ซิกน่า
สอบถามผลิตภัณฑ์โทร 0-2099-3999
TH Thai

รวบรวมเส้นทางเดินป่าในต่างประเทศ ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

“เดินป่า” กิจกรรมที่พิสูจน์ความแข็งแรงของร่างกายและจิตใจ โดยการเดินสัมผัสธรรมชาติถือเป็นการออกกำลังกายและช่วยสร้างแรงบันดาลใจที่ดี ให้สมองได้พักผ่อนไปกับความสวยงามของธรรมชาติ และสำหรับวันนี้ทางเราได้รวมรวบเส้นทางเดินป่าในต่างประเทศมาฝาก โดยคัดมา 5 เส้นทาง 5 ประเทศซึ่งเป็นประเทศที่เดินทางง่ายและส่วนใหญ่เป็นประเทศไม่ต้องขอวีซ่าอีกด้วย แค่จัดกระเป๋าเตรียมของก็พร้อมสัมผัสความสดชื่นจากป่าได้เลย

5 เส้นทางเดินป่าต่างประเทศที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

1.Lycian Way ประเทศตุรกี

เส้นทางเดินป่าแห่งชาวลิเซีย เมืองโบราณแห่งอานาโตเลีย (Anatolia) พื้นที่พหุวัฒนธรรมที่ผนวกความหลากหลายระหว่างเอเชียกับยุโรปเข้าไว้ด้วยกัน โดย Lycian way มีความยาวถึง 540 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างเมือง Fethiye และ Antalya ซึ่งใช้เวลาในการเดินประมาณ 1 เดือน

แต่ทั้งนี้สำหรับคนที่ไม่มีเวลามากพอสามารถเลือกเส้นทางสั้นที่สุดอย่าง เส้นทางระหว่างเมือง Kayaköy จนถึงหาด Ölüdeniz โดยเส้นทางดังกล่าวเริ่มต้นจากการเดินผ่านเมืองเก่า Kayaköy เดินชมสถาปัตยกรรมโบราณ จากนั้นเดินขึ้นเขา เลียบหน้าผา สัมผัสทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีเทอร์ควอสช์ (turquoise) หนึ่งในเอกลักษณ์ของประเทศตรุกี และเดินขึ้นเขาจนสิ้นสุดที่หาด Ölüdeniz โดยเส้นทางนี้ใช้เวลาเพียงวันเดียวก็สามารถสัมผัสส่วนหนึ่งของ Lycian Way แล้ว

ข้อควรรู้ก่อนเดินป่าที่ Lycian Way

  • ควรเลือกรองเท้าที่สามารถยึดเกาะกับหินได้ดี เพราะสภาพโดยรอบขณะเดินส่วนใหญ่เป็นหิน
  • เดือนที่เหมาะสำหรับการเดินป่าที่ Lycian Way คือช่วงเดือนเมษา-พฤษภาคม และช่วงกันยายนถึงตุลาคม ซึ่งเป็นฤดูใบไม้ผลิกับฤดูใบไม้ร่วง อากาศไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป เหมาะสำหรับการเดินขึ้นเขา
  • สำหรับคนที่มีเวลามากหน่อย เส้นทางระหว่างเมือง Fethiye จนถึง Kabak เป็นอีกหนึ่งเส้นทางใน Lycian Way ที่น่าสนใจ ระยะเวลา 3 วันกับการเดินขึ้นเขา ตั้งเต้นท์นอนบนเขาเพื่อสัมผัสบรรยากาศขุนเขาแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
  • ไม่จำเป็นต้องเตรียมอาหารไปจำนวนมาก เนื่องจากในเส้นการเดินป่ามีร้านอาหารขนาดเล็กอยู่ตามหมู่บ้าน หรือหากจะพกควรพกในปริมาณที่พอดี (1-2 มื้อ) ไม่ควรนำอาหารใส่กระเป๋ามากเกินไป เพราะการแบกน้ำหนักกระเป๋าเยอะในการเดินเขา อาจทำให้ใช้พลังงานมากเกินความจำเป็น


2.Annapurna Circuit ประเทศเนปาล

นี้คือเส้นทางเดินป่าชมทัศนียภาพของเทือกเขาหิมาลัย บนดินแดนแห่งประเทศเนปาล ผ่านหุบเขาที่ลึกที่สุดในโลกอย่างหุบเขา Kali Gandaki ชมวิวทะเลสาบที่สูงที่สุดในโลกอย่างทะเลสาบ Tilicho สัมผัสวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมือง ทั้งหมดนี้คือคำบรรยายของเส้นทาง Annapurna Circuit

จากระยะทาง 160 - 230 กิโลเมตร เวลาในการเดิน 13-14 วัน เริ่มต้นจากหมู่บ้าน Besisahar เดินทางข้ามช่องเขา Thorong La Pass จนถึงหมู่บ้าน Pokhara ผ่านภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่ความสูงระดับ 760 เมตรจนถึง 5,416 เมตร เดินทางเลาะริมแม่น้ำ เลียบหน้าผา ตัดป่าสนเดินข้ามทะเลทรายสูง ผ่านหมู่บ้านของชนพื้นเมือง แช่น้ำร้อนให้ชื่นใจ จุดเด่นของการเดินป่าที่นี่ นอกเหนือจากภูมิทัศน์แล้ว คือ การชมดาว เพราะท้องฟัาที่นี่เปิดกว้าง ทำให้เห็นดาวได้ชัดเจน ตัดสลับกับวิวภูเขาหิมาลัยอันสวยงาม

ข้อควรรู้ก่อนเดินป่าที่ Annapurna Circuit

  • พละกำลังต้องพร้อม เพราะการเดินขึ้นเขาระดับความสูงถึง 5,416 เมตร การปรับร่างกายให้คุ้นชินกับที่สูง ที่มีปริมาณออกซิเจนและความดันอากาศน้อยลง ควรออกกำลังกายหรือซ้อมการเดินเขาในไทยก่อน โดยการเดินควรก้าวเล็กๆ ช้าๆ เพื่อลดอาการเหนื่อยง่าย ให้ร่างกายค่อยๆปรับการหายใจตามความสูงของภูเขา
  • ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเดินป่าเส้นทาง เส้นทาง Annapurna Circuit คือช่วงระหว่างเดือน มีนาคม - พฤษภาคม กับช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน เป็นช่วงที่อากาศปลอดโปร่งมองเห็นทัศนีภาพอันสวยงามของภูเขาหิมาลัย
  • ไม้สำหรับเดินเขาสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเส้นทางการเดินต้องขึ้นเขาสูงและภูมิประเทศที่มีหินมาก อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นการมีไม้มาพยุงขณะเดินจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางได้


3.Rinjani ประเทศอินโดนีเซีย

เดินป่าขึ้นภูเขาไฟ Rinjani ที่ประเทศอินโดนีเซีย ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,726 เมตร ทำให้ Rinjani เป็นภูเขาไฟที่สูงอันดับสองของประเทศอินโดนีเซีย โดยภูเขาไฟแห่งนี้เคยระเบิดจนเกิดทะเลสาบมาแล้ว และบางส่วนของภูเขาไฟ (ภูเขาไฟ Gunang Barujani) ก็ยังคงปะทุอยู่จนถึงทุกวันนี้

สำหรับเส้นทางการเดินป่าขึ้นภูเขาไฟ Rinjani แบ่งตามจุดเริ่มต้นขึ้นเขาคือเส้นทาง Senaru กับ Sembalun ซึ่งทั้งสองเส้นทางเหมือนกันต่างกันเพียงแค่จุดเริ่มต้น โดยทาง Sembalun เส้นทางรอบข้างเป็นทุ่งหญ้าซะเป็นส่วนใหญ่ อากาศจึงร้อนกว่าเส้น Senaru ที่รอบข้างเป็นป่าดิบชื้นและมีต้นไม้ใหญ่ ไฮไลท์ของการเดินป่าที่นี่คือทะเลสาบและความหลากหลายของธรรมชาติ สัมผัสภูเขาไฟที่ยังปะทุเป็นความสวยงามที่แฝงไปด้วยความอันตราย

ข้อควรรู้ก่อนเดินป่าที่ Rinjani

  • เนื่องจากภูมิเทศบางพื้นที่เป็นหิน และปริมาณของนักท่องเที่ยวที่มากอาจทำให้ต้องเผชิญกับฝุ่นได้ ดังนั้นควรหาหน้ากากและแว่นตาเพื่อป้องกันอันตรายจากฝุ่น
  • การเดินป่าที่มีหินขนาดเล็กจำนวนมาก เศษหินและเศษกรวดอาจกระเด็นเข้ามาในรองเท้า ซึ่งเป็น อุปสรรค์ในการเดินป่า ดังนั้นจึงควรหา gaiter หรืออุปกรณ์ป้องกันรอยต่อระหว่างกางเกงกับรองเท้า เพื่อป้องกันเศษหินเข้ามาในรองเท้า
  • สภาพภูมิอากาศข้างบนภูเขาไฟ Rinjani มีอากาศหนาวและลมแรง ดังนั้นเสื้อกันลมเป็นอีกหนึ่ง ไอเทมที่ควรเตรียมก่อนออกเดินทาง


4.Tobavarchkhili Lake ประเทศจอร์เจีย

จอร์เจียเป็นจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยจุดเด่นของประเทศนี้นอกเหนือจากวัฒนธรรมแล้ว ธรรมชาติยังเป็นตัวชูโรงให้กับการท่องเที่ยวของที่นี่ สำหรับสายเดินป่าที่จอร์เจียมี Tobavarchkhili Lake เส้นทางการเดินป่าที่ผ่านเทือกเขาคอเคซัส (caucasus) ไปยังทะเลสาบสีเงินแห่งจอร์เจีย

6 วัน 80 กิโลเมตร นี้คือระยะทางและเวลาทั้งหมดในเส้นทาง Tobavarchkhili Lake การเดินทางที่ล้อมรอบไปด้วยขุนเขา ผ่าสภาพอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละวัน ทั้งทุ่งหญ้าสีเขียว, กองหิมะสีขาวและหมอกแห่งป่าสน และความโหดที่เพิ่มอีกขั้นคือ การเดินทางครั้งนี้ไม่มีที่พัก นักเดินทางต้องตั้งแคมป์เอง แต่จะมีจุดพักหลักเป็น Campsite เช่น Jalara/Magana Campsite เส้นทางเดินป่า Tobavarchkhili Lake จึงเป็นเส้นทางที่สวยงามแต่แลกมาด้วยความยากลำบาก

ข้อควรรู้ก่อนเดินป่าที่ Tobavarchkhili Lake

  • แบกอาหาร แบกเตนท์ไปเอง วางแผนเตรียมเสบียง ฝึกกางเตนท์ให้พร้อม ทั้งนี้เตนท์ที่ใช้ควรเป็น เตนท์สามารถกันลมแรงและหิมะได้ เพราะในจุดกางเตนท์บางพื้นที่ต้องตั้งแคมป์บนภูเขาหิมะ
  • ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดในการเดินป่าที่ Tobavarchkhili Lake มี 3 เดือนด้วยกัน คือ เดือนกรกฏาคม, เดือนสิงหาคมและเดือนกันยายน
  • ฝึกร่างกายให้คุ้นชินกับอากาศหนาวเย็น เพราะการเดินป่าที่นี่ส่วนใหญ่คือการเดินบนหิมะที่ความหนา อาจทำให้เกิดอาการเท้าชาได้ ดังนั้นอยู่เมืองไทยควรซ้อมเอาเท้าน้ำเย็นหรือลองเดินบนหิมะในสวนสนุกก่อน


5.Inca Trail ประเทศเปรู

เดินป่าสัมผัสเส้นทางศักดิ์สิทธิ์สู่ Machu Picchu แหล่งอารยธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยการเดินเส้นทาง Inca Trail นอกเหนือจากการสัมผัสธรรมชาติแล้ว การเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวอินคาถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่สร้างความน่าสนใจให้กับเส้นทางนี้

สำหรับการเดินป่าในเส้นทาง Inca Trail ใช้เวลาทั้งสิ้น 4 วัน เริ่มต้นจากการเดินผ่านชุมชนในเมือง Cusco ข้ามแม่น้ำ Urubamba แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่ จากนั้นจึงเข้าป่าโดยสมบูรณ์ ผ่านเทือกเขาแอนดีส เดินในป่าดิบชื้น จนมาถึง Machu Picchu ความยากของที่นี่คือความชันในการเดิน การเดินสลับขึ้นลงเขา ทำให้ขาล้าได้ง่าย แต่สุดท้ายปลายทางก็คุ้มค่าเมื่อได้สัมผัสอารยธรรมระดับโลก

ข้อควรรู้ก่อนเดินป่าที่ Inca Trail

  • ที่นี่ต้องจองก่อนเดินทางและต้องเดินทางกับกรุ๊ปทัวร์ ไม่สามารถไปเองได้ ควรรีบจองก่อนเพราะเปิดรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่อปีจำนวนไม่มาก
  • เตรียมร่างกายให้พร้อมรับความสูงที่ 4,215 เมตร ควรปรับร่างกายให้คุ้นชินกับที่สูงก่อนเดินทาง เทคนิคที่ช่วยในการเดินคือ หายใจลึกๆ เพื่อให้ออกจิเซนเข้าปอด ลดความเร็วในการเดิน เพื่อลดอาการเหนื่อย
  • ฝึกกล้ามเนื้อต้นขา เพราะที่การป่าที่ Inca Trail ต้องเดินเส้นทางที่สูงชันและสลับการเดินขึ้นลงบันไดหินบ่อย ทำให้กล้ามเนื้ออาจจะล้าได้ ดังนั้นจึงควรฝึกกล้ามเนื้อต้นขาให้แข็งแรงก่อนเดินทาง