ซิกน่า
สอบถามผลิตภัณฑ์โทร 0-2099-3999
TH Thai

รวมเคล็ดลับผ่านตม.เกาหลี ล่าสุดปี 2020 เตรียมตัวยังไงให้ผ่านฉลุย

ใครที่กำลังเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลีเป็นครั้งแรก คงจะรู้สึกกังวลใจไม่น้อยเลยกับคำเล่าลือถึงความยากในการผ่าน ตม.เกาหลี เพราะไม่ว่าจะเป็นข่าว รีวิว หรือเสียงจากทางโซเชียลมิเดียทั้งหลาย ส่วนใหญ่จะให้คำตอบไปในแง่ของความเข้มงวดและความโหดของการตรวจตรา ทำให้หลายคนนึกกลัวและสงสัยว่าตนเองจะผ่านด่าน ตม. เกาหลีได้หรือไม่?

หยุดความกังวลใจนั้นเอาไว้ก่อน เพราะการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้น ขอแค่เตรียมตัวและเตรียมใจไปให้พร้อม กับ 5 เคล็ดลับผ่าน ตม. เกาหลีที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ รับรองเลยว่าจะกี่ด่านตรวจคุณก็ผ่านไปได้ ง่ายนิดเดียว!

สาเหตุที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่าน ตม.เกาหลี

แต่ก่อนที่จะไปตามจดเคล็ดลับแล้วนำไปปรับใช้ เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าจะมีเหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้เราติดอยู่ที่ ตม.ได้บ้าง เพื่อเตรียมความพร้อมและแก้ปัญหานี้ได้ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง


1. เอกสารไม่ครบหรือเข้าข่ายต้องสงสัย

  • เริ่มกันตั้งแต่รูปบนพาสสปอร์ตที่ไม่ตรงกับใบหน้าปัจจุบัน ซึ่งทำให้เรากลายเป็นผู้ต้องสงสัยได้ว่ามีอะไรปิดบังและแอบแฝงเอาไว้อยู่หรือเปล่า
  • เรื่องชื่อ-นามสกุลที่เปลี่ยนแปลงบ่อยหรือซ้ำกับผู้มีประวัติการไม่ผ่าน ตม.เกาหลีมาก่อน
  • ไม่มีใบรับรองอาชีพ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอาชีพค้าขาย ฟรีแลนซ์ หรือเกษตรกรที่ทำธุรกิจส่วนตัว

2. ปัญหาเรื่องภาษา

หากไม่ชำนาญการใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาเกาหลีเลยอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากการสื่อสารได้ง่าย เพราะพนักงานอาจไม่เข้าใจในสิ่งที่เรากำลังอธิบายได้นั่นเอง

3. ปัญหาเรื่องพฤติกรรม

พฤติกรรมก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ตม.พิจารณางดเว้นการผ่านเข้าเมือง เพราะหลายคนมีพฤติกรรมและการแต่งกายที่ไม่เหมาะสม หรือดูแล้วรู้ว่าไม่ได้เข้ามาเพื่อท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ตั้งใจลักลอบเข้ามาทำงานด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว

4. ระยะเวลาเดินทางนานผิดปกติ

สำหรับคนที่เดินทางมาประเทศเกาหลีด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวแล้วอยู่เต็มจำนวนวันที่วีซ่ากำหนด นั่นก็คือ 90 วัน หากไม่มีเหตุผลที่เพียงพอหรือมีแผนการเดินทางที่ชัดเจนอาจทำให้เสี่ยงต่อการถูกส่งตัวกลับได้เช่นเดียวกัน


กฎใหม่ของการผ่าน ตม.เกาหลีปี 2020

เพราะความเสี่ยงที่เกิดจากสาเหตุต่างๆ ในข้อแรก รวมถึงจำนวนของคนไทยที่ลักลอบเข้าไปทำงานแบบผิดกฎหมายในแต่ละปีที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ในปี 2020 นี้ ตม.เกาหลีเพิ่มมาตรการที่เข้มงวดเข้ามาใช้ในการตรวจสอบและคัดกรองนักท่องเที่ยวมากขึ้นอีกด้วย เช่น

  • ใครที่เคยติด ตม.เกาหลี, โดนจับ หรืออยู่เกินเวลาที่วีซ่ากำหนดมาแล้ว จะไม่ได้รับโอกาสให้ผ่าน ตม.อีก
  • ในอดีตสามารถให้แฟนที่เป็นคนเกาหลียืนยันสถานะได้ แต่ในปี 2020 นี้จะต้องมีวีซ่าแต่งงานในการยืนยันเท่านั้น และในกรณีที่มีวีซ่าแต่งงานยืนยัน แต่บินเข้า-ออกประเทศบ่อยกว่าปกติก็มีโอกาสโดนตรวจสอบและมีสิทธิ์ไม่ผ่าน ตม.เกาหลีได้ด้วย
  • ในกรณีที่เอกสารมีปัญหา เช่น ไม่ได้ทำการจองตั๋วเครื่องบินขากลับ, แผนการท่องเที่ยวไม่ชัดเจน, โรงแรมถูกยกเลิกการจอง ฯลฯ จะมีโอกาสที่ ตม.ไม่อนุญาตให้ผ่านด่านเข้าเมือง
  • ในกรณีที่เอกสารมีปัญหา เช่น ไม่ได้ทำการจองตั๋วเครื่องบินขากลับ, แผนการท่องเที่ยวไม่ชัดเจน, โรงแรมถูกยกเลิกการจอง ฯลฯ จะมีโอกาสที่ ตม.ไม่อนุญาตให้ผ่านด่านเข้าเมือง
  • หากมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนที่เคยลักลอบเข้าประเทศเกาหลีแบบผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นนามสกุลที่เหมือนกัน หรือเคยจองตั๋วมาพร้อมกันแล้วไม่ได้กลับประเทศไปด้วยกัน ก็มีโอกาสที่จะไม่ผ่าน ตม.ในรอบถัดไป
  • มีการพิจารณาการนำระบบ Electronic Travel Authorization (ETA) หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ‘Mini Visa’ มาใช้ในอนาคต ซึ่งเป็นการยื่นคำร้องขอเข้าประเทศ หากไม่ได้รับอนุมัติก็จะไม่สามารถเช็คอินผ่านเข้าไปยังประเทศเกาหลีได้

นอกจากทางฝั่งประเทศเกาหลีที่จะออกมาตรการป้องกันเพิ่มเติมแล้ว ทางประเทศไทยเองก็เพิ่มความเข้มงวดมากยิ่งขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนการขอวีซ่า ถ้าหากมีประวัติใดๆ ที่ประเทศเกาหลีการขอทำพาสปอร์ตใหม่จะต้องโดนตรวจสอบมากขึ้น ทั้งจากการสอบถามข้อมูล, การตรวจสอบจำนวนเงิน และการตรวจสอบที่สนามบิน


รับมือ ตม.เกาหลีด้วย 5 วิธีการเตรียมตัว

จะเห็นว่า ตม.เกาหลีนั้นตรวจเข้มมากแค่ไหน แต่ถ้าหากเราบริสุทธิ์ใจในการเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลแต่อย่างใด

แต่ถ้าใครอยากจะเสริมความมั่นใจให้ทริปการเดินทางในครั้งนี้อยู่รอดปลอดภัย ไม่ติด ตม.มากขึ้น ก็ขอให้ลองหยิบเทคนิคการเตรียมตัวการผ่าน ตม.เหล่านี้ไปใช้ รับรองว่าช่วยทำให้สบายใจและสร้างความมั่นใจให้ตลอดการเดินทางได้แน่นอน!

เตรียมเอกสารสำคัญให้ครบ

เรื่องเอกสารถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ในการเดินทางไปต่างประเทศ เพราะเอกสารเหล่านี้เปรียบเสมือนเป็นใบเบิกทางที่จะทำให้การเดินทางเข้าประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ซึ่งในแต่ละประเทศก็อาจจะมีรูปแบบเอกสารที่ต้องจัดเตรียมไปแตกต่างกัน แต่สำหรับประเทศเกาหลีนั้นจะมีเอกสารสำคัญที่ลืมไม่ได้ทั้งหมด 5 ข้อด้วยกัน ดังนี้

  • ตัวเครื่องบินแบบไป-กลับ
  • การที่จะผ่าน ตม.เกาหลีแบบสบายๆ คุณควรจะจองตั๋วเครื่องบินเอาไว้ทั้งขาไปและขากลับ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่า การมาเที่ยวในครั้งนี้คุณมีแผนที่จะบินกลับประเทศอย่างแน่นอน

  • แผนการท่องเที่ยวและการเดินทาง
  • ตม.เกาหลีให้ความสำคัญในเรื่องแผนการเที่ยวพอสมควร คุณจึงควรที่จะทำแผนการเที่ยวให้ละเอียด โดยระบุทั้งวัน เวลา สถานที่ และวิธีการเดินทางที่ใช้ แล้วปริ้นท์พกติดตัวมาด้วย เพราะในบางครั้งคำถามจากเจ้าหน้าที่ก็เป็นเรื่องแผนการเดินทางที่คุณจะไปแทบทั้งนั้น การพกแผนเหล่านี้มาจึงเป็นเครื่องยืนยันความบริสุทธิ์ใจได้อีกทางหนึ่ง

  • หลักฐานการทำงาน
  • ใครที่อยู่ในวัยทำงาน เอกสารรับรองจากที่ทำงานก็เป็นหนึ่งสิ่งที่จะช่วยทำให้คุณผ่าน ตม.เกาหลีไปได้อย่างสบายใจ หรือถ้าไม่มีเป็นหนังสือรับรองก็อาจจะใช้นามบัตรหรือบัตรพนักงานแทนก็ได้เช่นเดียวกัน

  • เอกสารที่พักในเกาหลี
  • หากมีเอกสารที่ช่วยยืนยันการเข้าพักที่สามารถตรวจสอบได้แนบมาด้วยก็จะช่วยทำให้ ตม.เกาหลีแน่ใจได้ว่า สามารถตามหาตัวได้หากเกิดปัญหา รวมถึงยังเป็นประโยชน์เวลากรอกบัตรผ่าน ตม.ได้อีกด้วย

  • พาสปอร์ต
  • ถ้าหากพาสปอร์ตเป็นเล่มใหม่ แนะนำให้พกเล่มเก่าติดไปด้วย เพื่อเป็นตัวช่วยด้านความน่าเชื่อถือ หรือถ้าเป็นในกรณีที่เพิ่งเดินทางออกนอกประเทศเป็นครั้งแรกก็ต้องเตรียมเอกสารอื่นๆ ในข้างต้นที่ช่วยยืนยันตัวตนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

    นอกจากเอกสารสำคัญเหล่านี้แล้ว อาจจะมีเอกสารอื่นๆ ที่คุณควรจะเตรียมไปเพิ่มเติมด้วย เช่น เอกสารทางราชการ (หากคุณทำอาชีพด้านราชการ), หลักฐานทางการเงิน รวมไปถึงการซื้อประกันการเดินทาง เผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉินและการเจ็บป่วยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในทุกเมื่อ

  • การแต่งกายที่พร้อมสำหรับการเดินทาง
  • ไม่ว่าจะบินเข้าประเทศเกาหลีในไฟล์ทที่ดึกขนาดไหน ก็ควรจะแต่งตัวให้เหมาะสมและถูกกาลเทศะ รวมถึงฤดูกาลเข้าไว้ ไม่ควรใส่ชุดนอน สายเดี่ยว กางเกงยีนขาด กางเกงขาสั้นเหมือนอยู่บ้าน หรือเสื้อผ้าที่เป็นโทนสีแฟชั่นมากจนเกินไป

    เพราะอาจจะเป็นเป้าสายตาที่ทำให้เจ้าหน้าที่รู้สึกสะดุดตา สะดุดใจ และเรียกไปตรวจสอบและขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ด้วยเช่นเดียวกัน

  • กระเป๋าเดินทางที่เหมาะสม
  • การจัดกระเป๋าเดินทางก็สำคัญ เพราะถ้าหากคุณไปเพียงไม่กี่วันแล้วเลือกใช้กระเป๋าใบใหญ่ ก็อาจจะเป็นที่สะดุดตาและทำให้เจ้าหน้าที่สงสัยมากขึ้นได้ ดังนั้น จึงควรเตรียมขนาดสัมภาระให้พอเหมาะกับจำนวนวันที่จะไปก็จะช่วยทำให้การผ่าน ตม.เกาหลีเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น

  • เขียนใบผ่าน ตม.ตั้งแต่บนเครื่อง
  • ใบผ่าน ตม. หรือ Arrival Card ควรที่จะกรอกให้เสร็จและตรวจสอบให้เรียบร้อยตั้งแต่อยู่บนเครื่อง เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดจากความเร่งรีบ และยังช่วยรักษาความปลอดภัยจากการถูกหลอกถามข้อมูลหรือคัดลอกข้อมูลจากคนอื่นได้ด้วยอีกทางหนึ่ง

  • ตอบคำถามให้ฉะฉานและมั่นใจ
  • และสุดท้ายในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบข้อมูล หากเกิดการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมขึ้น คุณควรที่จะตอบคำถามด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจและฉะฉาน อย่าประหม่ามากจนเกินไป เพราะจะทำให้ผิดสังเกต

    นอกจากนี้ควรตอบทุกอย่างตามความจริง ซึ่งก็ต้องตรงกับข้อมูลเอกสารที่เตรียมมาทั้งหมด เพื่อเป็นการยืนยันความถูกต้องและความบริสุทธิ์ใจในฐานะนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง

    สรุป

    และทั้งหมดนี้คือข้อมูลและวิธีการเตรียมตัวทั้งหมดที่คุณควรรู้ก่อนจะเดินทางไปเกาหลี ถ้าหากคุณไม่ฝ่าฝืนกฎใดๆ และสามารถทำตามคำแนะนำเหล่านี้ได้ รับรองว่าขั้นตอนการผ่าน ตม.เกาหลีจะไม่ใช่เรื่องฝันร้าย หรือประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำอย่างแน่นอน :)