TH Thai

ศิลปะแห่งชีวิต

เมืองโตเกียว ญี่ปุ่น 5 วัน 4 คืน
 
ศิลปะแห่งชีวิต เมืองโตเกียว ญี่ปุ่น 5 วัน 4 คืน

โตเกียวนับได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรักศิลปะ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีพิพิธภัณฑ์เก๋ๆ ที่ให้ทั้งความรู้และความบันเทิงสารพัดรูปแบบ เป็นเหตุผลที่ทำให้ใครๆ ก็หลงรักเมืองหลวงแห่งนี้

เริ่มต้นการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองเดินทางจากสนามบินเข้าสู่ที่พักแล้วเดินทางสู่ Imperial palace ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิ แห่งประเทศญี่ปุ่น  ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโตเกียวท่ามกลางคูน้ำล้อมรอบมาตั้งแต่สมัยเอโดะ จากนั้นเดินทางไปยัง Asakusa ย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเรื่องรวมความหลัง วัด Sensoji โคมแดงใหญ่ยักษ์ ถนนสายช็อปปิ้ง Nakamise ประตู Kaminarimon และยังแอบซ่อนแกลเลอรี่กึ่งกาเฟ่เท่ๆ และงานดีไซน์ระดับโลกไว้ภายในตรอกซอกซอยเล็กๆที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของสมัยเอโดะได้อย่างแนบเนียน ปลายทางของถนนคือ Sensoji Temple วัดเก่าแก่ที่มีโคมแดงใหญ่ยักษ์ ซึ่งโคมไฟนี้ได้รับสถิติว่าเป็นโคมไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก ห้อยอยู่ตรงกลางระหว่างเสาประตูทางเข้าให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกแทนสัญลักษณ์ของการมาเยี่ยมเยือนแดนปลาดิบ บ่ายนี้ลิ้มรสข้าวหน้าปลาไหลรสเลิศจากร้าน Irokawa ทั้งร้านมีเฉพาะเมนูปลาไหลบ่งบอกความเป็นเจ้าตำรับ ก่อนที่จะเดินทางไปชมวิวเมืองโตเกียวที่หอคอย Tokyo Skytree หอคอยส่งสัญญาณที่มีความสูงที่สุดของโลก และเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงสุดเป็นอันดับสองของโลก ปิดท้ายด้วยการชมวิวบน Planetarium Tenku จุดชมวิวใน Tokyo skytree ที่จะทำให้เราเห็นความสวยงามของนครโตเกียวในยามค่ำคืน

Sensoji Temple
National Art Center

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วย เดินทางไปยัง Roppongi ย่านสุดหรูที่พัฒนามาจากย่านโลกีย์ แหล่งรวมสถานที่อโคจร กลายมาเป็นเมกะโปรเจ็คท์สุดไฮมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เนรมิตย่านนี้ให้กลายเป็นสถานที่ที่สวยงาม มีศิลปะ จนได้รับขนานนามว่าเป็น “สามเหลี่ยมแห่งศิลปะ” ( Art Triangle) ประกอบไปด้วย Roppongi Hill ,Tokyo Midtown  และ National Art Center ด้วยตั้งใจให้เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและเขตศิลปะแห่งใหม่ในโตเกียว ประเดิมด้วย The National Art Center ศูนย์ศิลปะแห่งชาติที่ตั้งตระหง่านด้วยทรวดทรงอันทรงเสน่ห์และโดดเด่นทรงเกลียวคลื่นที่สร้างด้วยตัวกระจก ปล่อยแสงสาดส่องผ่านระลอกคลื่นเข้ามา มีความสูง 3 ชั้น ภายในมีทั้งแกลเลอรี่นิทรรศการหมุนเวียน ร้านอาหาร และร้านกาแฟชื่อดังอย่าง Vogue Café ด้วยพื้นที่กว่า 14,000 ตารางเมตรทำให้พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในศูนย์แสดงงานศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เที่ยงนี้อิ่มอร่อยแบบสุดคุ้มที่ Itamae-sushi ร้านซูชิคุณภาพดีราคาสบายกระเป๋าที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้นเพียงเซ็ตละ 1,000 เยนเท่านั้น จากนั้นไปต่อที่ Tokyo Midtown เมืองอุดมคติในแนวสูงระบบใหม่ในพื้นที่สีเขียว Suntory Museum of Art  ที่มีทั้งภาพเขียน ศิลปกรรม ประติมากรรมตั้งแต่ยุคโบราณ ผสมผสานกับศิลปะร่วมสมัย นั่งพักพอให้หายเหนื่อยแล้วเดินทางต่อไปที่  21-21 Design Sight พิพิธภัณฑ์ตึกปูนเปลือยสีเทาเรียบเท่ รูปทรงสามเหลี่ยมหัวคว่ำสองอันติดกันตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างล้อมรอบด้วยต้นไม้เขียวขจีทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของโตเกียวมิดทาวน์

แล้วปิดท้ายวันที่ Roppongi Hills นครแห่งศิลปะ เมืองแม่แบบแห่งศตวรรษที่ 21 ภายใต้แนวคิด “Work,Rest and Play” ซึ่ง Landmark สำคัญของย่านนี้คือ รูปปั้นแมงมุมยักษ์ Maman งานประติมากรรมผลงานของศิลปินหญิงลูกครึ่งฝรั่งเศส-อเมริกาชื่อดังระดับโลก Louise Bourgeois ส่วนที่อาคาร Tokyo City View (Mori Tower) มีจุดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน  Mori Art Museum ที่จัดแสดงผลงานศิลปะหมุนเวียนเปลี่ยนมาตลอดทั้งปี ส่วนที่ชั้น 52 ของตึกเป็นจุดชมวิวมุมสูง Tokyo City View จากจุดชมวิวนี้สามารถมองเห็นวิวสุดคลาสสิกโตเกียวทาวเวอร์และตึกรามบ้านช่องของโตเกียวได้ชัดเจนแบบ 360 องศา

Tsurugaoka Hachimangu
Engakuji Temple

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการนั่งรถไฟไป คามาคุระเมืองโบราณที่คุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์  เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางอำนาจของรัฐบาลโชกุนในอดีต ดินแดนที่เปี่ยมเสน่ห์จากทิวทัศน์ของขุนเขาที่โอบล้อมเมืองและผืนน้ำที่แผ่กว้างอยู่ด้านหน้า ความงามของวัดวาอาราม ศาลเจ้าชินโต และพระพุทธรูปเก่าแก่ เริ่มจากการสัมผัสวัฒนธรรมเซนที่ Engakuji Temple วัดพุทธในนิกายเซนที่หลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งของเมือง วัดแห่งนี้เป็นวัดต้นทางในเส้นทางไหว้พระของชาวญี่ปุ่น แล้วเปลี่ยนเส้นทางไปสัมผัสวัฒนธรรมชินโตที่ศาลเจ้า Tsurugaoka Hachimangu ศาลเจ้าของลัทธิชินโตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ซึ่งระหว่างทางที่ผ่านถนนใหญ่ชื่อ Wakamiya-Oji แหล่งช็อปปิ้งชื่อดังของเมือง ถนนที่มีจุดเด่นตรงที่เกาะกลางถนนที่เป็นลานหินทอดยาวจากสถานีรถไฟไปยังศาลเจ้า ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าประเภทงานแกะสลักเครื่องปั้นสิ่งทอพื้นเมืองจำหน่าย ปลูกต้นไม้และประดับประดาโคมไฟญี่ปุ่นโบราณไว้อย่างสวยงามตลอดแนว อย่าลืมไปต่อคิวซื้อโคร็อกเกะที่ร้าน Miyadai ร้านขายโคร็อกเกะขวัญใจชาวคามาคุระ ปิดท้ายด้วยการขอพรกับ Kamakura Daibutsu องค์พระใหญ่ไดบตุสึ แห่งวัดโคโตกุอิน Highlight สุดท้ายของเมืองที่เป็นสถานที่ยอดนิยมที่สุดของนักท่องเที่ยว

Kamakura Daibutsu

ตื่นแต่เช้าเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ของวันที่ 4 สำหรับการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ที่ สวนสาธารณะ UENO สวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโตเกียว ที่ผสานความงามจากธรรมชาติเข้ากับความยิ่งใหญ่ของศิลปะได้อย่างลงตัวที่สุด เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์อย่าง Tokyo National Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ภายในจัดแสดงประวัติความเป็นมาของประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงโบราณวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นที่มีค่านับแสนชิ้น มื้อกลางวันไปนั่งจิ้มโอเด้งร้อนๆ ที่ร้าน Odako  หรือถ้ากลัวไม่อิ่ม จะเลือกเป็นโซบะหรืออุด้งที่ร้าน Konaya แทนก็อร่อยไม่แพ้กัน จากนั้นนั่งรถไฟใต้ดินไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัย Museum of Contemporary Art สถานที่รวบรวมหลากหลายงานศิลปะร่วมสมัยในทุกสาขา ที่ทั้งโดดเด่น และแปลกประหลาด จากนั้นเดินทางไปย่าน Ryogoku  เพื่อไป EDO-Tokyo Museum หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น ที่ทำให้เราได้ทำความรู้จักกับอดีตของเมืองโตเกียว สภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และ วิถีชีวิตประจำวันในสมัยยุคเอโดะ

UENO Park
Omotesando

เปิดเช้าวันใหม่ สำหรับการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ถนนสายแบรนด์เนม Omotesando เดินชมบรรยากาศถนนที่ได้ชื่อว่ามีความสวยงาม สัมผัสบรรยากาศย่านหรูหราสมัยใหม่ของโตเกียว และยังเป็นแหล่มรวมร้านบูติกแบรนด์ดังระดับเวิลด์คลาส คาเฟ่แสนเก๋และ ดีไซน์ช๊อปสุดเท่ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ของศิลปินระดับตำนานของญี่ปุ่นอย่างพิพิธภัณฑ์ของทาโร โอกาโมโต Spiral Wacoal Art Center ที่ดำเนินการภายใต้แนวคิด Fusion of Art and Everyday life ก่อนจะจะเดินเท้าต่อไปยังถนนวัยรุ่นชื่อดัง Takeshita-Dori หรือที่คนไทยรู้จักกันว่าย่าน Harajuku ถนนเส้นเล็กๆที่เต็มไปด้วยวัยรุ่นญี่ปุ่น แต่งตัวกันตามสไตล์ของตัวเอง เราสามารถพบเห็นวัยรุ่นญี่ปุ่นแต่งตัวแปลกๆได้ที่ย่านแห่งนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่เราควรสัมผัส

แวะรับประทานมื้อกลางวันที่ PANKEHKIDEIZU HARAJUKUTEN ร้านข้าวแกงกะหรี่และอาหารฝรั่งที่นอกจากรสชาติ ตกแต่งร้านอย่างน่ารัก เมื่อเดินมาจนสุดถนนเราจะพบกับสถานีรถไฟ JR-Harajuku แนะนำให้นั่งรถไฟจากสถานีนี้ต่อเพื่อนเดินทางไปยังสถานี Shibuya สิ่งที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงย่านนี้ก็คือ ถ่ายรูปกับรูปปั้นสุนัขฮาจิโกะสุนัขแสนซื่อสัตย์ และเดินบนห้าแยกชิบุย่า ทางข้ามม้าลายห้าแยกที่ได้ชื่อว่าวุ่นวายที่สุดในโลก ก่อนเดินทางกลับไปยังสนามบินนาริตะ จบทริปการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง และกลับเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ

PANKEHKIDEIZU HARAJUKUTEN
ข้อมูลโตเกียว
  • ภาษา   ญี่ปุ่น
  • เวลา   เร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง
  • สกุลเงิน   เยน (JPY)   
  • อัตราแลกเปลี่ยน   1 JPY = 0.3144 THB (อัตราแลกเปลี่ยน ณ เดือนมีนาคม 2557)
  • ไฟฟ้า   110 โวลต์ ต้องใช้ Travel Adapter แปลงไฟ
  • วีซ่า   บุคคลสัญชาติไทยเดินทางได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า อยู่ได้ไม่เกิน 15 วัน
Tips
  1. ควรหลีกเลี่ยงเดินทางด้วยรถไฟ และรถไฟฟ้าใต้ดินในช่วงเวลาเร่งด่วน คือวันธรรมดา ช่วงเวลา 7.00 น. - 9.00 น. และ 17.00 น. - 19.00 น. เพราะเป็นช่วงที่รถไฟฟ้าแน่นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆขึ้นรถไฟในช่วงเวลาดังกล่าว
  2. หาก อยากได้ที่นั่งบนรถไฟ แนะนำให้วางแผนขึ้นรถไฟตั้งแต่สถานีต้นทาง หรือเลือกขึ้นที่สถานีก่อนสถานีใหญ่ ยอมยืนก่อนสัก 1 สถานีแล้วค่อยหาที่นั่งตอนคนลงเยอะๆที่สถานีใหญ่ๆ
  3. บนรถไฟหรือรถไฟฟ้าใต้ดิน ไม่ควรคุยโทรศัพท์เสียงดัง ควรปิดเสียงและเปิดเป็นระบบสั่น
  4. ซูชิ อาหารญี่ปุ่นยอดนิยมที่ต้องไปกินถึงถิ่นถึงจะฟินถึงใจ และควรกินด้วยวิธีแบบชาวญี่ปุ่นเพื่อให้ฟินยิ่งกว่าเดิม เริ่มตั้งแต่วิธีหยิบซูชิ ควรใช้ตะเกียบคีบ หรือใช้มือจับ จากนั้นคว่ำด้านที่เป็นหน้าซูชิแตะไปที่ซอสโชยุเพียงเล็กน้อย แล้วกินทั้งคำโดยให้ส่วนของหน้าซูชิหันเข้าหาลิ้นเพื่อให้ได้สัมผัสรสชาติ ของวัตถุดิบจากธรรมชาติ ไม่ควรกัดซูชิครึ่งหนึ่งแล้ววางคืนในจาน หรือวางขิงดองไว้บนซูชิ หรือจุ่มด้านที่เป็นข้าวลงในซอสโชยุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ควรนำวาซาบิมาละลายกับซอสแล้วจิ้มกิน เพราะรสชาติแท้ๆ ของปลาจะถูกกลบด้วยรสของซอสและวาซาบิเสียหมด
  5. คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เฉพาะในเมืองใหญ่ๆเท่านั้นที่พอจะมีคนหนุ่มๆที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ ดังนั้นก่อนเดินทางควรศึกษาภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้นไปบ้างสักเล็กน้อย เช่น คำทักทาย ประโยคขอความช่วยเหลือ การสั่งอาหาร และคำขอบคุณ ไม่ต้องกลัวที่จะขอความช่วยเหลือ เพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยินดีให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว แม้จะสื่อสารกันไม่ค่อยเข้าใจก็ตาม

 

ค่าเดินทาง 4,000 บาท
ค่าที่พัก 19,000 บาท
ค่าอาหาร 7,500 บาท
ค่าเข้าชมสถานที่ 6,500 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 1,813 บาท
ซิกน่า ประกันการเดินทาง เริ่มต้น 332 บาท

รวมค่าใช้จ่าย
40,000 บาท/คน*

*ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตามข้อมูลทางสถิติที่บริษัทเก็บรวบรวมสิ้นสุด ณ เดือน พฤษภาคม 2557 ข้อมูลทั้งหมดที่ใช้ในแพลนการท่องเที่ยวนี้ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซิกน่า จำกัด มหาชน ผู้ใดทำการปรับเปลี่ยนแก้ไข หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาติจากบริษัท บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการฟ้องร้องค่าเสียหายจากการนำไปใช้ดังกล่าว
 

แผนประกันแนะนำ

แผนประกัน
การเดินทาง

ประกันการเดินทางต่างประเทศ
ทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

แพลนการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง