TH Thai

ครอบครัวทัวร์ลั้นลา

เมืองโซล เกาหลีใต้ 7 วัน 6 คืน
 
ครอบครัวทัวร์ลั้นลาในเกาหลี

เกาหลีดูเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยีและแหล่งช็อปปิ้ง ทำให้ครอบครัวที่มีเด็กเล็กมักเลี้ยงไปประเทศอื่น แต่แท้จริงแล้ว โซลยังมีความสนุกและความบันเทิงรอคอยคุณหนูๆ อยู่

Myeongdong

เริ่มต้นวันแรกด้วยความสวยงามของโซลแบบ 360 องศาที่ตึก N Seoul Tower ให้คุณพ่อคุณแม่ได้คล้องกุญแจสมานความรัก อ้อ...ห้องน้ำลอยฟ้าที่นี่สวยและหวาดเสียวมาก อย่าลืมไปลองละ  บ่ายนี้ลงมาเที่ยวกันต่อที่ Myeongdong แหล่งความบันเทิงของทุกเพศทุกวัย เข้าชม Cookin’ Nanta การแสดงชื่อดังที่สนุกทุกวินาที ก่อนจะเดินแวะชิมขนมอร่อยๆข้างทาง อย่างไอศกรีมสูง 1 ฟุต  (Long Soft Ice-Cream)  มันเชื่อมของ Potato Ave  และวอฟเฟิลหวานๆของ Waffle Bant  ปิดท้ายมื้อใหญ่ที่ร้านหมูทอดทงคัตสึชื่อดัง Myeongdong Tonkatsu ก่อนเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

ตื่นแต่เช้า เดินเล่นยืดเส้นยืดสายกันที่ Cheonggyecheon Stream ถ่ายรูปกับ Spring ประติมากรรมหอยเจดีย์สวยแปลกตา และชมวิวที่จัตุรัสใหญ่ Gwanghwamun Plaza ก่อนจะเดินต่อไปที่ถนนคนเดิน Insadong ที่เต็มไปด้วยร้านรวงมากมาย แวะชิมบิบิมบับและแพนเค้กเกาหลีกันที่ร้าน Gogung ร้านอร่อยขึ้นชื่อของอินซาดง ก่อนแวะซื้อชาเขียวของร้านดัง O’Sulloc เป็นของฝาก หรือจะชุดประจำชาติฮันบกให้เด็กๆได้ใส่ก็คงน่ารักไม่น้อย

Insadong
วันที่ 3
Everland

วันนี้ตื่นแต่เช้าสักนิดเพราะเราจะต้องเดินทางออกนอกเมือง Everland ดินแดนแห่งความสุขไม่มีที่สิ้นสุดกำลังรอเราอยู่ ที่นี่เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่อันดับที่ 13 ของโลก มีทั้งสวนสัตว์ เครื่องเล่น และสวนน้ำในหน้าร้อน ไฮไลต์ของที่นี่คือเจ้าไลเกอร์ ลูกผสมระหว่างสิงโตกับเสือ ในสวนสัตว์เปิดสไตล์ซาฟารี ซึ่งเราต้องนั่งรถเข้าไปชม สำหรับเด็กโตอีกนิด แนะนำให้ไปโซน  American Adventure  และ European Adventure โซนเครื่องเล่นหวาดเสียวที่เรียกเสียงกรี๊ดจากเด็กๆ และผู้ใหญ่หัวใจเด็กได้มากมาย โดยเฉพาะ T Express รถไฟเหาะรางไม้ที่หวาดเสียวเป็นที่สุด 

หลังจากกลับเข้าเมืองมาอาบน้ำ พักจนหายเหนื่อยแล้ว แนะนำให้ไปเติมพลังกันที่ Myeongdong Kyoja ร้านอร่อยระดับตำนาน ได้ชิมเกี๊ยวยักษ์วังมันดู น้ำซุปร้อนๆ รสกลมกล่อม คงทำให้หลับสบายแน่นอน  

วันที่ 4

เริ่มความสนุกอีกครั้งที่สวนสนุกชื่อดังอีกแห่งของโซล Lotte World สวนสนุกแห่งนี้มีความบันเทิงครบสมบูรณ์ ทั้งสถานที่ช็อปปิ้งสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ศูนย์อาหารขนาดใหญ่ ลานสเกตน้ำแข็ง  สวนสนุกทั้งกลางแจ้งและในร่ม แนะนำว่า ช่วงเช้าควรไปสนุกกับเครื่องเล่นกลางแจ้งก่อน ทั้งรถไฟเหาะ ชิงช้าสวรรค์ และสวนน้ำ พอช่วงสาย แดดเริ่มออก ค่อยกลับมาสนุกสนานกับสวนสนุกในร่ม และอย่าลืมถ่ายรูปกับแมสคอต Lotty และ Lorry  

หลังจากกลับที่พักแล้ว คืนนี้ลองพาเด็กๆ สำรวจอาหารแบบ Street food ร้านรถเข็นที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามถนน ทั้งรถเข็นปลาหมึกสารพัดอย่าง รถเข็นไส้กรอกทอด และรถเข็นต๊อกโบกี โดยเฉพาะร้านต๊อกโบกีของคุณป้าหน้าห้าง Noon Square แค่เห็นหนุ่มสาวชาวกิมจิต่อคิวยาวก็รู้แล้วว่าห้ามพลาด!

Lotte World
National Folk Museum

เช้าวันนี้ เราจะพาเด็กๆมาย้อนอดีตที่ Gyeongbokgung พระราชวังสำคัญของราชวงศ์โชซอน รอชมการผลัดเปลี่ยนเวรยามในช่วง 10.00 น. 13.00 น. และ 15.00 น. จากนั้นไปชมบ้านฮันอกจำลองที่ National Folk Museum ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน  ก่อนจะแวะไปชม Bukchon Hanok Village หมู่บ้านขุนนางในอดีตที่เหมือนพาเด็กๆนั่งไทม์แมชชีนกลับไปเมื่อร้อยปีที่แล้ว หากหิวแนะนำให้ลองแวะชิมก๋วยเตี๋ยวเส้นฉีก ซูเจบิ (Sujebi) ที่ร้าน Samcheongdong Sujebi

วันที่ 6
Namiseom

ตามรอยซีรีส์ฮิต Winter Love Song ที่ Namiseom หรือเกาะนามิ ถ่ายรูปความสวยงามของต้นไม้หลากสีสันที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล เรียกว่าสวยไม่ซ้ำแบบเลย และไฮไลต์สุดคือ การถ่ายรูปกับรูปปั้นขนาดเท่าคนจริงของเบยองจุนและชอยจีวูพระเอกนางเอกของเรื่อง แถมที่นี่ยังมีจักรยานให้เช่าขี่เล่น รวมทั้งร้านอาหารมากมายให้แวะเลือกชิม

วันนี้ไปเพลินเพลินเดินถิ่นนักศึกษาและแหล่งคาเฟ่ร้อยร้าน ต้นกำเนิดของงานศิลปะเก๋ๆ อย่าง Hongik หรือที่เรียกกันเล่นๆ ว่า Hongdae เดินชมร้านรวง ก่อนจะแวะสนุกสนานกับการถ่ายภาพสามมิติที่ Santorini Seoul Gallery & Trick Eye Museum ถ่ายรูปจนเหนื่อยแล้วก็พาเด็กๆไปหม่ำเค้กชื่อดังที่ Mobssie Chocolate Cake เมนูเด็ดที่ต้องสั่งคือ Molten Lava Chocolate Cake  ก่อนเตรียมตัวกลับเมืองไทย สำหรับใครที่ยังพอเหลือเวลาว่างในช่วงบ่าย แนะนำให้พาเด็กๆไปซื้อเครื่องเขียนน่ารักๆ ไปฝากเพื่อนที่โรงเรียนที่ Kosney และ Maki Heart & Home บนถนน Myeongdong เครื่องเขียนที่นี่น่ารักไม่แพ้ที่ญี่ปุ่น แถมราคาถูกกว่าด้วย  

Santorini Seoul Gallery & Trick Eye Museum
ข้อมูลโซล
  • ภาษา   เกาหลี
  • เวลา   เร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง
  • สกุลเงิน   วอน (KRW)  
  • อัตราแลกเปลี่ยน   1000 วอน  =  30 THB  (อัตราแลกเปลี่ยน ณ เดือนมีนาคม 2557)
  • ไฟฟ้า   220 โวลต์เหมือนกับประเทศไทย แต่เป็นปลั๊กขากลมสองขา
  • วีซ่า   บุคคลสัญชาติไทยเดินทางได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และอยู่ได้สูงสุด 90 วัน หนังสือเดินทางต้องมีอายุเกิน 6 เดือน
Tips
  1. การให้ทิปไม่ได้เป็นธรรมเนียมของเกาหลี เพราะมีภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บ 10 เปอร์เซ็นต์จากค่าสินค้าและบริการอยู่แล้ว
  2. ร้าน อาหารปิ้งย่างหลายร้านอนุญาตให้ลูกค้าสูบบุหรี่ภายในร้าน คิดว่าเพราะทางร้านมีเครื่องดูดอากาศแต่ละโต๊ะอยู่แล้ว ควันบุหรี่จึงถูกดูดออกไปด้วย ใครที่ไม่ชอบหรือแพ้ควันบุหรี่ควรทราบก่อนเข้าร้าน
  3. ถนนหนทางใน โซลอาจไม่มีชื่อถนนหรือชื่อซอยกำกับ ยิ่งไปกว่านั้น บ้านเลขที่หรือเลขที่ตั้งของอาคารก็ไม่ได้เรียงกัน ต่อกันตามหลักสากล ดังนั้นควรศึกษาแผนที่ให้ดี หรือถ้าหลง แนะนำให้ติดต่อสายด่วนนักท่องเที่ยว 1130 โทร.ได้ทุกเวลา 
  4. ถนน Insadong อิน ซาดงมีซอยเล็กซอยน้อยเรียงรายสองข้างทาง แบ่งเป็นเลขคี่และเลขคู่ตามหลักสากล แตกต่างจากถนนสายอื่นของเมือง นักท่องเที่ยวจึงเดินหาร้านค้าตามซอยต่างๆง่ายขึ้น
  5. ที่สถานี รถไฟ Seoul มีบริการ In Town Check In สำหรับผู้ที่ซื้อตั๋ว AREX และเดินทางโดยสายการบิน Korean Air, Asiana Airlines และ Jeju Air ที่เริดไปกว่านั้นก็คือ ที่นี่มีบริการตรวจคนเข้าเมืองให้ผู้ที่ซื้อบัตร AREX ได้ใช้บริการอีกด้วย
ค่าเดินทาง 5,000 บาท
ค่าที่พัก 37,000 บาท
ค่าอาหาร 10,000 บาท
ค่าเข้าชมสถานที่ 5,000 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 1,771 บาท
ซิกน่า ประกันการเดินทาง เริ่มต้น 403 บาท

รวมค่าใช้จ่าย
40,000 บาท/คน*

*ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตามข้อมูลทางสถิติที่บริษัทเก็บรวบรวมสิ้นสุด ณ เดือน พฤษภาคม 2557 ข้อมูลทั้งหมดที่ใช้ในแพลนการท่องเที่ยวนี้ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซิกน่า จำกัด มหาชน ผู้ใดทำการปรับเปลี่ยนแก้ไข หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาติจากบริษัท บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการฟ้องร้องค่าเสียหายจากการนำไปใช้ดังกล่าว
 

แผนประกันแนะนำ

แผนประกัน
การเดินทาง

ประกันการเดินทางต่างประเทศ
ทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

แพลนการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง