TH Thai

เปิดประตูสู่โรมสุดประทับใจ

เมืองโรม อิตาลี 5 วัน 4 คืน
 
เปิดประตูสู่โรมสุดประทับใจ อิตาลี 5 วัน 4 คืน

โรม เมืองที่ไม่เคยหลุดโผจากปลายทางในฝันของนักท่องโลก ด้วยสถาปัตยกรรมที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต บรรยากาศที่โรแมนติก ซึ่งจะติดตรึงใจคุณแม้จะเป็นครั้งแรกที่มาเยือน

Vatican Museum

วันแรกหลังจากเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ออกเดินทางไปที่ Vatican Museum ยอดพิพิธภัณฑ์ของโลกที่รวมงานของศิลปินดังมากมาย การตกแต่งวิจิตรตระการตาเกินจะบรรยาย โดยเฉพาะ Stanze di Raffaello ห้องที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือราฟาเอล ศิลปินชาวอิตาลีผู้มีชื่อเสียง โดยระหว่างทางจะมีสินค้าต่างๆเกี่ยวกับงานศิลปะภายในพิพิธภัณฑ์วางขายมากมาย หลังจากอิ่มเอมกับงานศิลปะจนได้ที่ เดินทางต่อไปยัง St. Peter's Basilica เป็นมหาวิหารเอก 1 ใน 4 แห่งของกรุงโรมซึ่งอยู่ใน State of the Vatican ซึ่งสร้างขึ้นโดยเหล่าศิลปินชื่อดังหลายคน จุดเด่นคือยอดโดมขนาดใหญ่ที่สูงเด่นเป็นสง่าเหนือกรุงโรม จากนั้นมุ่งหน้าไปยัง Castel Sant’Angelo ป้อมปราการสำคัญของกรุงโรมในอดีต โดยในยุคแรกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่บรรจุพระศพของจักรพรรดิเฮเดรียน (Hadrian) และวงศาคณาญาติ  ปัจจุบันถูกแปลงสภาพเป็นพิพิธภัณฑ์

ปิดท้ายวันกันที่ย่าน Trastevere ย่านที่คึกคักเสมอทั้งกลางวันและกลางคืน แหล่งรวมร้านอาหารและบาร์กลางแจ้งชิคๆ ให้มานั่งชิลล์รับลมหลังจากที่เดินเหนื่อยกันมาทั้งวัน ขอแนะนำเป็นร้าน La Fraschetta ร้านอาหารเล็กๆ ที่มีเมนูพิซซ่าและพาสต้าที่อร่อยล้ำ รวมทั้งไวน์ลิสต์ที่น่าลิ้มลอง

La Fraschetta

เริ่มต้นวันที่สองด้วย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อย่าง Colosseum อดีตลานประลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน (Vespasian) โดยสร้างขึ้นจากอิฐและหินทราย ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่ล้ำยุคกว่าสิ่งก่อสร้างอื่นๆในสมัยนั้น ทั้งการออกแบบทางเดินเข้าชมและระบบการระบายน้ำอันชาญฉลาด เติมพลังมื้อกลางวันที่ร้าน Da Francesco ร้านนี้เสิร์ฟอาหารโรมันแบบดั้งเดิม ราคาไม่แพง จากนั้นไม่พลาดไปเยือน Roman forum ซากแห่งวัฒนธรรมและความเจริญในอดีต ตั้งอยู่ที่เนิน Palatine และ Capitoline ในบริเวณนี้มีซากโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายหลาย ที่โดดเด่นและยังคงสภาพเดิมอยู่ได้แก่ ตึก Comitium เทวสถาน Temple of Antoninus and Faustina  และ Arch of Septimius Severus แล้วตบท้ายด้วยการแวะไปชม Capitoline Hill Museum พิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่เก็บรักษางานประติมากรรมชิ้นเอก และหลักฐานทางโบราณคดีของโรมเอาไว้มากมาย

Colosseum
Florence Cathedral

ออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าตรู่ จากโรมสู่ฟลอเรนซ์ เมืองหลวงแห่งแคว้นทัสกานีและอดีตเมืองหลวงแห่งเดิมของอิตาลี  เมืองแห่งศิลปะที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ด้วยการนั่งรถไฟใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที โดยเริ่มต้นกันที่ Florence Cathedral โบสถ์หลังคาโค้งขนาดใหญ่กลางเมือง ออกแบบโดยฟีลิปโป บรูเนลเลสกี (Filippo Brunelleschi) สถาปนิกที่มีบทบาทอย่างมากในการปฏิวัติศิลปะของอิตาลี และถือเป็นมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในทวีปยุโรปอีกด้วย ในยามสายไปทอดน่องชมงานศิลปะอันทรงค่าที่ Uffizi Gallery พิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่เป็นอันดับต้นๆของโลก อดีตเคยเป็นที่เก็บเอกสารสำคัญทางราชการ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นหอศิลป์ในภายหลัง ภาพเขียนที่มีชื่อเสียงได้แก่ภาพ The Birth of Venus ของซานโดร บอตติเชลลิ และภาพ The Baptism of Christ โดยอันเดรีย เดล เวอร์โรชชิโอ เป็นต้น

แล้วเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการนั่งรถบัสออกไปนอกเมืองเพื่อชมวิวสุดอลังการที่ Piazzale Michelangelo ที่เมื่อมองกลับมาจะมองเห็นตัวเมืองฟลอเรนซ์ในมุมที่สวยที่สุด คืนนี้พักค้างที่ฟลอเรนซ์สักหนึ่งคืนเพื่อลิ้มรสอาหารพื้นเมืองของแคว้นทัสกานี ได้แก่ขนมคันทุชชี่ (Cantucci) ขนมอบคล้ายกับคุกกี้แข็งๆผสมถั่วอัลมอนด์ และจิบวินซานโต (Vin Santo) ไวน์รสหวานหอมปิดท้ายมื้อ แนะนำเป็นร้าน Osteria Caffe Italiano ร้านอาหารและคาเฟ่สไตล์ย้อนยุค การตกแต่งเก๋ไก๋

 

นั่งรถไฟกลับมาที่โรมแล้วไปเยือน Galleria Borghese พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมศิลปะที่อยู่ในครอบครองของคาร์ดินัลสคิปิโอเน บอร์เกเซ (Scipione Borghese) พระคาร์ดินัลผู้หลงใหลงานศิลปะอย่างมาก และเป็นผู้อุปถัมภ์ศิลปินชื่อดังหลายคน เดินลัดเลาะต่อไปพักผ่อนหย่อนใจที่ Villa Borghese สวนสวยที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของโรม พื้นที่กว้างใหญ่ ร่มรื่น และประดับด้วยงานศิลปะหลายชิ้น สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ช่ำปอด ก่อนจะแวะรับประทานมื้อบ่ายที่ Alfredo alla Scrofa ต้นตำรับของเฟตตูชีนีชื่อดังที่เปิดมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1907 แล้วเดินต่อไปที่ Piazza Navona ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก จัตุรัสสวยงามกว้างขวางที่ใช้จัดกิจกรรมต่างๆ และเคยเป็นสนามกีฬาประจำเมืองในสมัย 2, 000 ปีก่อน ปัจจุบันก็ยังคงเป็นลานกว้างที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ด้วยการออกร้านรวงและศิลปินอิสระที่ตั้งโต๊ะรับจ้างวาดภาพอยู่ในบริเวณนั้น เต็มอิ่มกับการเก็บบรรยากาศและซื้อของฝาก

Galleria Borghese
Pantheon

เช้านี้วันสุดท้าย เดินเที่ยวแบบสบายๆที่ Piazza del Campidoglio ศูนย์กลางการปกครองของเมืองโรมซึ่งมีอาคารของสวยๆตั้งอยู่หลายอาคาร ตั้งอยู่บนเนินแคปิโทลีน ผลงานการออกแบบโดยมีเกลันเจโล (Michelangelo) สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1560 เดินชิลล์ชมวิหาร Pantheon โดมขนาดยักษ์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 126 เพื่อเป็นเทวสถาน นับว่าเป็นสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่คงความสมบูรณ์ที่สุดในอิตาลี ส่วนใครที่ติดใจอยากกลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง ต้องไม่ลืมไปโยนเหรียญที่ Trevi Fountain น้ำพุแสนสวยที่เชื่อว่ากันว่าหากมาหันหลังแล้วโยนเหรียญข้ามไหล่ตกลงไปในบ่อ ก็จะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง ตัวน้ำพุตั้งอยู่ท่ามกลางปฏิมากรรมที่อ่อนช้อยและยิ่งใหญ่ มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างไม่ขาดสายทั้งยามกลางวันและกลางคืน มื้อนี้แวะร้าน Vineria II Chiant ร้านอาหารบรรยากาศดีที่ตกแต่งด้วยชั้นไม้ที่มีขวดไวน์เรียงราย เมนูส่วนใหญ่ของทางร้านเป็นอาหารอิตาลี ราคาไม่แพง

จบโปรแกรมวันนี้ที่ Spanish Step บันไดที่เชื่อมระหว่างจัตุรัสสำคัญสองแห่งที่ผู้คนมักนิยมควงคู่กันมาสวีตหวาน ชมการแสดงดนตรีเปิดหมวกของเหล่าศิลปิน ที่ช่วยเสริมบรรยากาศให้คึกครื้นอยู่ตลอดวัน ทั้งยังเป็นแหล่งรวมร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดังที่ขาช็อปพลาดไม่ได้ ซื้อของฝากจนพอใจแล้วจึงเดินทางกลับประเทศไทย

ข้อมูลโรม
  • ภาษา   อิตาลี
  • เวลา   ช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง
  • สกุลเงิน   ยูโร (EUR)   
  • อัตราแลกเปลี่ยน   1EUR = 45.01 THB  (อัตราแลกเปลี่ยน ณ เดือนมีนาคม 2557)
  • ไฟฟ้า   230 โวลต์ ปลั๊กไฟส่วนใหญ่เป็นแบบขากลม 2 ขา และ 3 ขา ควรพกหัวแปลงปลั๊กไฟไปด้วย
  • วีซ่า  ต้องขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen visa) สามารถใช้เดินทางท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศความตกลงเชงเก้น 25 ประเทศ ได้สูงสุดไม่เกิน 90 วัน ภายในช่วงเวลา 6 เดือน การขอวีซ่าต้องยื่นขอผ่านบริษัท VFS Global ซึ่งได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการจากสถานทูตอิตาลีประจำประเทศไทย โดยการยื่นคำร้องขอวีซ่าจะต้องมายื่นคำร้องด้วยตนเอง ที่ศูนย์รับคำขอวีซ่าประเทศอิตาลี ตึกสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 15 ยูนิต C สีลมคอมเพล็กซ์ 191 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ ระหว่างวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.30 - 12.00 น. และ 13.00 น. - 16.00 น.
Tips
  1. นักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยเครื่องบินสู่สนามบิน Leonardo da Vinci Internatioanal Airport เดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้โดยรถไฟสาย Leonardo Express ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที ค่าโดยสาร 14 ยูโร สุดสายที่สถานีรถไฟ Roma Termini
  2. รถไฟใต้ดินที่โรมมี 2 สาย คือสายสีแดง วิ่งผ่านนครรัฐวาติกันและบันไดสเปน ส่วนสายสีน้ำเงินวิ่งผ่านโคลอสเซียม ทั้งสองสายมีจุดเชื่อมต่อกันที่สถานี Roma Termini
  3. โรมอาจมีกิตติศัพท์ในด้านมิจฉาชีพ แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะป้องกันตัวเอง ควรหลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาดสะดุดตา สวมเครื่องประดับราคาแพง หรือเก็บกระเป๋าสตางค์ไว้ในที่ที่หยิบฉวยได้ง่าย หลีกเลี่ยงการไปในที่ที่คนแออัด ควรถือกระเป๋าอย่างระมัดระวังอยู่เสมอ
  4. ร้านอาหารต่างๆในโรมจะรวมค่าบริการ 10% เอาไว้ในบิลอยู่แล้ว ไม่มีธรรมเนียมการให้ทิปเป็นพิเศษ แต่ถ้าพึงพอใจในบริการที่ได้รับก็สามารถให้ได้ตามความเหมาะสม
  5. บันไดสเปน Spanish Step เป็นจุดที่ไม่ควรพลาดแห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวนิยมมานั่งเล่นอารมณ์กันที่บริเวณขั้นบันไดจนเต็มไปหมด แต่จำไว้ว่าทางเมืองโรมมีกฎหมายห้ามกินไอศกรีมบริเวณบันไดสเปน เพราะจะทำให้สกปรกเลอะเทอะ ถ้าอยากกินจริงๆ ไปนั่งกินที่อื่นจะดีกว่า
ค่าเดินทาง 6,000 บาท
ค่าที่พัก 11,000 บาท
ค่าอาหาร 15,000 บาท
ค่าเข้าชมสถานที่ 4,000 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 2,763 บาท
ซิกน่า ประกันการเดินทาง เริ่มต้น 395 บาท

รวมค่าใช้จ่าย
40,000 บาท/คน*

*ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตามข้อมูลทางสถิติที่บริษัทเก็บรวบรวมสิ้นสุด ณ เดือน พฤษภาคม 2557 ข้อมูลทั้งหมดที่ใช้ในแพลนการท่องเที่ยวนี้ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซิกน่า จำกัด มหาชน ผู้ใดทำการปรับเปลี่ยนแก้ไข หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาติจากบริษัท บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการฟ้องร้องค่าเสียหายจากการนำไปใช้ดังกล่าว
 

แผนประกันแนะนำ

แผนประกัน
การเดินทาง

ประกันการเดินทางต่างประเทศ
ทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

แพลนการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง