TH Thai

ปารีสไฮไลต์

เมืองปารีส ฝรั่งเศส 5 วัน 4 คืน
 
เที่ยวเมืองปารีส ฝรั่งเศส

เก็บทุกไฮไลต์ประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเยือนปารีส ทั้งพระราชวังสุดหรูหรา วิหารศักดิ์สิทธ์ หอไอเฟล สิ่งมหัศจรรย์ของโลก และพิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลก ซึ่งกล่าวได้ว่าหากยังไม่ได้ไปเยือน นับว่ายังไม่ถึงปารีส

วิหาร Sacre-Coeur

ในช่วงเช้าของวันที่ฟ้าใสแดดสวย เริ่มทำความรู้จักกับปารีสด้วยการไปเยือนวิหาร Sacre-Coeur หรือชื่อภาษาไทยเรียกว่า “โบสถ์พระหฤทัย” ในย่าน Montmartre วิหารทรงโดมสีขาวสร้างด้วยหินอ่อน ตั้งโดดเด่นอยู่บนยอดเขามงมาตร์มานานกว่าร้อยปี จากด้านหน้าวิหารจะมองเห็นวิวเมืองปารีสกว้างไกลสุดลูกตา เมื่ออิ่มตาอิ่มใจแล้วค่อยเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินเล่นลัดเลาะตามตรอกซอกซอย ซึ่งจะมีร้านเบเกอรี่อบขนมสดๆใหม่ๆ ทุกเช้า กลิ่นหอมของขนมอบจะดึงดูดให้ทุกคนเข้าไปภายในร้าน หาขนมอร่อยๆ หรือร้านอาหารเก๋ๆ อาทิ Au Grain de Folie ร้านเล็กๆที่มีเมนูพิเศษสำหรับผู้รักสุขภาพและรับประทานมังสวิรัติ ในบรรยากาศแบบอยู่บ้าน ครั้นตกบ่าย เดินเล่นเตร็ดเตร่ในบริเวณย่านจัตุรัส Place du tertre ซึ่งเป็นย่านแห่งศิลปิน อย่าลืมนั่งโพสต์ท่าเป็นนายแบบนางแบบให้จิตรกรวาดภาพเหมือนเป็นที่ระลึกสักภาพหนึ่งสำหรับไปอวดเพื่อนๆที่เมืองไทย เมื่อแดดร่มลมตก จึงมุ่งหน้าสู่ Eiffel Tower สัญลักษณ์ของกรุงปารีส เรียกว่าใครไม่ได้มาเยือนที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึงปารีสเลยทีเดียว หอนี้แบ่งออกเป็น 3 ชั้น สูง 324 เมตร ใครที่มีแรงเหลือเฟือจะเดินขึ้นบันได หรือจะขึ้นลิฟต์เพื่อประหยัดพลังขาก็ตามแต่สะดวก เพื่อขึ้นไปดื่มด่ำกับบรรยากาศตะวันลับฟ้าด้านบนหอไอเฟล

มุ่งหน้าสู่มหาวิหาร Notre Dame สถาปัตยกรรมที่เป็นสุดยอดและสมบูรณ์แบบ เป็นสัญลักษณ์แห่งปารีสยุคกลาง และสะท้อนถึงความรุ่งโรจน์แห่งสถาปัตยกรรมกอทิก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1163 ในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 ภายนอกประดับประดาด้วยปูนปั้นนักบุญและตัวการ์กอยล์มากมาย ภายในวิจิตรบรรจงด้วยกระจกสีงดงาม บริเวณด้านหน้ามหาวิหาร มี Point Zero หรือหลักกิโลเมตรที่ 0 (สะดือปารีส) ซึ่งเป็นจุดที่ใช้วัดระยะทางจากกรุงปารีสไปยังเมืองต่างๆ ทั่วประเทศฝรั่งเศส ว่ากันว่าหากใครได้เหยียบจุดนี้ จะได้กลับมาเยือนปารีสอีกครั้ง แวะรับประทานมื้อกลางวันที่ JET LAG ร้านอาหารนานาชาติจำพวกเบอร์เกอร์ แซนด์วิชที่ตกแต่งแบบเก๋ไก๋ ราคาไม่แพง บรรยากาศดีช่วยเสริมรสชาติมื้อนี้ให้รื่นรมย์

เมื่อแดดร่มลมตก เดินเล่นชมเมืองที่ Place de la Concorde จัตุรัสที่เป็นที่ตั้งของเสา Luxor Obelisk แท่งหินรูปสี่เหลี่ยมที่มียอดเป็นทรงพีรามิด อายุกว่า 3,300 ปี สถานที่แห่งนี้นี่เองที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ถูกประหารชีวิตด้วยกิโยติน จบโปรแกรมประจำวันนี้ที่ Arc de triomphe de l'Étoile หรือประตูชัยขึ้นไปด้านบนเพื่อชมถนนหลักทั้ง 12 สายมาบรรจบกัน ชมสีสันยามค่ำคืนของปารีสที่ระยิบระยับไปด้วยแสงไฟ

Notre Dame
ถนน Champs-Elysees

วันนี้นั่งรถออกไปชานเมืองปารีสเพื่อไปเยือน Château de Versailles อันเลื่องชื่อ ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 โปรดให้สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1661 ตัวพระราชวังสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ภายในแบ่งเป็นห้องต่างๆ มากมาย ทุกห้องต่างตกแต่งด้วยเครื่องประดับงดงามตระการตาและภาพเขียนที่มีชื่อเสียง พระราชวังแห่งนี้สะท้อนถึงความรุ่งโรจน์ถึงขีดสุดของศิลปะฝรั่งเศสในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ส่วนในอาณาบริเวณของพระราชวังเป็นสวนกว้างใหญ่ที่ถูกออกแบบมาอย่างเป็นระเบียบและสวยงามลงตัว ครั้งถึงเวลาเย็นย่ำค่อยนั่งรถกลับเข้าสู่ตัวเมือง เพื่อไปเดินเก๋ๆที่ถนน Champs-Elysees ถนนที่มีชื่อเสียงที่สุดสายหนึ่งของโลก ถนนสายนี้อัดแน่นไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนมชั้นนำ และร้านอาหารสุดหรู โดยมีประตูชัย ตั้งโดดเด่นเป็นศูนย์กลางของย่านนี้ ปิดท้ายวันแห่งความประทับใจที่ Leon de Bruxelles หนึ่งในร้านยอดนิยมสำหรับผู้ชื่นชอบอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อเรื่องหอยแมลงภู่

 

ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบศิลปะหรือไม่ก็ไม่ควรพลาดไปเยือน Musée du Louvre พิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่เดิมตัวอาคารเป็นพระราชวัง สร้างโดยพระเจ้าฟิลิปที่2 ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 และสร้างต่อเติมเรื่อยๆ ในสมัยต่อๆ มา ภายนอกพิพิธภัณฑ์ดูโดดเด่นด้วยพีระมิดแก้วขนาดยักษ์ ส่วนภายในแสดงงานศิลปะจากหลายมุมโลก ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ ภาพวาดสีน้ำมันโมนาลิซา ของลีโอนาโด ดาวินชี เที่ยงนี้ฝากท้องไว้ที่ Les cafés de la pyramide ศูนย์อาหารภายในส่วนพีระมิดของพิพิธภัณฑ์ ที่แม้จะเป็นศูนย์อาหารแต่ก็รสชาติดีไม่ใช่เล่น ใช้เวลาดื่มด่ำกับงานศิลปะสักครึ่งค่อนวัน แล้วค่อยไปเดินเล่นต่อที่ Place des Vosges ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในปารีส สร้างโดยพระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 อาคารห้องแถวบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของร้านรวงเล็กๆ จำพวกร้านกาแฟและอาร์ตแกลเลอรี่มากมาย ปิดท้ายด้วยมื้อค่ำที่ Bofinger ร้านอาหารฝรั่งเศสตำรับดั้งเดิมที่คนแน่นตลอดทั้งปี อย่าลืมเผื่อเวลาสำหรับยืนคอยแต่รับรองว่ามื้อนี้พิเศษแน่นอน 

Musée du Louvre
นั่งเรือล่องแม่น้ำ Seine

วันนี้มาเที่ยวเมืองปารีสแบบสบายๆ ด้วยการเดินเที่ยวชมเมือง ตั้งต้นกันที่โรงละคร Opera Garnier โรงละครหรูหราที่สร้างถวายแด่จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 เดินเรื่อยไปจนถึง Hotel des Invalides อาคารรูปทรงคลาสสิกสูง 4 ชั้น โดดเด่นด้วยยอดโดมสีทอง ภายในยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอีก 2 แห่ง ได้แก่ Musee de L'Armee และ Musee de I'Ordre de la Liberation

ยามสายนั่งเรือล่องแม่น้ำ Seine แม่น้ำสายหลักของกรุงปารีส ชื่นชมกับบรรยากาศชิลล์ๆ และความรุ่งเรืองของสถาปัตยกรรมโบราณ พร้อมทั้งได้ความรู้จากผู้บรรยายไปด้วย อย่าลืมเกี่ยวมือคนใกล้ตัวไปคล้องกุญแจคู่รักที่สะพาน Pont des Arts เป็นพยานแห่งความรัก ส่วนมื้อเที่ยงมาชิมรสมือแม่ชาวฝรั่งเศสแท้ๆที่ร้าน Café Constant อยู่ถัดจากหอไอเฟลไปเพียงสองบล็อก ก่อนเตรียมตัวเดินทางกลับเมืองไทย

ข้อมูลปารีส
  • ภาษา   ฝรั่งเศส
  • เวลา   ช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง
  • สกุลเงิน   ยูโร (EUR) 
  • อัตราแลกเปลี่ยน   1EUR = 45.01 THB  (อัตราแลกเปลี่ยน ณ เดือนมีนาคม 2557)
  • ไฟฟ้า   230 โวลต์ ปลั๊กไฟส่วนใหญ่เป็นแบบขากลม 2 ขา ควรพกหัวแปลงปลั๊กไฟไปด้วย
  • วีซ่า   ต้องขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen visa) สามารถใช้เดินทางท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศความตกลงเชงเก้น 25 ประเทศ ได้สูงสุดไม่เกิน 90 วัน ภายในช่วงเวลา 6 เดือน การขอวีซ่าต้องยื่นขอผ่านบริษัท TLScontact ซึ่งได้รับสิทธิในการให้ข้อมูลและรับคำร้องขอวีซ่าจากสถานทูตฝรั่งเศส โดยลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.tlscontact.com หรือยื่นขอวีซ่ากับสถานทูตฝรั่งเศสโดยตรง จะต้องนัดหมายล่วงหน้าทางโทรศัพท์ หมายเลข 02-6963888 ในวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.30 น.-16.30 น.
Tips
  1. ปารีสเที่ยวได้ทุกฤดู โดยในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม - มิถุนายน อากาศกำลังสบายๆ ราวๆ 10-18 องศาเซลเซียส เตรียมเสื้อแจ็คเก็ตและผ้าพันคอไปด้วยก็พร้อมลุยได้ทุกที่แล้ว ส่วนฤดูร้อน เดือนมิถุนายน - กันยายน กลางวันจะยาวนานกว่าปกติ พระอาทิตย์ตกดินราวๆ สี่ทุ่ม อากาศราวๆ 20-30 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูใบไม้ร่วง ราวเดือนกันยายน - ธันวาคม เป็นช่วงที่ทั้งเมืองดูสวยงามที่สุด ด้วยสีสันของใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี อากาศกำลังเหมาะที่ 10-18 องศาเซลเซียส แต่อาจมีฝนตกลงมาเล็กน้อย แต่ฤดูหนาวค่อนข้างหนาวเหน็บ เดือนธันวาคม - มีนาคม ควรเตรียมเสื้อผ้าหนาๆ ที่ซ้อนกันได้หลายๆชั้น อย่าลืมสวมลองจอนช่วยเพิ่มความอบอุ่นกับขา จะได้มีแรงเดินไปเที่่ยวไหว
  2. การช็อปปิ้งที่ฝรั่งเศส สามารถขอคืนภาษีได้สูงสุด 20% โดยต้องมียอดซื้อขั้นต่ำ 175 ยูโร วิธีการไม่ยากโดยกรอกรายละเอียดใบขอคืนภาษีจากร้านค้า จากนั้นนำใบขอคืนภาษีไปยื่นที่เคาน์เตอร์ขอคืนภาษี ที่สนามบินได้เลย และเนื่องจากส่วนใหญ่จะต้องสำแดงของที่ซื้อมาด้วย ดังนั้นอย่าเพิ่งเก็บของใส่กระเป๋าใหญ่และโหลดลงใต้เครื่องบิน
  3. ปารีสถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างปลอดภัยในด้านอาชญากรรม แต่อย่างไรก็ควรระมัดระวังการล้วงกระเป๋า และกระชากกระเป๋าที่อาจเกิดขึ้นในที่พลุกพล่าน โดยเฉพาะในย่านMontmartre , Eiffel Tower , Centre Pompidou และรถไฟใต้ดินในชั่วโมงเร่งด่วน นักท่องเที่ยวผู้หญิงควรเลี่ยงการเดินทางคนเดียวตอนกลางคืน และตามถนนหนทางที่มืดๆ ควรใช้แผนที่เล็กๆ แทนแผนที่แบบพับได้ และอย่าใส่กางเกงขาสั้นซึ่งทำให้ดูออกได้ง่ายว่าเป็นนักท่องเที่ยว อย่าพกเงินเป็นฟ่อนๆแล้วคลี่ออกมาดูในที่สาธารณะ
  4. มิจฉาชีพรูปแบบต่างๆ ที่ควรระวัง ได้แก่ พวกเข้ามาเนียนตีสนิท เข้ามาประชิดตัว เข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังตามสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เด็กล้วงกระเป๋าที่มากันเป็นกลุ่ม แกล้งทำของตกให้ก้มเก็บแล้วล้วงกระเป๋า เข้ามาขโมยเงินขณะถอนเงินจากตู้เอทีเอ็ม ไปจนถึงขโมยโทรศัพท์มือถือซึ่งๆ หน้า
  5. พกขวดใส่น้ำติดตัวไว้เสมอ เพราะน้ำดื่มที่ฝรั่งเศสราคาแพงจนซื้อบ่อยๆ ไม่ลง อีกทั้งก๊อกน้ำสาธารณะที่ใช้ดื่มได้ และได้รับรองมาตรฐานอย่างดีนั้นมีอยู่ไม่มาก และแต่ละแห่งอยู่ห่างไกลกันพอสมควร
ค่าเดินทาง 4,000 บาท
ค่าที่พัก 19,000 บาท
ค่าอาหาร 10,000 บาท
ค่าเข้าชมสถานที่ 5,000 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 763 บาท
ซิกน่า ประกันการเดินทาง เริ่มต้น 395 บาท

รวมค่าใช้จ่าย
40,000 บาท/คน*

*ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตามข้อมูลทางสถิติที่บริษัทเก็บรวบรวมสิ้นสุด ณ เดือน พฤษภาคม 2557 ข้อมูลทั้งหมดที่ใช้ในแพลนการท่องเที่ยวนี้ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซิกน่า จำกัด มหาชน ผู้ใดทำการปรับเปลี่ยนแก้ไข หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาติจากบริษัท บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการฟ้องร้องค่าเสียหายจากการนำไปใช้ดังกล่าว
 

แผนประกันแนะนำ

แผนประกัน
การเดินทาง

ประกันการเดินทางต่างประเทศ
ทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

แพลนการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง