TH Thai

เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด

5 วัน 4 คืน

เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด 5 วัน 4 คืน

 
เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด 5 วัน 4 คืน ตามแบบฉบับ ซิกน่า

ใครว่าเที่ยวญี่ปุ่นต้องใช้เงินมาก เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด ก็เก็บครบทุกไฮไลต์ ทั้งในเมืองโตเกียวและละแวกข้างเคียง ทั้งกินอิ่ม เที่ยวสนุก และนอนสบาย

วันที่ 1

เริ่มต้นการเดินทางจากสนามบินเข้าสู่ที่พัก แล้วเดินทางไป Harajuku ถนนเส้นเล็กๆที่เต็มไปด้วยวัยรุ่นญี่ปุ่น ที่แต่งตัวแปลกตาตามสไตล์ของตัวเอง เมื่อมาถึงถนนเส้นนี้แล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาด อย่างยิ่งของการเที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว อย่างยิ่งคือต้องไปซื้อเครื่องสำอางและช็อปปิ้งที่ร้าน 100 เยน Daiso สาขาใหญ่ที่สุดแห่งโตเกียว และเดินเล่น แวะดูของพลางกินขนมญี่ปุ่นสารพัดชนิด เมื่อเดินมาจนถึงสุดถนน จะพบกับสถานีรถไฟ JR-Harajuku ให้นั่งรถไฟจากสถานีนี้เพื่อเดินทางต่อไปยังสถานี Shibuya ย่านช็อปปิ้งที่คึกคักและพลุกพล่านที่สุดในโตเกียว สิ่งที่พลาดสำหรับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเองไม่ได้ก็คือการถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นเจ้าฮาจิโกะ สุนัขแสนซื่อสัตย์จนเป็นตำนาน และเดินข้ามห้าแยกชิบุยะ ทางข้ามม้าลายห้าแยกที่ได้ชื่อว่าวุ่นวายที่สุดในโลก

ในย่านแห่งนี้มีห้างสรรพสินค้าและร้านค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่มากมาย ทั้งร้าน Loft สาขาใหญ่ ที่เน้นขายสินค้าไอเดียแปลกใหม่ ตั้งอยู่ในตึกใหญ่สูงถึง 8 ชั้น ต่อด้วยเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเองที่ ร้านหนังสือ Kinokuniya สาขาแรกของโลก หรือร้าน Tower Record ร้านขายแผ่นเสียงที่มีสินค้ามากที่สุดในโลก สำหรับสาวๆ อัพเดตเทรนด์แฟชั่นญี่ปุ่นใหม่ล่าสุดได้ที่ห้าง Shibuya 109 แวะชิมและซื้ออาหาร ผลไม้ ขนม ช็อกโกแลตคุณภาพดีราคาประหยัดได้ที่ชั้นใต้ดินของห้าง Tokyu เป็นการปิดท้ายวัน โดยเฉพาะเวลาหลังสองทุ่มที่อาหารต่างๆจะพาเหรดกันมาลดกระหน่ำเกินครึ่งราคา ถ้าอยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด อย่าพลาดซูชิและซาชิมิสดๆที่ลดราคากันกระจาย แม้จะไม่ฟินเท่ากับไปกินที่ร้าน แต่ก็พอช่วยให้หายอยากได้ในราคาเบาๆ

เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว ไปญี่ปุ่นคนเดียว Harajuku
เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว ไปญี่ปุ่นคนเดียว Minato Mirai (Yokohama)

นั่งรถไฟไปที่เมือง Yokohama เมืองท่าที่เจริญที่สุดในเขตคันโต เดินชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่อ่าว Minato Mirai (Yokohama) อ่าวที่เต็มไปด้วยสถานทีท่องเที่ยวอย่าง Redbrick Warehouse สวนสนุกริมอ่าว Cosmo World Fun Park แล้วแวะทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในรสชาติของตัวเองที่ Cup Noodle Museum (Yokohama) เมื่อแดดร่มลมตกจึงนั่งรถไฟใต้ดินต่อไปยัง Yokohama Chinatown เที่ยวไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ชิมเป็ดปักกิ่งรสเลิศที่นำเข้าจากเมืองจีน ซาลาเปาไส้หมูเต็มคำ รวมถึงเสี่ยวหลงเปาสูตรต้นตำรับราวกับได้บินไปกินที่เมืองจีนจริงๆ ปิดท้ายมื้ออร่อยทริป เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด ด้วยการแวะชิมสุดยอดราเมนรสชาติอร่อยได้รับรางวัลระดับประเทศที่ Shin-Yokohama Raumen Museum ก่อนจบทริปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเองก่อนเดินทางกลับที่พัก

เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว ไปญี่ปุ่นคนเดียว Shinjuku
เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว ไปญี่ปุ่นคนเดียว Owakudani

เปลี่ยนบรรยากาศโดยออกไปเที่ยวนอกเมืองโตเกียว สามารถไปญี่ปุ่นคนเดียว สามารถไปด้วยการซื้อ Fuji-Hakone Pass ที่สถานี Shinjuku ที่ช่วยให้เที่ยวสนุกตลอดเส้นทางในราคาประหยัด ก่อนที่จะนั่งรถไฟของบริษัท Odakyu ในบริเวณเดียวกันเดินทางต่อไปยัง Hakone national park แหล่งพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เพียบพร้อมไปด้วยความสงบและโรแมนติกของธรรมชาติ รับประทานมื้อกลางวันตำรับญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ร้าน Daruma ร้านเทมปุระเก่าแก่ เมื่ออิ่มท้องแล้วจึง นั่งรถไฟสาย Hakone Tozai Line เพื่อขึ้นเขาไปต่อเคเบิ้ลคาร์และ กระเช้าลอยฟ้า Hakone Ropeway ก่อนที่จะแวะลงกระเช้าลอยฟ้าที่สถานี Owakudani ชิมไข่ดำทีคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า หากได้กินไข่ดำหนึ่งฟองจะทำให้อายุยืนยาวขึ้น 7 ปี

ทริปต่อไปนั่งกระเช้าลอยฟ้าเดินทางต่อไปยังสถานี Togendai เพื่อล่องเรือโจรสลัด Hakone Sightseeing Cruise เรือสำหรับชมทะเลสาบมีทั้งหมด 4 ลำ แต่ละลำจะมีธีมในการตกแต่งที่ต่างกัน นั่งเรือท่องทะเลสาบให้หนำใจและจบด้วยการพักโรงแรมที่ฮาโกเน่

เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว ไปญี่ปุ่นคนเดียว Hakone Sightseeing Cruise

ออกเดินทางจากฮาโกเน่กลับมาที่โตเกียว ไปสักการะ ศาลเจ้า Asakusa เพื่อนมัสการขอพรจากพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิมทองคำ เก็บภาพกับโคมไฟขนาดยักษ์ที่มีความสูงถึง 4.5 เมตรที่แขวนอยู่บริเวณประตูทางเข้าวัด แล้วลองไปชมวิวเมืองโตเกียวที่หอคอย Tokyo Skytree หอคอยส่งสัญญาณที่มีความสูงที่สุดของโลก เป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงสุดเป็นอันดับสองของโลก แล้วเดินทางไปยังย่าน Ueno เพื่อชมบรรยากาศของต้นซากุระบานและแวะซื้อของฝากที่ตลาด Ameyoko ส่วนเรื่องอาหารการกินในย่านนี้จะเด่นในเรื่องขนมและอาหารตามร้านรถเข็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครป ซอฟต์ครีมรสนุ่ม ไปจนถึงเมลอนสดๆราคาเพียงซีกละ 100 เยน รับรองว่าอร่อยและหากินไม่ได้ง่ายๆที่เมืองไทย แต่ถ้าอยากจะแวะพักจัดมื้อกลางวัน ขอแนะนำร้าน Minatoya ร้านข้าวหน้าอาหารทะเลดิบชนิดต่างๆ ที่คนร่ำลือกันว่าอร่อยเด็ดไม่แพ้ร้านในย่านตลาดปลาสึกิจิ ราคาเบาๆ เริ่มต้นที่จานละ 500 เยนเท่านั้น ซึ่งมี ห้าง Takeya ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง หากไปญี่ปุ่นญี่ปุ่นคนเดียว คนไทยในโลกออนไลน์หลายๆคนจะรู้จักห้างนี้ในนามของ “ตึกม่วง”  ห้างที่ขึ้นชื่อว่าขายของราคาถูก และสามารถคืนภาษีได้หากซื้อถึงราคาที่ทางห้างกำหนด สินค้ายอดฮิตมีตั้งแต่ขนมของฝาก เครื่องสำอาง น้ำหอม ไปจนถึงอุปกรณ์ทำผม คิทแคตสารพัดรสชาติจากทั่วญี่ปุ่นก็หาซื้อได้ที่นี่

เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว ไปญี่ปุ่นคนเดียว Asakusa
เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว ไปญี่ปุ่นคนเดียว Tsukiji Market

ปิดท้ายทริปเที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัดนี้ด้วยการไปชมการประมูลปลาที่ตลาด Tsukiji Market ตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และชิมซูชิร้าน Sushi-dai ซูชิร้านดังในบริเวณตลาดที่ได้ชื่อว่าสดและอร่อยที่สุดในเมืองโตเกียว แล้วแวะไปที่ย่าน Akihabara แหล่งรวมสินค้าไอทีและอิเล็กทรอนิกส์ที่แสนครบครันแห่งแดนปลาดิบ สรวงสวรรค์ของเด็กๆ เหล่าคนรักการ์ตูน และเหล่าโอตาคุ ชาวญี่ปุ่นจะเรียกชื่อย่านนี้สั้นๆว่า อะกิบะ นอกจากจะขายสินค้าไอทีแล้ว

ในย่านนี้ยังเป็นแหล่งรวมพลของคนชอบเกมตู้เพราะมีร้าน Sega Arcade ที่มีของรางวัลสุดแสนยั่วยวนใจในเกมอาเขต นอกจากนี้ข่าวดีสำหรับคนที่รักกาแฟ ที่นี่เป็นแหล่งรวมร้านกาแฟ คาเฟ่แปลกๆ เช่น กันดั้มคาเฟ่ และเมดคาเฟ่ ที่หลายๆคนใฝ่ฝันจะมากินสักครั้ง โดยเฉพาะ ร้าน Maid Café Mandareke ต้นตำรับร้านกาแฟที่มีพนักงานแต่งชุดแม่บ้านมาคอยบริการแห่งแรกของโลก ปิดท้ายทริป เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด ด้วยการช็อปของฝากกันพอหอมปากหอมคอก่อนเดินทางไปสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว ไปญี่ปุ่นคนเดียว Maid Café Mandareke
ข้อมูลโตเกียว
  • ภาษา   ญี่ปุ่น
  • เวลา   เร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง
  • สกุลเงิน   เยน (JPY)   
  • อัตราแลกเปลี่ยน   1 JPY = 0.3144 THB (อัตราแลกเปลี่ยน ณ เดือนมีนาคม 2557)
  • ไฟฟ้า   110 โวลต์ ต้องใช้ Travel Adapter แปลงไฟ
  • วีซ่า   บุคคลสัญชาติไทยเดินทางได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า อยู่ได้ไม่เกิน 15 วัน
Tips
  1. ร้านค้าทั่วไปจะเปิดบริการทุกวัน ระหว่าง 10.00 น. - 20.00 น. ส่วนห้างสรรพสินค้าจะปิดทำการในช่วงวันธรรมดา สัปดาห์ละ 1 วัน วันหยุดของแต่ละห้างจะไม่ตรงกัน ห้างสรรพสินค้ามักจะปิดเร็วกว่าร้านค้าอื่นๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง หรือราว 19.00 น.
  2. ควรหลีกเลี่ยงเดินทางด้วยรถไฟ และรถไฟฟ้าใต้ดินในช่วงเวลาเร่งด่วน คือวันธรรมดา ช่วงเวลา 7.00 น. - 9.00 น. และ 17.00 น. - 19.00 น. เพราะเป็นช่วงที่รถไฟฟ้าแน่นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆขึ้นรถไฟในช่วงเวลาดังกล่าว
  3. ค่าเช่าโทรศัพท์มือถือและค่าโทร.ที่ญี่ปุ่นค่อนข้างแพง ดังนั้นถ้าขาดการติดต่อสื่อสารไม่ได้จริงๆ แนะนำให้ใช้อินเตอร์เน็ต wifi ที่โรงแรมหรือตามสถานที่ต่างๆ ทั้งนี้ ค่ายโทรคมนาคมรายยักษ์ NTT มีบริการไวไฟให้ใช้กันฟรีๆถึง 14 วัน สามารถไปขอเอกสารและพาสเวิร์ดได้ที่เทอร์มินอล 1 ฝั่ง South Wing สนามบินนาริตะ ใกล้กับร้านสะดวกซื้อ บูธสีชมพูขาว เปิดให้บริการตั้งแต่ 12.00 - 20.00 น.เท่านั้น แค่ยื่นพาสปอร์ตและกรอกแบบสอบถามสั้นๆ ก็จะได้อินเตอร์เน็ต
  4. ตามปกติแล้วคนญี่ปุ่นไม่มีธรรมเนียมให้ทิป นอกจากที่พักแบบเรียวกัง สามารถให้ทิปกับพนักงานที่มาเสิร์ฟอาหารในห้อง โดยวางไว้บนที่นอนทันทีที่เขาเข้ามาในห้อง จำนวนเงินที่เหมาะสมคือ 1,000 เยนต่อคืน แต่ไม่มีการส่งเงินให้กับมือเพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ยอมรับ ควรใส่ซองสำหรับใส่เงินค่าทิปโดยเฉพาะ
  5. การขึ้นบันไดเลื่อน ต้องยืนชิดด้านซ้าย เพื่อเว้นที่ไว้สำหรับคนที่รีบเร่งเดินแซงขึ้นไปได้

 

ค่าเดินทาง 3,000 บาท
ค่าที่พัก 13,000 บาท
ค่าอาหาร 10,000 บาท
ค่าเข้าชมสถานที่ 2,000 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 813 บาท
ซิกน่า ประกันการเดินทาง เริ่มต้น 332 บาท

รวมค่าใช้จ่าย
30,000 บาท/คน*

*ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตามข้อมูลทางสถิติที่บริษัทเก็บรวบรวมสิ้นสุด ณ เดือน พฤษภาคม 2557 ข้อมูลทั้งหมดที่ใช้ในแพลนการท่องเที่ยวนี้ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซิกน่า จำกัด มหาชน ผู้ใดทำการปรับเปลี่ยนแก้ไข หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาติจากบริษัท บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการฟ้องร้องค่าเสียหายจากการนำไปใช้ดังกล่าว
 

แผนประกันแนะนำ

แผนประกัน
การเดินทาง

ประกันการเดินทางต่างประเทศ
ทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

แพลนการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง