TH Thai

โรมเริงร่าทั้งครอบครัว

เมืองโรม อิตาลี 7 วัน 6 คืน
 
โรมเริงร่าทั้งครอบครัว อิตาลี 7 วัน 6 คืน

ใครว่าโรมมีแต่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสถาปัตยกรรม แต่ยังมีสถานที่แสนสนุกสำหรับคุณหนูๆ อีกหลายแห่ง ทั้งสวนน้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์ให้ทั้งความรู้และความบันเทิง รับรองว่านักท่องเที่ยวตัวน้อยของคุณจะต้องชื่นชอบ

Vatican Museum ยอดพิพิธภัณฑ์ของโลก

วันแรกหลังจากเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ออกเดินทางไปที่ Vatican Museum ยอดพิพิธภัณฑ์ของโลกที่รวมงานของศิลปินดังมากมาย การตกแต่งวิจิตรตระการตาเกินจะบรรยาย โดยเฉพาะ Stanze di Raffaello ห้อง ที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือราฟาเอล ศิลปินชาวอิตาลีผู้มีชื่อเสียง โดยระหว่างทางจะมีสินค้าต่างๆเกี่ยวกับงานศิลปะภายในพิพิธภัณฑ์วางขายมากมาย หลังจากอิ่มเอมกับงานศิลปะจนได้ที่ เดินทางต่อไปยัง St. Peter's Basilica เป็นมหาวิหารเอก 1 ใน 4 แห่งของกรุงโรมซึ่งอยู่ใน State of the Vatican ซึ่งสร้างขึ้นโดยเหล่าศิลปินชื่อดังหลายคน จุดเด่นคือยอดโดมขนาดใหญ่ที่สูงเด่นเป็นสง่าเหนือกรุงโรม ตบท้ายวันแห่งการพักผ่อนกับครอบครัวที่สวนสัตว์ Bioparco di Roma สวนสัตว์ประจำเมืองที่รวบรวมสัตว์ต่างๆจากทั่วโลกนับพันตัวกว่า 200 สปีชีส์มาให้ชมอย่างใกล้ชิด เสริมด้วยความรู้จากพิพิธภัณฑ์สัตวศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในบริเวณสวนสัตว์อีก ด้วย มื้อเย็นวันนี้ที่ร้าน Gusto-Osteria ร้านอาหารนานาชาติ พิซซ่า และไวน์บาร์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ และคุณหนูๆในร้านเดียว

เริ่มต้นวันที่สองด้วย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อย่าง Colosseum อดีตลานประลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน (Vespasian) โดยสร้างขึ้นจากอิฐและหินทราย ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่ล้ำยุคกว่าสิ่งก่อสร้างอื่นๆในสมัยนั้น ทั้งการออกแบบทางเดินเข้าชมและระบบการระบายน้ำอันชาญฉลาด เติมพลังมื้อกลางวันที่ร้าน Da Francesco ร้านนี้เสิร์ฟอาหารโรมันแบบดั้งเดิม ราคาไม่แพง จากนั้นไม่พลาดไปเยือน Roman forum ซากแห่งวัฒนธรรมและความเจริญในอดีต ตั้งอยู่ที่เนิน Palatine และ Capitoline ในบริเวณนี้มีซากโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายหลาย ที่โดดเด่นและยังคงสภาพเดิมอยู่ได้แก่  ตึก Comitium เทวสถาน Temple of Antoninus and Faustina  และ Arch of Septimius Severus จบท้ายวันที่สวนน้ำ Hydromania สวนน้ำแสนสนุกถูกใจคุณหนูๆ นอกจากสระว่ายน้ำสารพัดรูปแบบแล้วยังมีเครื่องเล่นนานาชนิดให้ได้เล่นกันอีกด้วย

Colosseum
The Explora Museum

นอกจากศิลปะแล้ว โรมยังมีพิพิธภัณฑ์อื่นๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เยือน The Explora Museum พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดในเมือง ที่นำเสนอไอเดียวิทยาศาสตร์ให้เด็กๆสัมผัสเล่นได้โดยอิสระ ให้วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับเด็กๆ และตกแต่งด้วยสีสันสดใส และไม่ลืมไปโยนเหรียญที่ Trevi Fountain น้ำพุ แสนสวยที่เชื่อว่ากันว่าหากมาหันหลังแล้วโยนเหรียญข้ามไหล่ตกลงไปในบ่อ ก็จะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง ตัวน้ำพุตั้งอยู่ท่ามกลางปฏิมากรรมที่อ่อนช้อยและยิ่งใหญ่ มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างไม่ขาดสายทั้งยามกลางวันและกลางคืน มื้อนี้แวะร้าน Vineria II Chiant ร้านอาหารบรรยากาศดีที่ตกแต่งด้วยชั้นไม้ที่มีขวดไวน์เรียงราย

ห้ามลืมจูงลูกเด็กเล็กแดงไปเข้าคิวซื้อไอศกรีมเจลาโต้รสเลิศราคาไม่แพง ที่ Gelateria Giolitti ร้านไอศกรีมอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี เดินแทะไอศกรีมไปพลาง ทอดน่องต่อไปอีกนิด ไปถึง Spanish Step บันไดที่เชื่อมระหว่างจัตุรัสสำคัญสองแห่งที่ผู้คนมักนิยมควงคู่กันมาสวีตหวาน ชมการแสดงดนตรีเปิดหมวกของเหล่าศิลปิน และจิตรกรรับจ้างวาดภาพเหมือน ที่ช่วยเสริมบรรยากาศให้คึกครื้นอยู่ตลอดวัน ทั้งยังเป็นแหล่งรวมร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดังที่ขาช็อปพลาดไม่ได้

Gelateria Giolitti

ออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าตรู่ จากโรมสู่ฟลอเรนซ์ เมืองหลวงแห่งแคว้นทัสกานีและอดีตเมืองหลวงแห่งเดิมของอิตาลี  เมืองแห่งศิลปะที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ด้วยการนั่งรถไฟใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที โดยเริ่มต้นกันที่ Florence Cathedral โบสถ์หลังคาโค้งขนาดใหญ่กลางเมือง ถือเป็นมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในทวีปยุโรปอีกด้วย ยามสายไปเดินเล่นย่านจัตุรัส Piazza della Signoria หรือลานกว้างหน้า Palazzo Vecchio ย่านศิลปะที่สวยงามและมีเสน่ห์ โดยรอบๆ คือร้านอาหาร คอฟฟี่ช็อป และร้านค้าขายของที่ระลึก รวมถึงช็อปแบรนด์เนมบางแบรนด์

ตกบ่ายมาทอดน่องชมงานศิลปะอันทรงค่าที่ Uffizi Gallery พิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่เป็นอันดับต้นๆของโลก อดีตเคยเป็นที่เก็บเอกสารสำคัญทางราชการ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นหอศิลป์ในภายหลัง ภาพเขียนที่มีชื่อเสียงได้แก่ภาพ The Birth of Venus ของซานโดร บอตติเชลลิ และภาพ The Baptism of Christ โดยอันเดรีย เดล เวอร์โรชชิโอ เป็นต้น คืนนี้พักค้างที่ฟลอเรนซ์สักหนึ่งคืน เพื่อลิ้มรสอาหารพื้นเมืองของแคว้นทัสกานี ได้แก่ขนมคันทุชชี่ (Cantucci) ขนมอบคล้ายกับคุกกี้แข็งๆผสมถั่วอัลมอนด์ และจิบวินซานโต (Vin Santo) ไวน์รสหวานหอมปิดท้ายมื้อ แนะนำเป็นร้าน Yellow Bar ร้านยอดนิยมของชาวฟลอเรนซ์  เนื่องจากราคาอาหารที่ไม่แพง และรสชาติอาหารที่โดดเด่น

Florence Cathedral
Torre pendente di Pisa

ตื่นแต่เช้าตรู่ แล้วออกเดินทางจากฟลอเรนซ์ด้วยรถบัสไปยังเมือง Pisa ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อพาเด็กๆไปชม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างหอเอนเมืองปิซ่า Torre pendente di Pisa ตั้งอยู่ใน Piazza Del Duomo หอเอนปิซาเป็นหอระฆังทรงกระบอกสูง 8 ชั้น สร้างจากหินอ่อนสีขาว ชื่อเสียงของหอคอยแห่งนี้เกิดจากเพราะลักษณะที่เอียงกะเท่เร่ จัดเป็นสิ่งก่อสร้าง 1 ใน 4 แห่งใน Campo dei Miracoli  ซึ่งประกอบไปด้วย มหาวิหารปิซา หอเอนเมืองปิซา หอศีลจุ่ม และสุสาน  ทั้งหมดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

ใช้เวลากับหอเอนปิซาจนถึงช่วงบ่ายแก่ๆจึงนั่งรถไฟกลับมาที่ฟลอเรนซ์ และไปเยี่ยมชมสะพาน Ponte Vecchio สะพานกลางเมืองอันโดดเด่นซึ่งในอดีตเคยใช้เป็นที่เก็บสมบัติ ตัวสะพานมีลักษณะเป็นสะพานโค้ง มีช่องใต้สะพาน 3 ช่อง  และมีร้านค้าอยู่บนสะพานทั้งสองฝั่งถนน ซึ่งเปิดขายของมาตั้งแต่สมัยโบราณ และทำให้เป็นจุดช็อปปิ้งยอดนิยมที่สุดในเมืองฟลอเรนซ์ เดินชิลล์ๆชมสินค้าในร้านค้าแบกะดินที่มีสินค้าสารพัดชนิดจนถึงช่วงเย็น และอย่าลืมแวะชิมเบเกอรี่ที่ร้านชื่อดัง Dolci e Dolcezze ซึ่งมีทั้งเค้กและขนมหวานมากมายให้เลือกชิมกันแบบไม่หวาดไม่ไหว

Galleria Borghese

นั่งรถไฟกลับมาที่โรม เข้าพักผ่อนที่โรงแรมสักครู่แล้วค่อยออกไปเยือน Galleria Borghese พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมศิลปะที่อยู่ในครอบครองของคาร์ดินัลสคิปิโอเน บอร์เกเซ (Scipione Borghese) แต่ถ้าเด็กๆ เริ่มเบื่อแล้ว เดินลัดเลาะต่อไปพักผ่อนหย่อนใจที่ Villa Borghese Gardens สวนสวยที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของโรม พื้นที่กว้างใหญ่ ร่มรื่น และประดับด้วยงานศิลปะหลายชิ้น สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ช่ำปอด และ Villa Ada สวนบรรยากาศดีที่ชาวเมืองนิยมพักผ่อน ทำกิจกรรมต่างๆกับครอบครัว มีศิลปินมาเล่นทั้งดนตรีและการแสดงในสวนด้วย พักผ่อนให้หายเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไกลๆติดต่อกันมาหลายวัน ตบท้ายด้วยเบเกอรี่อร่อยๆ ที่ร้าน Antico Forno Roscioli ขึ้นชื่อเรื่องขนมปังสูตรโบราณที่ทำสืบต่อกันมา

เช้าวันสุดท้าย หลังจากพักผ่อนจนเต็มที่แล้ว ตื่นสายๆ แล้วออกไปเดินเล่นเก็บตกบรรยากาศในโรมอย่างไม่รีบร้อน แวะซื้อของฝากที่ Campo de Fiori Market ตลาดที่เก่าแก่ที่สุดในโรม ซึ่งมีสินค้าพื้นเมืองวางขายมากมายให้ซื้อหา แวะไปกินไอศกรีมเจลาโต้ที่เว็บไซต์ชื่อดังยกให้เป็นไอศกรีมที่อร่อยที่สุดในโลกอย่างร้าน IL Gelato di San Crispino ราคาและการบริการอาจไม่แตกต่างกับร้านอื่นๆแต่รสชาติที่เป็นธรรมชาติสุดๆ ทำให้เป็นที่เลื่องลือ จนเมื่อเต็มอิ่มกับบรรยากาศและการช็อปปิ้งแล้วจึงมุ่งหน้าสู่สนามบิน เตรียมตัวกลับกรุงเทพมหานคร

Campo de Fiori Market

 

ข้อมูลโรม
  • ภาษา   อิตาลี
  • เวลา   ช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง
  • สกุลเงิน   ยูโร (EUR)   
  • อัตราแลกเปลี่ยน   1EUR = 45.01 THB  (อัตราแลกเปลี่ยน ณ เดือนมีนาคม 2557)
  • ไฟฟ้า   230 โวลต์ ปลั๊กไฟส่วนใหญ่เป็นแบบขากลม 2 ขา และ 3 ขา ควรพกหัวแปลงปลั๊กไฟไปด้วย
  • วีซ่า  ต้องขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen visa) สามารถใช้เดินทางท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศความตกลงเชงเก้น 25 ประเทศ ได้สูงสุดไม่เกิน 90 วัน ภายในช่วงเวลา 6 เดือน การขอวีซ่าต้องยื่นขอผ่านบริษัท VFS Global ซึ่งได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการจากสถานทูตอิตาลีประจำประเทศไทย โดยการยื่นคำร้องขอวีซ่าจะต้องมายื่นคำร้องด้วยตนเอง ที่ศูนย์รับคำขอวีซ่าประเทศอิตาลี ตึกสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 15 ยูนิต C สีลมคอมเพล็กซ์ 191 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ ระหว่างวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.30 - 12.00 น. และ 13.00 น. - 16.00 น.
Tips
  1. นักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยเครื่องบินสู่สนามบิน Leonardo da Vinci Internatioanal Airport เดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้โดยรถไฟสาย Leonardo Express ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที ค่าโดยสาร 14 ยูโร สุดสายที่สถานีรถไฟ Roma Termini
  2. ร้านอาหารต่างๆในโรมจะรวมค่าบริการ 10% เอาไว้ในบิลอยู่แล้ว ไม่มีธรรมเนียมการให้ทิปเป็นพิเศษ แต่ถ้าพึงพอใจในบริการที่ได้รับก็สามารถให้ได้ตามความเหมาะสม
  3. ร้านขายยาเปิดวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.30 - 13.00 น. และเปิดอีกครั้งเวลา 16.00 - 19.30 น. ส่วนวันเสาร์เปิดเฉพาะช่วงเช้า ร้านขายยาที่มีป้ายคำว่า Notturno จะเปิดตลอดคืน กรณีฉุกเฉินสามารถไปซื้อหายาได้ที่นี่
  4. บันไดสเปน Spanish Step เป็นจุดที่ไม่ควรพลาดแห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวนิยมมานั่งเล่นอารมณ์กันที่บริเวณขั้นบันไดจนเต็มไปหมด แต่จำไว้ว่าทางเมืองโรมมีกฎหมายห้ามกินไอศกรีมบริเวณบันไดสเปน เพราะจะทำให้สกปรกเลอะเทอะ ถ้าอยากกินจริงๆ ไปนั่งกินที่อื่นจะดีกว่า
  5. โรงแรมที่อิตาลีส่วนใหญ่จะให้เด็กอายุถึง 12 ขวบพักห้องเดียวกับผู้ปกครองฟรี แต่กลับไม่ค่อยมีสิ่งอำนวยความสะดวกพิเศษให้กับเด็กสักเท่าใด ในร้านอาหารก็ไม่ค่อยมีเมนูสำหรับเด็ก แต่สามารถสั่งอาหารแบบครึ่งจาน (Mezza porzione) สำหรับเด็กแทนได้

 

ค่าเดินทาง 8,000 บาท
ค่าที่พัก 22,500 บาท
ค่าอาหาร 19,500 บาท
ค่าเข้าชมสถานที่ 5,000 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 4,709 บาท
ซิกน่า ประกันการเดินทาง เริ่มต้น 480 บาท

รวมค่าใช้จ่าย
60,000 บาท/คน*

*ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตามข้อมูลทางสถิติที่บริษัทเก็บรวบรวมสิ้นสุด ณ เดือน พฤษภาคม 2557 ข้อมูลทั้งหมดที่ใช้ในแพลนการท่องเที่ยวนี้ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซิกน่า จำกัด มหาชน ผู้ใดทำการปรับเปลี่ยนแก้ไข หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาติจากบริษัท บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการฟ้องร้องค่าเสียหายจากการนำไปใช้ดังกล่าว
 

แผนประกันแนะนำ

แผนประกัน
การเดินทาง

ประกันการเดินทางต่างประเทศ
ทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

แพลนการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง