ ที่นักท่องเที่ยวผู้รักการปีนเขาไม่ควรพลาด
เขายอดแบนสูงเสียดฟ้าแห่งนี้ เป็นลักษณะเฉพาะของภูเขาซึ่งเกิดจากชั้นหินหลายชนิด ที่ทนต่อการกัดเซาะผุพังไม่เท่ากัน เรียงตัวซ้อนกันในแนวราบ ซึ่งการสึกกร่อนของหินทำให้ไหล่เขาชันขึ้นไปตามความสูง แต่ยอดเขาจะมีลักษณะแนวราบคล้ายโต๊ะ และมีดินเพียงนิดเดียวเท่านั้นบนยอดเนื่องจากถูกน้ำฝนชะล้างไปหมด
เมาท์ โรไรมา จะสวยมากขึ้น เมื่อถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอก ที่จะทำให้นักท่องเที่ยว รู้สึกราวกับว่ากำลังล่องลอยอยู่ในดินแดนแห่งความฝันอยากรู้ว่าความรู้สึกแบบนั้นดีแค่ไหน ออกเดินทางไปสัมผัสความมหัศจรรย์ที่ท้าทายนี้ด้วยตัวเองกันเถอะ!

 
 

Eilean Donan Castle - Scotland

สัมผัสความรู้สึกเหมือนอยู่ในเทพนิยาย ไปกับปราสาทEilean Donan Castle ปราสาทเล็ก ๆ บนเกาะเล็ก ๆ ในสกอตแลนด์ ตรงจุดที่ทะเลสาบ 3 แห่ง มาบรรจบกัน โดยมีสะพานหินขนาดใหญ่เชื่อมระหว่างตัวปราสาทและริมฝั่ง ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน แต่ตัวปราสาทที่เห็นในปัจจุบันนั้นได้รับการสร้างขึ้นมาใหม่ เนื่องจากปราสาทเดิมถูกทำลายลง แต่ยังคงความคลาสสิกไว้เช่นเดิมทุกประการ

แม้ปราสาทแห่งนี้จะมีขนาดเล็กหากเทียบกับปราสาทอื่นในสกอตแลนด์ แต่จุดเด่นของที่นี่ไม่น้อยหน้าปราสาทงาม ๆ หลังอื่นแน่นอน เพราะที่ตั้งของปราสาทแห่งนี้โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ บรรยากาศรอบปราสาทก็เงียบสงบและสวยงาม ทำให้ Eilean Donan เป็นหนึ่งในปราสาทที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดในสกอตแลนด์ ที่สำคัญยังได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในปราสาทที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของโลก จนถูกนำไปใช้เป็นฉากในหนังเรื่อง Highlander และ James Bond ภาค “The World Is Not Enough” อีกด้วย ใครอยากมีประสบการณ์ใกล้เคียงเทพนิยายในวัยเด็ก ปราสาทเล็ก ๆ แห่งนี้ตอบโจทย์จินตนาการของคุณได้ รับรองว่าที่แห่งนี้จะเก็บเกี่ยวความทรงจำยิ่งใหญ่ให้คุณแน่นอน เวลาให้บริการ

เวลาให้บริการ
1 มีนาคม – 31 ตุลาคม ทุกวันเวลา 10.00 – 18.00 (Last Admission 17.00)
หมายเหตุ: เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยในบางวัน
การซื้อตั๋ว: สามารถซื้อตั๋วได้ที่หน้าทางเข้าปราสาท
เว็บไซต์: http://www.eileandonancastle.com

 

 

 

Capilano Suspension Bridge - Canada

สะพานแขวนคาพิลาโน หนึ่งในสถานที่ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสผืนป่าอันลึกลับจากมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน สะพานแขวนนี้เป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ตั้งอยู่ยอดต้นไม้ที่อยู่รอบตัว ด้วยความยาว 450 ฟุต (137 เมตร) และอยู่สูงเหนือแม่น้ำคาพิลาโน 230 ฟุต (70 เมตร)

เห็นเป็นสะพานที่สวย แข็งแรง และโมเดิร์นแบบนี้ แต่ในช่วงแรกนั้น โครงสร้างของสะพานไม่มั่นคง โดยทำมาจากวัสดุอย่างแผ่นกระดาน ไม้สน และเชือกปอ ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1889 โดยวิศวกรโยธาชาวสก็อตแลนด์ จอร์จ แกรนท์ แม็คเคย์ เพื่อทำทางเดินเชื่อมไปยังป่า หลังจากนั้น จึงเปลี่ยนจากเชือกปอมาใช้สายเคเบิลเหล็กแทน ซึ่งมีความแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักที่มากกว่า 1,300 คนได้ และได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดขึ้นชื่อของแวนคูเวอร์ในเวลาต่อมา สะพานแห่งนี้โดดเด่นด้วยทิวทัศน์รอบด้านซึ่งเป็นป่าสูง เขียวชอุ่ม และสวยงามชนิดที่จินตนาการได้ยาก นอกจากนั้น คุณจะได้เดินไปตามเส้นทางเดินป่าอันประกอบด้วยคลิฟวอร์คที่เป็นทางเดินริมหน้าผา จุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ล่าสุดของที่นี่ สะพานแขวนนี้ยื่นออกมาจากหน้าผาแกรนิตและเชื่อมต่อไปยังเขตป่าฝน ทำให้ตรงนี้สามารถมองเห็นหุบเขาลึกจากบนสะพานได้ แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว ช่วงที่เป็นจุดที่สูงที่สุดของทางเดิน ถูกบุด้วยแผ่นกระจกใสเพื่อให้นักท่องเที่ยวมองเห็นยอดของต้นไม้ที่อยู่ใต้เท้าแค่เพียงปลายนิ้ว นอกจากนั้นคุณยังมีโอกาสได้ร่วมทัวร์ป่าฝนไปกับไกด์ และเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างคนท้องถิ่นและผืนป่า ทั้งหมดที่เล่ามาการันตีว่าสถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก ที่คุณน่าจะไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

 
 

Carrera Lake - Argentina

ใครเบื่อทะเล เรามีทะเลสาบให้คุณไป ที่ที่คุณจะลืมน้ำทะเลใสๆ หาดทรายขาวชั่วขณะหนึ่ง เพราะทะเลสาบ Carrera แห่งนี้ มีถ้ำมหัศจรรย์ที่น่าตื่นตาตื่นใจซ่อนอยู่ ที่นี่คือถ้ำหินอ่อนเจิดจรัสอยู่ในทะเลสาบการ์เรรา (General Carrera) สวยจนใคร ๆ ก็คิดว่าหลุดออกมาจากจินตนาการของศิลปินคนไหนหรือเปล่า

ถ้ำหินอ่อนนี้อยู่ในเขตพื้นที่ของทะเลสาบการ์เรรา (General Carrera) ทะเลสาบขนาดใหญ่ในภูมิภาคปาตาโกเนีย (Patagonia) ภูมิภาคใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ โดยทะเลสาบนี้อยู่ระหว่างชายแดนของอาร์เจนตินาและชิลี เป็นถ้ำที่เกิดจากกระแสน้ำกัดเซาะเป็นระยะเวลานับล้านปี จนภูเขาหินอ่อนเกิดเป็นถ้ำหินอ่อนที่ไม่เหมือนถ้ำแห่งใดในโลก ที่นี่ตอบโจทย์คำว่ามหัศจรรย์แห่งธรรมชาติได้ดีเยี่ยม คุณจะตะลึงกับความวิจิตรของหินอ่อน หลายรูปทรงที่แข่งกันสะท้อนผืนน้ำทะเลสาบเป็นประกาย

 
 

Atlantic Ocean Road - Norway

ถ้าอยากสัมผัสความสวยสุดท้าทาย ความคดเคี้ยวทอดยาวข้ามมหาสมุทรสีคราม ต้องยกให้ถนนสายนี้ “Atlantic Ocean Road”

Atlantic Ocean Road ถนนที่ตัดข้ามทะเลแอตแลนติก มีความยาวทั้งสิ้น 8.3 กิโลเมตร ในเมืองคริสเตียนซุนด์ ประเทศนอร์เวย์ ขึ้นชื่อเรื่องของโครงสร้างและทัศนียภาพ แถมยังติดอันดับทิวทัศน์ที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย เพราะถนนสายนี้ทอดยาวไปตามเกาะแก่งต่าง ๆ ทำให้ขณะที่ขับรถผ่าน คุณจะรู้สึกราวกับกำลังแทรกผ่านผืนน้ำทะเลที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา แถมได้เห็นวิถีความเป็นอยู่ของชุมชนเล็ก ๆ บริเวณชายฝั่งเมืองคริสเตียนซุนด์ไปจนถึงเกาะโมลเดอีกด้วย จุดที่สูงและสวยจับใจของถนนสายนี้อยู่ที่สะพาน Storseisundet ที่มีโครงสร้างออกแบบเป็นเส้นโค้ง ให้ความรู้สึกกลมกลืนไปกับเกลียวคลื่นและผืนมหาสมุทร เรียกว่าสร้างได้ลงตัวกับทัศนียภาพที่รายล้อมเป็นอย่างมาก ในยามที่เกิดพายุ คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์น่าตื่นเต้น คล้ายอยู่ในเครื่องเล่น Rollercoaster เพราะจะได้เห็นกระแสคลื่นซัดเป็นเกลียวขนาบถนน หรือเมื่อท้องทะเลสงบลง ก็จะได้สัมผัสอีกบรรยากาศ หากโชคดีอาจได้เห็นแมวน้ำลายจุดผ่านมาทักทายให้คุณได้เก็บภาพก็ได้ แต่ในความสวยงามของถนนสายนี้ ก็มีข้อควรระวัง เพราะบางจุดที่สูงชันสลับระดับคดเคี้ยว นั้นค่อนข้างอันตราย การขับขี่บนถนนสายสวยๆ เส้นนี้ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ใครที่ชอบความท้าทายหวาดเสียว อยากสัมผัสประสบการณ์ประทับใจที่ Atlantic Ocean Road แนะนำให้มาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเพื่อที่จะได้สัมผัสพายุโหมกระหน่ำถนนอย่างดุเดือด ดูน่าหวาดเสียวระทึกสมใจ ใครเห็นภาพแล้วอดใจไม่ไหว รีบหาวันหยุดยาวแล้วออกเดินทางไปเก็บความท้าทายในชีวิตกันดีกว่า

 
 

Iguaza Falls - Argentina

อลังการยิ่งกว่าน้ำตกใด คือหนึ่งในมรดกโลก สำหรับน้ำตก Iguazu (อีกัวซู) Iguazu แปลว่า สายน้ำอันยิ่งใหญ่ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากสุดในอเมริกาใต้ น้ำตกแห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเยี่ยมชมความยิ่งใหญ่ได้อย่างไม่ขาดสาย ด้วยความตระการตาของม่านน้ำอันทรงพลัง ไม่มีวันหมดแรง ใครคิดว่าน้ำตก Niagara สูงสุดใจ น้ำตก Iguazu แห่งนี้ สูงยิ่งกว่า

Iguazu Falls แบ่งตามระดับความสูง-ต่ำของแม่น้ำ Iguazu โดยฝั่งขวาอยู่ในเขตรัฐ Parana ประเทศบราซิล ฝั่งซ้ายอยู่ที่ Misiones ประเทศอาร์เจนตินา ที่นี่ประกอบด้วยน้ำตกน้อยใหญ่กว่า 270 แห่ง แต่ละแห่งมีความยาวมากกว่า 1 ไมล์ และความสูงอยู่ที่ 200 ฟุต ถ้าลองมองมุมกว้างจะรู้สึกได้เลยว่ามนุษย์เรานั้นตัวนิดเดียวจริง ๆ เมื่อเทียบกับธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ด้วยความอลังการเป็นที่สุดของ Iguazu นี้ หนึ่งในน้ำตกบริวารที่ชื่อ The Devil’s Throat มีลักษณะเป็นตัวยู (U) สูงเกือบ 5,000 ฟุต และยาวกว่า 2,000 ฟุต ทั้งสูง สวย มีพลังมาก มักเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า หากตกลงไปในน้ำตกแห่งนี้ คงเหมือนถูกปีศาจเขมือบกลืนหายไป อาจฟังดูน่ากลัว แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะที่นี่มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย ให้เราได้ชมม่านน้ำอันอลังการแบบปลอดภัยสุดๆ ด้วยองค์ประกอบน่าทึ่งของหนึ่งในมรดกโลกอย่าง Iguazu จึงทำให้ที่นี่ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลกในฝันของนักท่องเที่ยวที่หลงใหลธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ใครชมภาพแล้วไม่จุใจ ต้องเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเองแล้ว

 
 

Hitachi Seaside Park, Ibaraki - Japan

ใครเห็นดอกไม้เป็นไม่ได้ ต้องวิ่งเข้าไปชื่นชม หรือเก็บภาพ คุณเหมาะกับสถานที่แห่งนี้สุดๆ “ สวนฮิตาชิ !”

สวน Hitachi (Hitachi Seaside Park) อาณาจักรดอกไม้ที่เรากำลังพูดถึง เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองฮิตาชินากะ จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น พื้นที่ในสวนสูงต่ำสลับพื้นราบและเนินเขาเล็ก ๆ เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ตามฤดูกาล มีของแถมเป็นวิวทะเลแปซิฟิกสุดสวยสุดสายตา นอกจากทุ่งดอกไม้หลากสีสันในบรรยากาศที่ต่างกันของงสี่ฤดู สวนฮิตาชิ ยังมีโซนอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์คุณได้ครบ ทั้งโซนสวนต้นไม้ เนินทะเลทรายชื่อดัง และโซนสวนสนุกที่เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่เด็ก ๆ และยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ให้ผู้ที่มาเยือนพักผ่อนหย่อนใจตามสะดวก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ลองมากมายเช่น การปั้นถ้วยชามดินเผา การรำไทเก๊ก การปิ้งบาร์บีคิว ทีเด็ดของสวนแห่งนี้ หนีไม่พ้นดอกไม้อย่างแน่นอน แต่ทุ่งดอกไม้ที่สวยเด็ด คงต้องยกให้พุ่มไม้น่ารัก ชื่อว่า Kokia ซึ่งเจ้าพุ่มไม้นี้ทำให้สวนฮิตาชิโด่งดังเป็นพลุแตกเลยทีเดียว โดยไม้พุ่มสามารถเปลี่ยนสีได้ 3 สี ตามช่วงเวลา ช่วงหน้าร้อนพุ่มไม้จะเป็นสีเขียว ช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ต่อมากลายเป็นทุ่งสีเหลือง พอฤดูใบไม้ร่วงกลายเป็นทุ่งทองสีน้ำตาล จนที่สุดแล้วเมื่อพุ่มไม้ Kokia แห้งตัวลง จะถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่อ ด้วยการนำมามัดรวมกันเป็นไม้กวาด เรียกว่าสวยอย่างมีคุณค่าจริง ๆ กระซิบบอกนิดหนึ่งว่า ถ้าใครอยากดูพุ่มไม้ Kokia ช่วงที่มันเป็นสีแดงตัดกับฟ้าสีฟ้าสดใส ต้องไปช่วงเดือน ต.ค. เท่านั้น อาจต้องเช็คช่วงการเดินทางดีๆ หน่อย เพราะช่วงที่เป็นสีแดงมีระยะเวลาค่อนข้างสั้น แต่ถ้าเพื่อน ๆ จะแพลนการเดินทางตอนนี้ก็ยังทัน มีสิทธิ์ได้เก็บภาพพุ่มไม้น่ารัก ๆ สีแดงได้เต็มอิ่มแน่นอน

 
 

Glass Igloo Village Hotels - Finland

มองหาที่พักแปลกใหม่สุดโรแมนติก ที่ที่คุณสามารถนอนดูดาวระยิบระยับได้สบาย ๆ ปักหมุดที่นี่ไว้ได้เลย Glass Igloo Village Hotels ประเทศฟินแลนด์

ถ้าเบื่อที่พักแบบรีสอร์ต หรือคอนโดสูง เรามีที่พักเป็นกระท่อมมานำเสนอ แต่กระท่อมที่ว่าไม่ใช่กระท่อมธรรมดาแน่นอน เพราะกระท่อมแห่งนี้คือ กระท่อมน้ำแข็งแก้วหรือคอทเทจอันลือลั่น โด่งดังด้วยเอกลักษณ์ที่สร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนมานับไม่ถ้วน กระท่อมน้ำแข็งที่เห็น ทำมาจากแก้วกันร้อน ช่วยให้คุณอบอุ่นแม้ในสภาพอากาศหนาวเหน็บ กระท่อมทุกหลังเพียบพร้อมด้วยความสะดวกครบครัน ทั้งเตียงสุดหรู ห้องสุขาส่วนตัว ส่วนห้องน้ำเป็นแบบใช้ร่วมกัน มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการปรุงอาหารเสร็จสรรพ แถมด้วยพื้นที่นั่งเล่นและเตาผิง ตบท้ายด้วยห้องซาวน่าควันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่นี่มีห้องอาหาร 4 แห่ง รวมอีก 2 แห่งในกระท่อมชาวแลปแลนด์ ห้องอาหารแต่ละแห่งให้บริการอาหารแลปแลนด์สุดพิเศษ เช่น เนื้อกวางเรนเดียร์ และแซลมอนย่างถ่าน นอกจากนี้ ภายในห้องซาวน่าควันก็ยังมีห้องอาหารอีกหนึ่งแห่งชื่อ Savusauna อีกด้วย เพื่อให้คุณเลือกอกว่าอยากลิ้มรสอาหารแบบดั้งเดิมหรืออร่อยแบบสากล นอกจากนี้คุณยังสามารถเช่าสกีสำหรับเส้นทางข้ามประเทศ ไม้เท้าสำหรับการเดินสกีสไตล์นอร์ดิก และรองเท้าหิมะ เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศของหิมะอย่างแท้จริง มีพนักงานอำนวยความสะดวกในการจัดเตรียมซาฟารีสุนัขลากเลื่อนและซาฟารีเรนเดียร์ ตลอดจนการตกปลาในน้ำแข็ง ซึ่งห่างจากที่พักออกไปเพียง 5 กิโลเมตร ตกค่ำก็เข้ากระท่อม นอนมองดาวบนฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศหิมะที่ปกคลุม แต่อุ่นสุด ๆ ในกระท่อมแก้ว นับเป็นอีกสถานที่เที่ยวที่น่ามหัศจรรย์เลยทีเดียว

 
 

Chefchaouen - Morocco

นครสีฟ้าแสนน่ารัก ความมหัศจรรย์ในหุบเขาริฟ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโมร็อคโค ใครที่หลงใหลความเรียบง่าย แต่ซ่อนไว้ซึ่งความพิเศษ คุณคงมองข้ามเมืองเชฟชาอูน(Chefchaouen)ไปไม่ได้แล้ว

เมืองเล็ก ๆ โทนสีฟ้าขาวสบายตา ตั้งอยู่ใน หุบเขาริฟ (Rif Mountain หรือ Er-Rif) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโมร็อคโค ที่นี่ เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานกว่า 538 ปี นักท่องเที่ยวที่มาต้องหลงใหลในอากาศบริสุทธิ์และความสะอาดของเมือง จนใคร ๆ ก็กล่าวว่า ไม่ว่าจะเหนื่อยล้ามาจากที่ไหน หากได้เข้ามาเยือนเมืองแห่งนี้ คุณจะรู้สึกผ่อนคลายและหายเหนื่อย ความเรียบง่าย น่ารัก ตึกรามบ้านช่องสีฟ้า – ขาว มองแล้วสดใส สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ไปเยือนได้เป็นอย่างดี เชฟชาอูนเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่คุณสามารถเดินชมบ้านเรือนทั่วเมืองได้ไม่ยาก สถาปัตยกรรมที่นี่เป็นแบบโมร็อกโคแท้ ๆ มีซุ้มประตูโค้งที่ตกแต่งให้เห็นเป็นสีสันได้ทั่วเมือง นอกจากนั้น ยังมีน้ำพุที่ปูด้วยกระเบื้องโมเสกในบางมุมอีกด้วย ถึงที่นี่อาจไม่ตระการตาด้วยแสงสีทันสมัย แต่เชฟชาอูนก็มีจุดเด่นขื้นชื่อเรื่องหัตถกรรมของฝาก เช่น ผ้าทอ ตะเกียงหรือโคมไฟแบบโมร็อคโค ผลิตภัณฑ์จากมะกอกและชีสสด ของพื้นเมือง รวมถึงเครื่องนุ่งห่มและผ้าห่มที่ทำจากขนแกะ หรือแม้แต่ของทำมือเก๋ ๆ เป็นเอกลักษณ์อีกมากมาย ได้เวลาของคนรักสีฟ้าที่จะออกเดินทางไปเยือนเชฟชาอูน “สวรรค์ของคนรักสีฟ้า” เพื่อหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับชีวิตแล้ว

 
 
 

 

 
 
 

ไม่ว่าจุดหมายจะมหัศจรรย์แค่ไหน แต่ระหว่างทางคือความอุ่นใจที่เพื่อนๆ ต้องเตรียมพร้อมไว้เสมอนะคะ จะออกเดินทางไกลซักกี่ครั้ง อย่าลืมทำประกันการเดินทางต่างประเทศ เพื่อการเดินทางที่อุ่นใจของตัวเองและคนที่เรารักนะคะ

 

แผนประกันแนะนำ

ประกันการเดินทาง

แผนประกัน
การเดินทาง

"ทราเวล แคร์ พลัส"
ทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุ

"ช่วยได้"
เจอเรื่องหนักแค่ไหน ซิกน่าก็ช่วยให้เบาลงได้