TH Thai

20 สถานที่มหัศจรรย์ ต้องเยือนซักครั้งในชีวิต 2

The Wave, Arizona

20 สถานที่มหัศจรรย์ ต้องเยือนซักครั้งในชีวิต 2 

เข้าสู่ตอน 2 กับอีก 10 สถานที่มหัศจรรย์  ซึ่งล้วนแล้วแต่พิเศษ สวยงาม จนทำให้คุณอยากออกไปพบโลกกว้าง  เพื่อเติมเต็มความหมายบางอย่างให้กับชีวิตเลยหล่ะค่ะ  
 

Havasu Falls

 

Havasu Falls  

น้ำตกขนาดใหญ่ Havasu Falls ที่มีสายน้ำสีฟ้าใสสวยงาม ตกลงไปสู่แอ่งน้ำสีเทอควอยซ์ที่อยู่เบื้องล่าง ตรึงตราสุดๆ ด้วยสีฟ้าสดใสของม่านน้ำที่ตัดกับสีแดงส้มของภูมิประเทศรอบๆ เห็นภาพแล้วมหัศจรรย์สุดๆ ค่ะ น้ำตกแห่งนี้ ตั้งอยู่ในแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ในเขตของชาวอินเดียนแดงที่ชื่อ Hualapai Indian Reservation ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของอุทยานแห่งชาติ Grand Canyon อันลือลั่นนั่นเอง 

 

 

ที่นี่จัดเป็นน้ำตกดังระดับโลกเลยหล่ะค่ะ เพราะมีทิวทัศน์รอบด้านสวยงาม น้ำใส ฟ้าสวย ตื่นตาด้วยความสูงของน้ำตกถึง 120 ฟุต แถมด้วยแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่ให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปว่ายเล่น ซึ่งขอบแอ่งน้ำนี้ก็เกิดจากการตกตะกอนของแคลเซียมคาร์บอเนต จึงเป็นอ่างที่ถือว่าสร้างขึ้นโดยธรรมชาติอย่างแท้จริง
เสน่ห์ส่วนสำคัญที่ทำให้น้ำตก Havasu  เป็นที่น่าหลงใหลของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ก็เพราะน้ำตกแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ ล้ำค่าด้วยทัศนียภาพที่แทบไม่มีการปรุงแต่ง ใครอยากเห็นว่าธรรมชาติสร้างความงามตรึงตราได้ขนาดไหน มาพิสูจน์ได้ที่นี่กันเลยค่ะ 

 

 

 

 

Spotted Lake (Khiluk) British Columbia   

ทะเลสาบที่นี่ ไม่ได้มีหน้าตาเป็นผืนน้ำกว้างๆ เหมือนที่เคยเห็นนะคะ ว่ากันว่าที่นี่คือทะเลสาบลายจุดที่สวยที่สุดในโลกเลยหล่ะ โดยทะเลสาบสปอท  (Spotted Lake)  หรือทะเลสาบลายจุดแห่งนี้ เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองโอโซยูซ (Osoyoos) รัฐบริติชโคลัมเบีย ของประเทศแคนาดา  

Spotted Lake (Khiluk) British Columbia

 

 

 

ความพิเศษของทะเลสาบลายจุดที่โดดเด่นมากก็คือ แร่ธาตุนานาชนิดที่อยู่ในนั้นค่ะ ทั้งแมกนีเซียม ซัลเฟต แคลเซียม และโซเดียม ซัลเฟต ซึ่งมีอยู่ในปริมาณเข้มข้นมากที่สุดในโลกเลยนะ และที่นี่ยังถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวพื้นเมืองในหุบเขาโอคานาแกนด้วยนะคะ เพราะพวกเขามีความเชื่อว่าโคลนแและน้ำจากทะเลสาบสามารถช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยได้
ใครอยากไปพิสูจน์ความสวยงามแบบแปลกตาที่ไม่เคยพบ ทะเลสาบลายจุดตอบโจทย์คุณได้นะคะ 

 

 
 

St. Basil's Cathedral- Moscow, Russia

 

St. Basil's Cathedral- Moscow, Russia

มหาวิหารเซนต์บาซิลงดงามด้วยรูปทรงโดดเด่นที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงศตวรรษที่ 16  ถือเป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงมอสโก ประเทศรัสเซียเลยหล่ะค่ะ

 

ที่นี่ประกอบด้วยโดม 8 โดมล้อมรอบโดมที่ 9 ที่อยู่ตรงกลาง ทำให้อาคารดูแปลกตาด้วยรูปทรงแบบแปดเหลี่ยมสดใส  ขนาบข้างด้วยกำแพงเครมลิน โดยยอดของวิหารเซนต์บาซิลสูงถึง 47.5 เมตร
 ที่นี่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียโบราณซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากไบแซนไทน์ที่เป็นโดมทรงหัวหอม กับสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่ารัสเซียนกอธิก เราจะมองเห็นหอคอยสูงรูปกระโจมที่รับอิทธิพลมาจากยุโรปตะวันตก มหาวิหารแห่งนี้เลยกลายเป็นหอคอยสูงรูปแท่งเทียน ที่ดูราวกำลังลุกไหม้บนปลายลำเทียนอย่างไรอย่างนั้น  ว่ากันว่าที่นี่ได้แรงบันดาลใจสร้างจากเทพเจ้าบนสวรรค์เลยนะคะ 
จุดเด่นที่ทำให้ที่นี่มีสเน่ห์เป็นเอกลักษณ์ สวยงามไม่ซ้ำใครคือโดมแต่ละยอดนั้นจะมีลวดลายสีสันงดงามแตกต่างกัน แต่ทั้งหมดนั้นกลมกลืนลงตัวเป็นที่สุดค่ะ ดึงดูดให้คนจำนวนมากเดินทางมาที่นี่ และต้องต้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึกคู่กับมหาวิหารแห่งนี้ ถึงจะเรียกว่าได้ไปเยือนรัสเซียมาแล้วอย่างแท้จริง 

 

 

 

The Dark Hedges, Northern Ireland

พุ่มไม้แห่งความลึกลับแต่มีเสน่ห์ที่ใครๆ ก็อยากไปเยือน The Dark Hedges อุโมงค์ต้นไม้ที่โด่งดังไปทั่วโลก  

The Dark Hedges, Northern Ireland

 

 

 

อุโมงค์จากต้นไม้ธรรมชาติแห่งนี้ ตั้งอยู่บนถนนเบอเกจห์ ในเมืองอาร์มอย ประเทศไอร์แลนด์ค่ะเป็นอุโมงค์พุ่มไม้ที่ดูลึกลับด้วยกิ่งก้านสาขาของต้นบีช ซึ่งมีอายุราว 300 ปี เติบโตทอดเป็นแนวยาวไปตลอดถนนเบอเกจห์ ถนนสายเก่าแก่ของไอร์แลนด์ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความสวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเลยนะคะ  ฟังแบบนี้แล้วน่าไปเดินเล่นกินลมชมบรรยากาศกันแล้วใช่ไหม  
ต้นบีชเหล่านี้มีความเป็นมาที่น่าสนใจไม่น้อยเลยหล่ะค่ะ โดยมันได้ถูกปลูกขึ้นในช่วงศตวรรษที่สิบแปดโดยครอบครัวสจ๊วตที่เป็นเจ้าของที่ดินตรงนั้น ซึ่งครอบครัวสจ๊วตได้มีจุดประสงค์ในการปลูก เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้คนที่จะเดินทางเข้าสู่บ้านของพวกเขา เสมือนเป็น welcome road นั่นเองค่ะ 
เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงปัจจุบัน ถนนเส้นนี้ได้กลายเป็นภูมิทัศน์ที่งดงามของไอร์แลนด์เหนือไปแล้ว แถมอุโมงค์ต้นไม้ที่ครอบครัวสจ๊วตได้ปลูกไว้นับร้อยๆ ปี ยังโด่งดังมีชื่อเสียงไปทั่วโลก จนใครๆ ก็ต้องแวะไปเก็บภาพความสวยอัศจรรย์ของพุ่มไม้ลึกลับแห่งนี้กลับมาเป็นที่ระลึก 

 

 
 

Whitehaven Beach, Australia

 

Whitehaven Beach, Australia

ได้เวลาของคนรักทะเล ที่มีหาดทรายขาวจั๊วเป็นพระเอกชวนให้นักท่องเที่ยวหลงใหล ที่นี่คือเกาะวิทซันเดย์ (Whitsunday Island) เกาะที่ได้รับการยอมรับว่ามีเม็ดทรายที่ขาวที่สุดในโลก
หาดไวท์เฮเวน ตั้งอยู่บนเกาะวิทซันเดย์ ในรัฐควีนส์แลนด์ของประเทศออสเตรเลียค่ะ ตัวหาดมีความยาวประมาณ 7 กิโลเมตร

ไฮไลท์คือเม็ดทรายของชายหาดนั้นขาวสะอาดออร่าที่สุดในโลก  เนื่องจากเม็ดทรายบนหาดมีลักษณะเป็นผลึกซิลิการะยิบระยับถึง 98 เปอร์เซ็นต์  แถมมีคุณสมบัติพิเศษเป็นทรายไม่เก็บความร้อน ที่จะทำให้คุณเดินเท่าเปล่าบนหาดได้อย่างสบายเลยหล่ะค่ะ แต่อย่าเพลินจนลืมข้อสำคัญที่ว่า ความแข็งของทรายสามารถทำความเสียหายให้กับกล้อง  โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์อื่นๆ ได้นะคะ
ด้วยความสวยงามดั่งภาพวาดของหาดนี้  ที่นี่จึงได้รับรางวัลติดต่อกันหลายปีเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ รางวัลหาดขาวสะอาด การจัดการที่ดีเยี่ยม เราจะไม่เห็นสัตว์เลี้ยงในบริเวณนี้ แถมเป็นเขตที่ห้ามสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด และไม่มีที่พักบนหาดแห่งนี้เลยสักแห่งเดียว 
ไปอิ่มเอมกับธรรมชาติของทะเลสีคราม ตัดกับหาดทรายสีขาวที่สุดในโลก มีหลังคาเป็นท้องฟ้าสีฟ้าสดใส แบบที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนกันดีมั้ยคะ  

 
 

Portofino, Italy

เบื่อเมืองใหญ่ๆ มาเดินเมืองเล็กๆ ที่น่ารักคับคุณภาพจนถูกขนานนามว่า "สวรรค์แห่งเมืองท่า" กันดีไหม ที่นี่คือปอร์โตฟิโน (Portofino)  เมืองท่าแห่งชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีชื่อเสียงระดับโลก ตั้งอยู่ในเขต จังหวัดของเจนัว ที่ถูกล้อมรอบด้วยท่าเรือเล็กๆ 

Portofino, Italy

 

 

เมืองปอร์โตฟิโน เป็นเมืองเล็กๆ ที่แสนน่ารักค่ะ ภายในตัวเมืองประกอบด้วยบ้านเรือนหลากสีสัน ซึ่งตั้งเบียดเสียดกันไปตามเชิงเขาเขียวชอุ่ม โอบล้อมอ่าวที่มีเรือยอร์ช (Yatch) จอดเต็มไปหมด   จากนั้นคุณอาจแวะไปชมความงดงามของโบสถ์ขนาดกลางที่ชื่อเซนต์มาร์ติน (St. Martin) ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่12  แล้วก็ไปชมความยิ่งใหญ่ของปราสาทและป้อมปราการ Castello Brown ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16  ซึ่งในอดีตเคยใช้เป็นป้อมปราการป้องกันข้าศึก แต่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ และยังป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งของเมืองอีกด้วยค่ะ  
         ใครมองหาเมืองน่ารักๆ สดใส ที่จะได้เห็นทั้งบรรยากาศธรรมชาติ ภูเขาอันเขียวชอุ่ม ความงดงามของแนวชายทะเลต้องแวะมาที่เมืองปอร์โตฟิโนแห่งนี้นะคะ 

 

 
 

เมืองคัปปาโดเจีย (Cappadocia)

 

เมืองคัปปาโดเจีย (Cappadocia) 

นครใต้ดินที่ผู้คนหลงรัก คัปปาโดเจีย ผู้ที่เรียกเมืองนี้เป็นคนแรกคือ ฮาลี คานาโซส ต่อมาเปอร์เซียเรียกชื่อเมืองว่า คัตปาตุกา (Katpatuka) ซึ่งแปลว่า ดินแดนแห่งม้าแสนสวย จนปัจจุบันกลับมาเรียกเป็นคัปปาโดเจียเหมือนเดิม

เมืองคัปปาโดเจีย เป็นบริเวณที่อยู่ระหว่างทะเลดำกับภูเขาเทารุส มีความสำคัญมาแต่โบราณกาลเลยค่ะ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม เส้นทางค้าขายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ทอดยาวจากตุรกีไปจนถึงประเทศจีน เป็นพื้นที่พิเศษที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว ทำให้ลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายไปทั่วบริเวณทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา จากนั้นกระแสน้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ ได้ร่วมด้วยช่วยกันกัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆ นับแสนนับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวงแบบนี้
ความโดดเด่นของที่นี่จึงเป็นหินรูปแท่งกรวย (คว่ำ) ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูราวกับดินแดนในเทพนิยาย จนชนพื้นเมืองเรียกขานกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า” (Fairy Chimney) ใครอยากหลุดเข้าไปในดินแดนเทพนิยายที่งดงามแปลกตา ต้องมาที่นครใต้ดินแห่งนี้นะคะ 

 
 

Blue Lagoon Galapagos Islands in Ecuador

ที่นี่บลูลากูน เกาะสวรรค์แห่งหมู่เกาะกาลาปากอส เอกวาดอร์ (The blue lagoon) ซึ่งถูกกล่าวขานว่างดงามดั่งเกาะสวรรค์ ด้วยเกาะที่มีลักษณะเป็นหินสีขาวสะอาด มีแอ่งน้ำสีฟ้าสดใสอยู่ภายในเกาะ โดยความงดงามมหัศจรรย์นี้เอง ที่ทำให้ใครๆ ต่างบอกว่าเป็นบรรยากาศที่ดุจดั่งเกาะสวรรค์กันเลยทีเดียว 

Blue Lagoon Galapagos Islands in Ecuador

 

 

เกาะบลูลากูน สวยแปลกตาด้วยรูปทรงของเกาะที่ไม่สมมาตร อันเนื่องมาจากคลื่นลม แต่เห็นแบบนี้ เกาะนี้เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตน่ารักๆ อย่างนกฟลามิงโกขนสีชมพูสดใส ที่คอยมาเยี่ยมเยือนแอ่งน้ำกร่อยสีฟ้าสดภายในเกาะอย่างไม่ขาดสาย ใครมองหาสถานที่สวยงามดั่งสวรรค์มาเติมเต็มให้กับชีวิต ต้องมาที่บลูลากูนกันซักครั้งนะคะ 

 
 

Rothenburg ob der Tauber, Germany

 

Rothenburg ob der Tauber, Germany

ชวนไปเมืองเล็กๆ น่ารักของเยอรมันนีกันบ้าง  โรเธนเบิร์ก อ๊อบ เดอร์ ทัวเบอร์ (Rothenburg ob der Tauber)  ที่ใครๆ ก็อยากแวะเวียน ที่นี่มีถนนสายโรแมนติกที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว ให้เกี่ยวก้อยกันมาเดินชมบรรยากาศกันหวานชื่น 

ชื่อเมืองนี้มีที่มาจากคำว่า “ob der Tauber” ซึ่งในภาษาเยอรมัน ก็จะแปลว่าริมแม่น้ำTauber นั่นเองค่ะ ตั้งอยู่ที่แคว้นบาวาเรีย (Bavaria) ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมันนี อยู่กึ่งกลางระหว่างเมือง Frankfurt กับเมือง München  สภาพบ้านเมือง Rothenburg เป็นแบบย้อนยุคดูคลาสสิก เพราะเมืองนี้เป็นเมืองที่อนุรักษ์สถาปัตยกรรมเดิมๆ เอาไว้  เมื่อเราเดินเล่นอยู่ในเมืองนี้ จึงทำให้เรารู้สึกเหมือนกับได้เดินทอดน่องอยู่ในยุโรปยุคกลาง ซึ่งมีทั้งกำแพงเมืองและป้อมปราการหอคอยล้อมรอบไว้ ใครชอบถ่ายรูปคงถูกใจเป็นพิเศษเลยหล่ะค่ะ เพราะแต่ละตรอกซอกซอยของเมืองนี้ น่าถ่ายรูปทั้งนั้น เรียกว่าสวยขึ้นกล้องทั้งเมืองเลยหล่ะ 
ความโดดเด่นอีกอย่างคือ หนึ่งในเทศกาลที่โด่งดังของเมืองนี้ นั่นก็คือตลาดคริสมาสต์ จัดขึ้นที่บริเวณ Market Square ก่อนช่วงถึงวันคริสมาสต์ คุณจะเห็นความมีชีวิตชีวา และกลิ่นอายที่รื่นเริงของเทศกาลให้เห็นไปทั่วบริเวณ ที่ตลาดจะละลานตาไปด้วยทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับคริสมาสต์ แม้หลายๆ เมืองในยุโรปจะมีตลาดลักษณะนี้มากมายก็ตาม แต่ที่เมือง Rothenburg แห่งนี้ ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นตลาดคริสมาสต์ที่ควรไปเยือนเป็นที่สุด ใครอยากเดินเพลิดเพลินอยู่ในเมืองย้อนยุค ต้องรีบบุ๊คตั๋วมาที่นี่แล้วหล่ะค่ะ 

 

 
 

Glacier National Park, Montana

เปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติกันบ้าง  ที่เกลเซียร์แห่งนี้เป็นอุทยานแห่งธารน้ำแข็งและทุ่งหญ้าอัลไพน์ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา (United States of America) ค่ะ ที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติที่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าทึบ ภูเขาขรุขระ และทะเลสาบที่งดงาม นั่นจึงทำให้อุทยานแห่งชาติเกลเซียร์กลายเป็นสวรรค์ของคนที่รักการท่องเที่ยวผจญภัย รวมไปถึงการเป็นที่ตั้งของโรงแรมรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงอีกจำนวนหลายแห่งอีกด้วยนะ       

Glacier National Park, Montana

 

 

สำหรับพืชพันธุ์และสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเกลเซียร์นั้นส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสายพันธุ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวก หมี แพะภูเขาที่เป็นสัญลักษณ์ของอุทยาน แมวป่า และนกอีกหลากหลายสายพันธุ์ที่พบได้มากในเขตอุทยานให้คุณเพลินตาไปกับสิ่งมีชิวิตน่ารักๆ  
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติเกลเซียร์นั้น มาได้ทั้งในช่วงฤดูร้อนและช่วงฤดูหนาว แต่อุทยานจะมีความงดงามมากที่สุดในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากว่าในฤดูนี้ทั่วทั้งอุทยานจะถูกปกคลุมไปด้วยเหล่าดอกไม้ป่าหลากหลายสายพันธุ์ ที่จะแข่งขันกันเบ่งบานอวดความสวยงามให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้เยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก  ใครอยากสัมผัสกับธรรมชาติที่ถูกดูแลอย่างสมบูรณ์พร้อม ต้องมาเยือนที่นี่ซักครั้งแล้วหล่ะค่ะ 

ก่อนจะออกเดินทางไปพบกับจุดหมายมหัศจรรย์ที่รออยู่ อย่าลืมมองหาประกันการเดินทางต่างประเทศ เพื่อการเดินทางที่สบายใจกว่าทุกครั้งด้วยนะคะ

 

 
 
 

 

 
 
 

 

 

แผนประกันแนะนำ

ประกันการเดินทาง

แผนประกัน
การเดินทาง

"ทราเวล แคร์ พลัส"
ทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุ

"ช่วยได้"
เจอเรื่องหนักแค่ไหน ซิกน่าก็ช่วยให้เบาลงได้