ซิกน่า
สอบถามผลิตภัณฑ์โทร 0-2099-3999
TH Thai

สาย Road Trip ห้ามพลาด! รวมเรื่องที่ควรรู้ก่อนทำใบขับขี่สากล

ใครที่เตรียมตัวสำหรับการเดินทางด้วยการขับรถยนต์ (Road Trip) ในต่างประเทศ นอกจากข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ และเอกสารที่จำเป็นที่ต้องดำเนินการเพื่อทำเรื่องไว้สำหรับการเข้าเมืองแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนเดินทางเลยก็คือ ใบขับขี่สากล (International driving permit) เอกสารแสนสำคัญที่จะทำให้คุณสามารถขับรถบนท้องถนนในต่างประเทศได้อย่างถูกกฎหมาย

ซึ่งในบทความนี้จะมาพูดถึงความสำคัญของการทำใบขับขี่สากล รวมถึงวิธีการเตรียมตัวเพื่อยื่นขอทำใบขับขี่ประเภทนี้ที่ไม่ได้ยุ่งยาก แถมยังได้เอกสารไวกว่าที่คิดอีกด้วย!

ทำความรู้จักกับใบขับขี่สากล

สำหรับสาย Road Trip มือใหม่ที่อยากลองผจญภัยไปต่างประเทศด้วยการขับรถยนต์อาจจะยังไม่รู้ว่า ใบขับขี่สากลคืออะไร? และจำเป็นต้องทำมาก-น้อยแค่ไหนในการขับรถในต่างแดน? ซึ่งคำถามเหล่านี้เราเตรียมคำตอบมาให้ทั้งหมดแล้ว ดังต่อไปนี้


ใบขับขี่สากลคืออะไรและทำไมต้องทำ

ใบขับขี่สากล หรือที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ‘ใบขับขี่ระหว่างประเทศ’ เป็นเอกสารที่ใช้ยืนยันตัวตนระหว่างการขับขี่ยานพาหนะบนถนนในเขตประเทศที่ไม่ใช่บ้านเกิดของตนเอง และถ้าหากไม่มีเอกสารฉบับนี้แน่นอนว่า ก็ต้องพับเก็บแพลนการขับรถเที่ยวในต่างแดน แล้วเตรียมตัวโดยสารรถประจำทางแทนได้เลย


ขั้นตอนการทำใบขับขี่สากล

ใบขับขี่สากลจะมีขั้นตอนแตกต่างกับการทำใบขับขี่ส่วนบุคคลภายในประเทศ โดยเราไม่จำเป็นต้องสอบทำใบขับขี่ ขอแค่เตรียมเอกสารมาให้ครบก็สามารถยื่นขอได้เลยในไม่กี่ขั้นตอน ดังนี้

  • กดรับบัตรคิวและรอการเรียกคิว
  • เมื่อถึงคิวพนักงานจะทำการตรวจเอกสารที่เตรียมมาทั้งหมด พร้อมออกคำขอ ซึ่งในส่วนนี้ผู้ยื่นขอใบขับขี่จะมาติดต่อด้วยตัวเองหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาทำแทนก็ได้ แต่ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมของผู้ได้รับมอบอำนาจมาด้วย
  • หากเอกสารทั้งหมดไม่มีปัญหาก็ชำระค่าธรรมเนียม โดยในปัจจุบัน (อัปเดตล่าสุด วันที่ 9 มิถุนายน 2559 จากเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก) คิดค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 505 บาท
  • เตรียมตัวรอรับใบขับขี่กลับภายในวันที่ทำการได้เลย

*หมายเหตุ ในแต่ละสถานที่ทำการอาจมีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนเล็กน้อยขึ้นอยู่กับความเหมาะสม


เอกสารที่ต้องใช้

กรณีไปยื่นขอด้วยตัวเอง : ต้องเตรียมเอกสารสำคัญไว้ ดังต่อไปนี้

  • สำเนาบัตรประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมลายเซ็นรับรองสำเนา
  • สำเนาหนังสือเดินทางเล่มปัจจุบันที่ใช้ในการเดินทาง พร้อมลายเซ็นรับรองสำเนา
  • สำเนาใบขับขี่ส่วนบุคคลอายุ 5 ปี หรือตลอดชีพที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมลายเซ็นรับรองสำเนา
  • รูปถ่ายขนาด 2 นิ้วจำนวน 2 รูป จะต้องเป็นรูปหน้าตรง ไม่สวมแว่น ไม่สวมหมวก ไม่มีฉากหลัง และมีระยะการถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน
  • สำเนาหลักฐานอื่นๆ เช่น สำเนาการเปลี่ยนแปลงชื่อ-นามสกุล, ทะเบียนสมรส, ทะเบียนหย่า เป็นต้น

*หมายเหตุ เอกสารทั้งหมดแนะนำให้พกเอกสารฉบับจริงติดไปด้วยเผื่อมีการตรวจสอบเพิ่มเติม

กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่น : ต้องเตรียมเอกสารสำคัญเช่นเดียวกันกับในกรณีไปยื่นขอด้วยตัวเอง แต่จะมีเอกสารเพิ่มเติมที่ต้องนำมาด้วย ดังนี้

  • สำเนาบัตรประชาชนที่ยังไม่หมดอายุของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมลายเซ็นรับรองสำเนาและเบอร์โทรศัพท์
  • ใบมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 10 บาท (หาซื้อได้จากสถานที่ทำการได้เลย)

ทำใบขับขี่สากลได้ที่ไหน

ถึงแม้จะมีชื่อว่า ใบขับขี่สากล แต่คุณสามารถยื่นขอทำใบขับขี่ประเภทนี้ได้ตั้งแต่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งถ้าคุณอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 ภายในเวลา 8.30 – 15.30 น. ในทุกวันธรรมดา

ส่วนใครที่อยู่นอกเขตกรุงเทพมหานครสามารถยื่นเอกสารเพื่อทำใบขับขี่สากลได้ในสำนักงานขนส่งของทุกจังหวัดเช่นเดียวกัน หากใครมีคำถามเพิ่มเติมสอบถามข้อมูลที่สงสัยได้เลยที่ DLT Call Center 1584


ข้อควรรู้อื่นๆ เกี่ยวกับใบขับขี่สากล

ทำความรู้จักกับใบขับขี่สากลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็มีสรุปเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่คุณควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับใบขับขี่ประเภทนี้อีกหลายข้อด้วยกัน ดังนี้

  • ใบขับขี่สากลสามารถใช้ในการขับขี่ยานพาหนะบนถนนในเขตประเทศที่ไม่ใช่บ้านเกิดของตนเองรวมแล้วกว่า 198 ประเทศ
  • ใบขับขี่สากลมีอายุการใช้งานได้ไม่เกิน 1 ปีหลังนับหลังจากการที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 ออกให้
  • ส่วนในการใช้งานจะต้องใช้ควบคู่กับใบอนุญาตขับขี่ส่วนบุคคลภายในประเทศทุกครั้งที่ขับขี่รถในต่างประเทศ

ข้อควรรู้อื่นๆ เกี่ยวกับใบขับขี่สากล

กลุ่มประเทศที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องใช้ใบขับขี่สากล

สำหรับใครที่จะไปท่องเที่ยวใน 10 ประเทศอาเซียน อันได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน เวียดนาม ลาว เมียนมา และกัมพูชา ไม่จำเป็นที่จะต้องยื่นขอใบขับขี่สากลหากต้องการเดินทางแบบ Road Trip ก็สามารถใช้ใบขับขี่ในรูปแบบ Smart Card แทนได้เลย

เนื่องจากกรมการขนส่งทางบกของประเทศไทยได้ทำข้อตกตลงกับทั้ง 10 ประเทศไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมใบขับขี่แบบ Smart Card ยังมีระบบการจัดเก็บข้อมูลที่ทันสมัย ซึ่งช่วยทำให้มีข้อมูลทั้งรูปแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่ช่วยทำให้เดินทางในประเทศกลุ่มอาเซียนได้อย่างราบรื่น ไม่ต้องยื่นขอเอกสารเพิ่มเติม แบบนี้ก็หายห่วงในการขับรถเพื่อเดินทางในประเทศเพื่อนบ้านไปได้เลย

สรุป

ใครที่จะออกเดินทางไปต่างประเทศ และวางแผนที่จะท่องเที่ยวแบบ Road Trip ก็อย่าลืมเตรียมเอกสารอย่างใบขับขี่สากลไปให้เรียบร้อย นอกจากนี้ก็อย่าลืมเตรียมความพร้อมในการเดินทางเพิ่มเติมด้วยการศึกษาเส้นทาง การเตรียมตัวด้านประกันการเดินทาง รวมถึงกฎหมายด้านการจราจรของประเทศนั้นๆ ให้ดี เพื่อการเดินทางขับรถที่ปลอดภัย และมีความสุขตลอดการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งทริปการเดินทาง