TH Thai

อัปเดต 2018 : 32 ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า และข้อควรรู้ก่อนเดินทาง

อัปเดต 2018 : 32 ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า และข้อควรรู้ก่อนเดินทาง

อัปเดต 2018 32 ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเดินทางสายแข็ง หรือมือใหม่หัดเที่ยว การออกไปเผชิญโลกกว้างในต่างประเทศก็น่าตื่นเต้นเร้าใจเสมอ แค่คิดถึงบรรยากาศใหม่ๆ ผู้คนและวัฒนธรรมอันแปลกตา ไฟในใจก็พลุ่งพล่านแล้ว! แต่ถ้าโชคไม่ดี ไปเจอกับการขอวีซ่าที่ซับซ้อนยุ่งยาก แถมยังเสี่ยงขอไม่ผ่านอีก ไฟก็อาจมอดจนพาลไปอยากเที่ยวเอาดื้อๆ เพราะฉะนั้นก่อนจะไปก็ควรวางแผนให้ดีซะก่อน หรือถ้าไม่รู้จะเที่ยวต่างประเทศที่ไหนดี ก็ลองเลือกจุดหมายเป็นประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า ทั้ง 32 ประเทศนี้ดูสิ รับรองเที่ยวสบายทั้งมือใหม่มือเก๋า

มาเรียกน้ำย่อยด้วย สรุปประเทศยอดฮิตที่ไม่ต้องขอวีซ่ากันก่อน

 

  • 14 วัน : กัมพูชา, เมียนมา
  • 15 วัน : ญี่ปุ่น
  • 30 วัน : สิงคโปร์, ไต้หวัน, มัลดีฟส์, ฮ่องกง
  • 90 วัน : เกาหลี, บราซิล

เป็นไง น่าสนใจใช่ไหม? ลองอ่านลิสต์เต็มๆ และข้อควรรู้ก่อนเดินทางด้านล่างนี้เลย

 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าหรือ ฟรีวีซ่า ดียังไง?

 

ถามว่าไปเที่ยวที่ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าดียังไง ตอบเลยว่า ทั้งสะดวกสบายและประหยัดเวลา เพราะประเทศนั้นอนุญาตให้เราเข้าไปเดินทางท่องเที่ยวได้โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายทำเรื่องขอวีซ่าให้ยุ่งยากวุ่นวาย แค่ถือพาสปอร์ตก็เข้า-ออกประเทศนั้นได้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อจำกัดอะไรเลย เพราะก็มีระยะเวลาจำกัดไว้ตามปกติว่าเราอยู่ในประเทศได้กี่วัน และถ้าอยู่เกินกว่านั้นก็จะถือว่าผิดกฎหมายและอาจถูกดำเนินคดีข้อหาลักลอบเข้าประเทศได้

 

ต้องใช้พาสปอร์ตแบบไหน จึงจะได้สิทธิ์ฟรีวีซ่า

 

  • พาสปอร์ตบุคคลธรรมดา (เล่มสีน้ำตาลหรือแดงเลือดหมู) สามารถเดินทางเข้าออกเขตแดนประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าได้ทั้งหมด 32 ประเทศ ซึ่งเป็นพาสปอร์ตแบบที่เราพูดถึงในบทความนี้และนักท่องเที่ยวทั่วไปอย่างเราใช้อยู่เป็นประจำ
  • พาสปอร์ตราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) สามารถเดินทางเข้าออกเขตแดนประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าได้ทั้งหมด 73 ประเทศ
  • พาสปอร์ตการทูต (เล่มสีแดงสด) สามารถเดินทางเข้าออกเขตแดนประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าได้ทั้งหมด 78 ประเทศ

 

ทุกคนสามารถเดินทางไปยังประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าได้หรือไม่

 

ถึงแม้ประเทศเหล่านั้นจะยกเว้นขั้นตอนการขอวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย แต่มาตรการด้านความปลอดภัยและการคัดกรองนักท่องเที่ยวอื่นๆ ยังคงเหมือนเดิม นอกเหนือจากเรื่องวีซ่าแล้ว เงื่อนไขต่างๆ ยังขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประเทศปลายทาง เพราะฉะนั้นก็ต้องเตรียมเอกสารยืนยันตนเป็นภาษาอังกฤษให้พร้อมด้วย เช่น

  • หนังสือรับรองการทำงาน (Work Permit)
  • สมุดบัญชีที่มีเงินเข้าออกเคลื่อนไหวทุกเดือน
  • เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือผู้เยาว์ พ่อแม่ต้องมีสูติบัตรติดตัวไว้เสมอ ในกรณีที่ผู้เยาว์ไม่ได้เดินทางไปกับพ่อแม่ คนที่พาไปต้องมีสูติบัตรพร้อมหนังสือรับรองจากผู้ปกครองของเด็กที่ขอมาจากที่ทำการเขตเป็นฉบับภาษาอังกฤษแนบมาด้วย
  • ลูกที่ออกค่าใช้จ่ายให้พ่อและแม่ หรือพ่อแม่ที่ออกค่าใช้จ่ายให้ลูกตลอดการเดินทางต้องมีหนังสือ Sponsor ถือไปพร้อมสูติบัตรด้วย
  • ตั๋วเครื่องบิน ทั้งขาไปและกลับ
  • มีที่พักเป็นหลักแหล่งชัดเจน มีหลักฐานการจองชัดเจน
  • แผนการเดินทางอย่างละเอียด เพื่อแสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าเรามาเพื่อท่องเที่ยว ไม่ได้มีเจตนาอื่นที่ผิดกฎหมาย และต้องอธิบายตามแผนได้ กรณีที่ถูกสอบถามหรือเรียกดูเอกสาร

ไม่ว่าจะเดินทางไปประเทศที่ต้องขอหรือไม่ต้องขอวีซ่าก็ตาม เอกสารเหล่านี้สำคัญมากอยู่แล้ว เพราะเป็นหลักฐานยืนยันว่าเรามาเพื่อเดินทางท่องเที่ยวจริงๆ อย่างไรก็ตาม หลักฐานนี้ก็อาจใช้ไม่ได้กับผู้ที่มีประวัติอาชญกรรมหรือดูสุ่มเสี่ยงต่อการลักลอบเข้าประเทศ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองด้วย

ข้อแนะนำง่ายๆ เพื่อให้ผ่านด่านตรวจได้อย่างราบรื่น คือ พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด อย่าลุกลี้ลุกลน บางคนที่เพิ่งเคยไปต่างประเทศครั้งแรก อาจรู้สึกตื่นเต้นจนทำตัวผิดปกติ ก็ต้องเตรียมคำตอบเป็นภาษาอังกฤษสำหรับคำถามพื้นฐานมาบ้าง เช่น คุณมาทำอะไรที่ประเทศนี้ จะอาศัยอยู่กี่วัน หรือมีใครเดินทางมาด้วยบ้าง นอกจากนี้ยังควรแต่งกายให้เหมาะสม ไม่เปิดเผยหรือส่ออนาจารเกินไป และทำตามที่เจ้าหน้าที่บอก

 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า สำหรับพาสปอร์ตบุคคลธรรมดา (ปกน้ำตาลหรือแดงเลือดหมู)

 

สำหรับประเทศที่คนไทยสามารถเดินทางท่องเที่ยว โดยใช้พาสปอร์ตบุคคลธรรมดา แบบไม่ต้องขอวีซ่า ขณะนี้มีทั้งหมด 32 ประเทศ อ้างอิงตามข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 1 พ.ค.61 จากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ : http://www.consular.go.th

รายชื่อ ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า ทั้ง 32 ประเทศ พร้อมระยะเวลาพำนัก

 

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับพาสปอร์ตบุคคลธรรมดา

 

  • 14 วัน : บาห์เรน, บรูไน, กัมพูชา, เมียนมา
  • 15 วัน : ญี่ปุ่น
  • 30 วัน : มณฑลไห่หนาน ประเทศจีน, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเก๊า, มาเลเซีย, มองโกเลีย, มัลดีฟส์, ฟิลิปปินส์, กาตาร์, รัสเซีย, เซเชลส์, สิงคโปร์, แอฟริกาใต้, ไต้หวัน, ตุรกี, วานูอาตู, เวียดนาม
  • 90 วัน : แอลแบเนีย, อาร์เจนติน่า, บราซิล, ชิลี, เอกวาดอร์, เกาหลีใต้, เปรู
  • 180 วัน : ปานามา (1 เม.ย. – 31 ต.ค.61)
  • 360 วัน : จอร์เจีย

หมายเหตุ : หลังจากลงบทความนี้ไปแล้ว ข้อมูลประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจเช็กข้อมูลที่เว็ปไซต์ของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ อีกครั้ง

ถึงแม้จะเบาใจเรื่องการทำเรื่องขอวีซ่าไปได้เปราะหนึ่งแล้ว แต่อย่าลืมว่ามีอีกหลายอย่างที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อให้ทริปในฝันของเราราบรื่นปลอดภัยที่สุด หนึ่งในนั้นก็คือ การซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศ นั่นเอง ไม่ว่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยวมือโปรหรือมือใหม่ เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ ยิ่งในต่างแดนที่เราไม่คุ้นเคยแล้ว อะไรๆ ก็คงติดขัดไปหมด เพื่อเพิ่มความอุ่นใจ จึงควรเลือกซื้อประกันที่คุ้มครองตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากบ้านจนจบทริป อย่างประกันการเดินทาง Cigna ที่คุ้มครองครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาล การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง กระเป๋าเดินทางเสียหาย หรือแม้แต่การยกเลิกไฟลท์หรือไฟลท์ดีเลย์ แถมยังมีบริการให้คำปรึกษาด้านการแพทย์และตอบคำถามตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย หากสนใจก็เข้าไปดูได้ที่นี่เลย ประกันการเดินทาง

ขอบคุณข้อมูลจาก Changtrixget.com