TH Thai

ช็อปปิ้งเพลินเกินห้ามใจ

เมืองโซล เกาหลีใต้ 5 วัน 4 คืน
 
เที่ยวโซล เกาหลีใต้ ช็อปปิ้งเพลินเกินห้ามใจ

เกาหลีตอบโจทย์ทั้งสาวคลั่งแบรนด์ สาวรักสวยรักงาม หรือหนุ่มอินเทรนด์ ไม่ต้องบินไปไกลถึงปารีสหรือลอนดอน เพราะอาณาจักรเครื่องสำอางประทินผิว เสื้อผ้าเก๋ หรือสินค้าแบรนด์เนมระดับโลก มีครบที่โซลเพียงที่นี่ที่เดียว  

Myeongdong

วันแรกนี้ต้องตรงไปเช็กสินค้าใหม่ล่าสุดกันที่ Myeongdong อาณาจักรช็อปปิ้งทันสมัยและใหญ่ที่สุดของกรุงโซล โดยเฉพาะ Lotte Duty Free ซึ่งมีเครื่องสำอางราคาเยี่ยม และกระเป๋า MCM สุดฮิตของสาว เกาหลีและทั่วโลก  ก่อนจะเขยิบต่อไปที่ Avenuel ศูนย์การค้ารวมแบรนด์หรู ช็อปไฮไลต์ของที่นี่คือ 10 Corso Como ร้านที่รวบรวมสินค้าเก๋จากแบรนด์ดังซึ่งมีเพียง 3 สาขาในโลก  หากเรี่ยวแรงยังมีอยู่ แนะนำให้เดินต่อมาที่ Shinsegae ห้างสรรพสินค้าสุดเอกซ์คลูซีฟของเมือง แล้วแวะช็อปเครื่องสำอางแพ็คเก็จจิ้งสวย คุณภาพเยี่ยมที่ Innisfree และ Too Cool for School หลังจากช็อปจนขาลากแล้ว ให้รางวัลกับตัวเองด้วยดินเนอร์สุดหรูที่ Korea House ร้านอาหารตำรับชาววัง

เริ่มเช้าวันใหม่ ชื่นชมความอลังการของพระราชวัง Gyeongbukgung พระราชวังเอกของกรุงโซล รอชมการผลัดเปลี่ยนเวรยามในช่วง 10.00 น. ก่อนจะลัดเลาะรอบกำแพงวังไปถนนสายช็อปปิ้งและคาเฟ่เก๋ๆ Samcheongdong-gil แวะกินมื้อเที่ยงที่ Maple Tree House ร้านอาหารปิ้งย่างชื่อดัง จากนั้นไปชิลๆ ที่ Insadong ถนนคนเดินที่มีงานศิลปะสวยๆให้เลือกซื้อมากมาย เช่น งานปัก ละเอียดยิบของร้าน Kukje Embroidery หรือภาพวาดน่ารักที่ Hana Gallery ปิดท้ายด้วยมื้อค่ำแสนอร่อยที่ Min’s Club ร้านอาหารฟิวชั่นเกาหลีชื่อดัง เมนูห้ามพลาดคือ หมูสไลซ์ซัมกยอบซัมจิม (Samgyeopsal Jjim) เนื้ออบนอบิอานี (Neobiani) และข้าวคลุกสมุนไพร (Na-moori Bibimbap)

Gyeongbukgung
Maison Hermès

วันนี้ขอเรียกว่าเป็น “Shopping Day” ประเดิมกันที่ Maison Hermès ที่ย่าน Apgujeong เบเวอร์รี่ฮิลของกรุงโซล  ที่พิพิธภัณฑ์แฮร์เมสชั้นใต้ดิน ยังจัดแสดงสินค้ารุ่นพิเศษให้ผู้หลงใหลกระเป๋ายี่ห้อได้ชื่นชมอีกด้วย

 

นอกจากนั้น บริเวณรอบๆยังมีร้านรวงสวยๆ ให้ได้แวะชมอีกมากมาย มื้อเที่ยงแนะนำให้เติมพลังที่ Gorilla in the Kitchen ร้านอาหารเพื่อสุขภาพรสเลิศของเบยองจุน พระเอกเกาหลีชื่อดัง ก่อนแวะไปช็อปตลอดบ่ายที่ Cheongdamdong ถนนรวมแบรนด์ดัง และ Garousugil ถนนสุดเก๋ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นปารีสของกรุงโซล โดยเฉพาะในช่วงตุลาคมของทุกปี ใบไม้จะเปลี่ยนสีสวยงามที่สุด 

เติมอารมณ์ครึกครื้นกับที่ย่าน Hongik ถิ่นนักศึกษาและช็อปงานศิลปะ โดยเฉพาะวันเสาร์ ที่นี่จะมี Free Market ให้นักศึกษาได้มาปล่อยของกัน  ตึกรามบ้านช่องที่ปรับเปลี่ยนเป็นร้านขายของและร้านกาแฟน่ารักตามจินตนาการของนิสิตนักศึกษาทำให้เพลิดเพลินไม่น้อย  หากท้องร้อง แนะนำให้แวะไปที่ Paul & Paulina ร้านเบเกอรี่ชื่อดังที่ถือเป็น A Must ของทริปนี้ โดยเฉพาะครัวซองต์ไส้ช็อกโกแลต อร่อยสมกับการเข้าคิวรอเลยละ

ช่วงบ่ายเดินทางออกจากเมืองเพียง 20 นาที ก็จะถึง Mario Outlet อาณาจักรสินค้าลดราคาที่มีให้ช็อปจนจุใจถึง 3 ตึก ทุกฟลอร์อัดแน่นด้วยแบรนด์ดังทั้งของเกาหลีและดีไซน์เนอร์ต่างประเทศ ถือ​เป็นสวรรค์ของนักช็อปอย่างแท้จริง

Hongik
Bukchon Hanok Village หมู่บ้านโบราณ

บอกลาวันสุดท้ายในเกาหลีที่ Bukchon Hanok Village หมู่บ้านโบราณที่มีจุดให้ถ่ายภาพมากมาย แต่เราเลือกเส้น 11 Gahoe-dong เส้นทางยอดนิยม แวะเที่ยวพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Gahoe Minhwa Workshop และพิพิธภัณฑ์เย็บปักถักร้อย Hansangsoo Embroidery Workshop หากใครยังพอมีเวลาช่วงบ่ายก่อนขึ้นเครื่อง เดินต่อไปที่ จัตุรัสใหญ่กลางเมือง Gwanghwamun Plaza ถ่ายรูปกับ Spring ประติมากรรมหอยเจดีย์ที่ Cheonggyecheon Stream คลองสำคัญของเมือง ใช้เวลาเดินเล่นชมหนุ่มสาว ชิมเบเกอรี่แสนอร่อย ที่ Paris Croissant เมนูห้ามพลาดคือ คุกกี้แผ่นบางไส้ถั่วอัลมอนด์ ก่อนจะปิดทริปกันที่ Dongwha Duty Free ดิวตี้ฟรีกลางเมืองที่มีสินค้าปลอดภาษีให้เลือกมากมาย  แต่ถ้าใครกลัวช็อปเพลินจนไม่มีเวลาเก็บกระเป๋า แนะนำให้เช็กเอ๊าต์แต่เช้าแล้วลากกระเป๋ามาฝากไว้ที่ล็อกเกอร์ที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เพราะที่นี่มีบริการส่งถึงสนามบินด้วย สะดวกสบายที่สุด

ข้อมูลโซล
  • ภาษา   เกาหลี
  • เวลา   เร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง
  • สกุลเงิน   วอน (KRW)  
  • อัตราแลกเปลี่ยน   1000 วอน  =  30 THB  (อัตราแลกเปลี่ยน ณ เดือนมีนาคม 2557)
  • ไฟฟ้า   220 โวลต์เหมือนกับประเทศไทย แต่เป็นปลั๊กขากลมสองขา
  • วีซ่า   บุคคลสัญชาติไทยเดินทางได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และอยู่ได้สูงสุด 90 วัน หนังสือเดินทางต้องมีอายุเกิน 6 เดือน
Tips
  1. การให้ทิปไม่ได้เป็นธรรมเนียมของเกาหลี เพราะมีภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บ 10 เปอร์เซ็นต์จากค่าสินค้าและบริการอยู่แล้ว
  2. ก่อน ตะลุยพื้นที่ แนะนำให้ทุกคนแวะศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เพื่อหยิบแผนที่โดยละเอียด สอบถามเส้นทางจากเจ้าหน้าที่ ศูนย์มีบริการแผนที่ใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ หากต้องการชมจุดไหนให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อทำการกำหนดจุดขีดวงบนแผนที่ให้ ช่วยประหยัดเวลา และป้องกันการหลงทางได้อีกด้วย
  3. วิธีการวัดขนาดของ เท้าที่เกาหลีแตกต่างจากระบบสากล เพราะใช้หน่วยมิลลิเมตรเป็นมาตรวัด ทำให้หลายคนเกิดอาการงงงวยกันได้ ยกตัวอย่างเช่น รองเท้าไซส์ 7 ของ US ก็จะเป็นไซส์ 240 ของเกาหลี หรือความยาวจากส้นเท้าถึงปลายเท้าเท่ากับ 240 มิลลิเมตร
  4. ราคา สินค้าเครื่องสำอางแบรนด์ดังของเกาหลี เช่น The Face Shop, Skinfood และ Etude ที่ดิวตี้ฟรีจะถูกกว่าที่ซื้อตามร้านค้าด้านนอกประมาณ 10 – 15 เปอร์เซ็นต์ แต่สินค้าที่จำหน่ายภายในดิวตี้ฟรีจะมีตัวเลือกน้อยกว่า มักเป็นจำพวกสกินแคร์หรือบำรุงผิว และอาจขายเป็นแพ็ครวม 6 หรือ 12 ชิ้น ถ้าไปกับเพื่อนเยอะๆ ถือว่าคุ้ม
  5. ห้าง สรรพสินค้าปลอดภาษี หรือ Duty Free ที่เกาหลีมีให้บริการอยู่หลายห้าง ราคาสินค้าของดิวตี้ฟรีแต่ละห้างอาจแตกต่างกันบ้าง ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น ส่วนใหญ่ห้างปลอดภาษีภายในเมือง จะนำเสนอโปรโมชั่นที่ดีกว่าที่สนามบิน
ค่าเดินทาง 3,000 บาท
ค่าที่พัก 34,000 บาท
ค่าอาหาร 8,000 บาท
ค่าเข้าชมสถานที่ 2,000 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 1,813 บาท
ซิกน่า ประกันการเดินทาง เริ่มต้น 332 บาท

รวมค่าใช้จ่าย
50,000 บาท/คน*

*ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตามข้อมูลทางสถิติที่บริษัทเก็บรวบรวมสิ้นสุด ณ เดือน พฤษภาคม 2557 ข้อมูลทั้งหมดที่ใช้ในแพลนการท่องเที่ยวนี้ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซิกน่า จำกัด มหาชน ผู้ใดทำการปรับเปลี่ยนแก้ไข หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาติจากบริษัท บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการฟ้องร้องค่าเสียหายจากการนำไปใช้ดังกล่าว
 

แผนประกันแนะนำ

แผนประกัน
การเดินทาง

ประกันการเดินทางต่างประเทศ
ทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

แพลนการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง