TH Thai

โตเกียวละลายทรัพย์

เมืองโตเกียว ญี่ปุ่น 7 วัน 6 คืน
 
โตเกียวละลายทรัพย์ เมืองโตเกียว ญี่ปุ่น 7 วัน 6 คืน

เพลินไปกับการช็อปปิ้งและกินดื่มอย่างหรูหรา ท่องไปในสถานที่เที่ยวสุดพิเศษที่จะทำให้คุณประทับใจ

Omotesando
Ometosando Hills

เริ่มต้นการเดินทางสุดแสน Exclusive ด้วยการนั่งรถลีมูซีนของโรงแรมที่มารับถึงสนามบิน เมื่อเช็กอินเก็บสัมภาระเรียบร้อย ก็ได้เวลาไปเที่ยวกัน ตั้งต้นที่ ถนนสายแบรนด์เนม Omotesando ถนนที่ได้ชื่อว่าเป็นชองป์เซลิเซ่แห่งญี่ปุ่น ช็อปสินค้าต่างๆท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มรื่นสวยงาม สัมผัสบรรยากาศย่านหรูหราสมัยใหม่ของโตเกียว อัพเดตแฟชั่นทรงผมเปลี่ยนลุคใหม่ได้ที่ร้าน Toni&Guy หรือ Beauritrium จากช่างทำผมฝีมือระดับโปรเฟสชันนอล แวะเลือกเสื้อผ้าแบรนด์เนมคอลเล็กชันใหม่พร้อมรับโปรโมชันสุดพิเศษที่ห้าง สรรพสินค้า Ometosando Hills เลือกชมสินค้าสไตล์วินเทจ น่ารัก ที่ร้านค้าในถนน Cat's Street

ก่อนจะเดินทางต่อไปยังย่าน Shibuya สิ่งที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงย่านนี้ก็คือถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นเจ้าฮาจิโกะ สุนัขแสนซื่อสัตย์ และเดินข้ามห้าแยกชิบุยะ ทางข้ามม้าลายห้าแยกที่วุ่นวายที่สุดในโลก สาวๆ อย่าลืมไปอัพเดตเทรนแฟชั่นใหม่ล่าสุดของสาวญี่ปุ่นที่ห้างสรรพสินค้า Shibuya 109 ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าเครื่องสำอางเทรนด์ใหม่ ช็อปสินค้าแนวๆ ชิคๆ ที่ห้าง Loft สาขาแรกและใหญ่สุดในญี่ปุ่น ปิดท้ายวันดีๆด้วยมื้อค่ำสุดหรู ทานขาปูยักษ์ย่าง ซาซิมิขาก้ามปู หรือซูชิเนื้อปูยักษ์ ที่ภัตตาคาร Kanidoraku ภัตตาคารขายปูชื่อดังแห่งเมืองโอซาก้า ก่อนกลับเข้าสู่ที่พักเพื่อเตรียมตัวท่องเที่ยวในวันถัดไป

Shibuya

เริ่มต้นวันที่ 2 ด้วยการรถไฟด่วนไปยังสถานี Gotemba แล้วนั่งรถชัตเติลบัสต่อไปยัง Gotemba Premium Outlet (Hakone) ห้างสรรพสินค้ากลางแจ้งท่ามกลางบรรยากาศของภูเขาไฟฟูจิ แหล่งรวมสินค้านำเข้าจากต่างประเทศและสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นที่ดังไปทั่วโลก พบกับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าใหม่ล่าสุด อาทิ MK MICHEL KLEIN, MORGAN, ELLE, CYNTHIA ROWLEY ฯลฯ เลือกซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อดังได้ที่ร้าน BALLY, PRADA, GUCCI, DIESEL, TUMOI, GAP, ARMANI ฯลฯ เลือกเครื่องประดับเก๋ๆ และนาฬิกาเรือนหรูอย่าง TAG HEURE, AGETE, S.T.DUPONT, TASAKI, LONGINES ฯลฯ และรองเท้าแฟชั่น HUSH PUPPIES, SCOTCH GRAIN, SKECHERS, HOGAN ช็อปกระจายถึงช่วงค่ำแล้วจึงเดินทางต่อไปรับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม Mars Garden Wood Gotemba Hotel Restaurant ภัตตาคารของโรงแรมมีอาหารสารพัดชนิดให้รับประทานในบรรยากาศแห่งการพักผ่อน

Gotemba Premium Outlet (Hakone)
Cosmo World Fun Park

เริ่มต้นวันที่ 3 ด้วยการนั่งรถไฟแวะลงที่เมืองโยโกฮาม่า เมืองท่าที่เจริญที่สุดในเขตคันโต เดินชมสถานที่ท่องเที่ยวที่อ่าว Minato Mirai อ่าวที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆอย่าง สวนสนุก Cosmo World Fun Park ห้างสรรพสินค้า พิพิธภัณฑ์เรือสำเภา Nippon Maru แวะช็อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า Queen’s square ชมวิวอ่าวโตเกียวจากอาคาร Yokohama Landmark Tower อาคารสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น อย่าลืมแวะทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร Bills ริมทะเลที่ตึก Redbrick Warehouse จากออสเตรเลียในคอนเซปต์ “มื้อเช้าที่ดีที่สุดในโลก” 

ก่อนจะเดินเท้าต่อไปยังท่าเรือสำราญ Osanbashi Pier ชมท่าเรือที่ได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นของโลก และขึ้นชมเรือ Hikawa Maru Cruise เรือสำราญหรูหราดับ 5 ดาวที่เคยให้บริการเหล่าไฮโซในช่วงยุคปี 60 และปิดท้ายด้วยมื้อค่ำฟินๆ ที่ภัตตาคาร Tenhama ที่สถานี Bashamichi

Osanbashi Pier

เดินทางด้วยรถไฟภายในเมืองโยโกฮาม่าไปยัง Mitsui Outlet Park Yokohama เลือกซื้อสินค้าแบรนด์ดังละลานตาในราคาประหยัด ทั้งแบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศ และแบรนด์ยอดฮิตของคนญี่ปุ่นอย่าง Beams แล้วไปต่อกันที่ America Waterfront เอ๊าต์เล็ตมอลล์ริมทะเลที่ตกแต่งตามสไตล์หมู่บ้านชาวประมงในสหรัฐอเมริกา ภายในมีสินค้าหลากหลายแบรนด์ทั้ง Timberland, Adidas, Nike, Coach, BCBG, Nuatica, Next, Asics, Rolex รวมถึงร้านอาหารและคาเฟ่ที่น่าสนใจมากมาย ที่มีโปรโมชันพิเศษ ลดราคา 30-70% เกือบตลอดทั้งปี ตบท้ายด้วยการแวะชิมสุดยอดราเมนรสชาติอร่อยได้รับรางวัลระดับประเทศที่ Shin-Yokohama Raumen Museum ในช่วงหัวค่ำ ก่อนเดินทางกลับโตเกียว

Mitsui Outlet Park Yokohama
Shinjuku

ท่องไปในย่าน Shinjuku เพลิดเพลินกับการช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมาย ช็อปเครื่องใช้ไฟฟ้า กล้องถ่ายรูปดิจิตอล นาฬิกา ไปจนถึงเครื่องเล่นเกมส์สารพัดชนิด หรือจะเป็นสินค้าที่เอาใจสาวๆอย่าง กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า แบรนด์เนม เสื้อผ้าแฟชั่นสำหรับวัยรุ่น และเครื่องสำอางยี่ห้อดังของญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็น KOSE, KANEBO, SK II, SHISEDO หลังจากช็อปจนกระเป๋าเบาแล้วจึงนั่งรถไฟใต้ดินเดินทางต่อไปยังย่าน Tokyo Midtown เพื่อช็อปปิ้งสินค้าท่ามกลางบรรยากาศแห่งศิลปะ แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร Hinokizaka ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมในโรงแรม The Ritz Caltons ในอาคาร Midtown Tower อาคารที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น พอหนังท้องชักตึงๆ จึงเดินเท้าต่อไปยัง Roppongi Hills ที่อยู่ใกล้ๆกัน เพลิดเพลินกับการช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมภายในรปปงงิ ฮิลส์ ทั้ง Zara, Hugo Boss, Paul Smith, Louis Vitton Burberry ก่อนขึ้นไปชมผลงานศิลปะ เส้นขอบฟ้า และพระอาทิตย์ตกดินที่ชั้น 53 อาคาร Mori Tower Roppongi Hills แล้วปิดท้ายด้วยการแฮงเอ๊าต์แบบเพลินๆ ในบาร์สไตล์ Izakaya บนชั้น 49 ของอาคาร Shinjuku Sumitomo จิบเครื่องดื่มในบรรยากาศสบายๆชมวิวโตเกียวยามราตรี สุขเกินจะหาใดเปรียบ

Asakusa
Odaiba Palette Town

เดินทางไปศาลเจ้า Asakusa เพื่อนมัสการขอพรจากพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิมทองคำ ไม่ลืมถ่ายภาพคู่กับโคมไฟขนาดยักษ์ที่มีความสูงถึง 4.5 เมตรซึ่งแขวนอยู่บริเวณประตูทางเข้าวัด สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของโตเกียว ซื้อขนมของฝากได้จากร้านค้าบริเวณหน้าวัด ส่วนขาช็อปห้ามพลาดสอยกระเป๋าถือจากร้าน Inu-Jirushi กระเป๋าผ้าทรงเรียบหรูเนี้ยบกริบที่ฮิตในญี่ปุ่นมากว่า 60 ปี แล้วข้ามไปยังเกาะ Odaiba เกาะที่เกิดจากการนำขยะมาถมทะเล เพื่อไปชมชมหุ่นยนต์กันดั้มที่สูงที่สุดในโลกที่ห้าง Diver City Odaiba อาคารสถานีโทรทัศน์ Fuji-TV แล้วไปช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมกันต่อที่ห้าง Odaiba Venus Fort ห้างรวมร้านค้าเอ๊าต์เล็ตที่ตกแต่งบรรยากาศเลียนแบบเมืองในประเทศอิตาลี และห้างสรรพสินค้า Odaiba Palette Town ก่อนจะไปขึ้นชิงช้าสวรรค์ Daikanransha ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น เพื่อชมพระอาทิตย์ตกดิน บริเวณชายหาดเทียมใกล้กับเทพีเสรีภาพและสะพานสายรุ้งที่เกาะ Odaiba เติมพลังด้วยการรับประทานอาหารเย็นญี่ปุ่นแบบเทปันยากิ หรืออาหารที่ทอดบนเตาเหล็ก ในภัตตาคาร Hamayu ชั้น 30 โรงแรม Le Meridien Grand Pacific Tokyo พร้อมชมวิวย่ามค่ำคืนของอ่าวโตเกียวที่มองเห็นทั่วทั้งเมือง ปิดท้ายวันด้วยการผ่อนคลายความเหนื่อยล้ามาทั้งวันที่ Oedo Onsen Monogatari บ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ใจกลางโตเกียวบนเกาะ Odaiba

Oedo Onsen Monogatari
วันที่ 7

เริ่มต้นวันสุดท้ายแบบเบาๆ ด้วยการเดินช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมต่อที่ย่าน Ginza ย่านไฮโซของชาวโตเกียว สาวกแอปเปิ้ลต้องไม่พลาดแวะชมร้าน Apple Store สาขาแรกของเอเชีย ก่อนจะแวะเลือกและซื้อสินค้าจากร้านยอดฮิตของคนไทย Muji สินค้าคุณภาพดีที่ได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลกในราคาย่อมเยา ปิดท้ายด้วยการรับประทานมื้อบ่ายที่ ภัตตาคาร Sukiyabashi Jiro ภัตตาคารซูชิในตำนานของย่านกินซ่า ได้รับรางวัลระดับ Michelin Three Star เพื่อลิ้มลองรสชาติความอร่อยของซูชิญี่ปุ่นแบบแท้จริง อย่าลืมจองโต๊ะล่วงหน้าประมาณ 1-2 เดือน ไม่อย่างนั้นอดของอร่อยไม่รู้ด้วย  

Ginza

 

ข้อมูลโตเกียว
  • ภาษา   จีนกวางตุ้ง และจีนกลาง
  • เวลา   เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง
  • สกุลเงิน   ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD)  
  • อัตราแลกเปลี่ยน   HKD1 = 4.19 THB  (อัตราแลกเปลี่ยน ณ เดือนมีนาคม 2557)
  • ไฟฟ้า   220 โวลต์ เท่ากับในประเทศไทย
  • วีซ่า   บุคคลสัญชาติไทยเดินทางได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า อยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน
Tips
  1. ร้านค้าทั่วไปจะเปิดบริการทุกวัน ระหว่าง 10.00 น. - 20.00 น. ส่วนห้างสรรพสินค้าจะปิดทำการในช่วงวันธรรมดา สัปดาห์ละ 1 วัน วันหยุดของแต่ละห้างจะไม่ตรงกัน ห้างสรรพสินค้ามักจะปิดเร็วกว่าร้านค้าอื่นๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง หรือราว 19.00 น.
  2. ควรหลีกเลี่ยงเดินทางด้วยรถไฟ และรถไฟฟ้าใต้ดินในช่วงเวลาเร่งด่วน คือวันธรรมดา ช่วงเวลา 7.00 น. - 9.00 น. และ 17.00 น. - 19.00 น. เพราะเป็นช่วงที่รถไฟฟ้าแน่นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆขึ้นรถไฟในช่วงเวลาดังกล่าว
  3. การช็อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าในญี่ปุ่นสามารถขอคืนภาษีได้ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ หรือสินค้าแบรนด์เนมราคาสูงๆ โดยต้องซื้อของให้ครบตามยอดที่แต่ละห้างกำหนดไว้ ส่วนใหญ่จะเป็น 10,000 เยนขึ้นไป ให้แจ้งพนักงานที่ห้างสรรพสินค้าได้เลย หรือทำที่เคาน์เตอร์ทำเรื่องคืนภาษี สนามบินนาริตะ เทอร์มินอล 2
  4. หากไม่อยากลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ขึ้นลงรถไฟจนปวดหลัง ระหว่างเดินทางข้ามเมือง อาจลองใช้บริการขนส่งสัมภาระข้ามเมือง (Parcel Delivery Service) ของ JP Post ที่มักมีให้บริการตามโรงแรมใหญ่ๆ ราคาไม่แพงจนโอเวอร์ กระเป๋าจะถูกส่งไปรอถึงโรงแรมที่พักปลายทางเลยทีเดียว
  5. ช่วงเซลล์กระหน่ำที่ญี่ปุ่นมีอยู่ 2 ช่วงในรอบปี คือลดกระหน่ำต้นปีช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคมเป็นต้นไป ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าจะพร้อมใจกันลดราคาในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ในช่วงสองสัปดาห์แรกจะลดราคาราว 30-50 เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะลดลงไปถึง 70 เปอร์เซ็นต์หลังจากนั้น
    ส่วนรอบสองจะเริ่มจากประมาณวันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไปราว 2 เดือน เป็นช่วงเวลาที่เหมาะมากสำหรับนักช็อปจากไทย เพราะส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าสำหรับฤดูร้อนที่เหมาะจะนำมาสวมใส่ที่บ้านเรามากกว่า และราคาไม่แรงเท่าเสื้อผ้าเซลล์ในฤดูหนาว
ค่าเดินทาง 6,000 บาท
ค่าที่พัก 41,000 บาท
ค่าอาหาร 28,000 บาท
ค่าเข้าชมสถานที่ 3,000 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 771 บาท
ซิกน่า ประกันการเดินทาง เริ่มต้น 403 บาท

รวมค่าใช้จ่าย
80,000 บาท/คน*

*ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตามข้อมูลทางสถิติที่บริษัทเก็บรวบรวมสิ้นสุด ณ เดือน พฤษภาคม 2557 ข้อมูลทั้งหมดที่ใช้ในแพลนการท่องเที่ยวนี้ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซิกน่า จำกัด มหาชน ผู้ใดทำการปรับเปลี่ยนแก้ไข หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาติจากบริษัท บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการฟ้องร้องค่าเสียหายจากการนำไปใช้ดังกล่าว
 

แผนประกันแนะนำ

แผนประกัน
การเดินทาง

ประกันการเดินทางต่างประเทศ
ทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

แพลนการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง