TH Thai
h

ท่องสรวงสวรรค์แห่งแฟชั่น

เมืองปารีส ฝรั่งเศส 7 วัน 6 คืน
 
ท่องสรวงสวรรค์แห่งแฟชั่น เมืองปารีส ฝรั่งเศส 7 วัน 6 คืน

สวรรค์ของคนรักแฟชั่นและความหรูหรา ปารีสมีทุกสิ่งให้คุณเลือกสรร ทั้งเอ๊าต์เล็ตสุดหรูและแฟชั่นสตรีทที่ช็อปได้ตั้งแต่ต้นถึงท้ายถนน ภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์ และร้านไอศกรีมที่กล่าวกันว่าอร่อยที่สุดในโลก

Café des Deux Moulins

เริ่มต้นทำความรู้จักกับปารีสด้วยการไปเยือน Sacre-Coeur หรือชื่อภาษาไทยเรียกว่า “โบสถ์พระหฤทัย” ในย่าน Montmartre วิหารทรงโดมสีขาวสร้างด้วยหินอ่อน ตั้งโดดเด่นอยู่บนยอดเขามงมาตร์มานานกว่าร้อยปีแล้ว จากด้านหน้าวิหารจะมองเห็นวิวเมืองปารีสกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา แล้วค่อยเปลี่ยนไปสัมผัสบรรยากาศแบบปารีสด้วยการเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอย ซึ่งจะมีร้านเบเกอรี่อบขนมสดๆใหม่ๆ ทุกเช้า แนะนำเป็นที่ Café des Deux Moulins คาเฟ่บรรยากาศสบายๆ ที่อร่อยทั้งกาแฟและขนม ถ้ามีเวลาเหลือพออาจเดินเล่นเตร็ดเตร่ในย่านจัตุรัส Place du tertre ย่านของศิลปินที่จะเห็นจิตรกรน้อยใหญ่มานั่งวาดรูปขายกันจนเจนตา ปิดท้ายวันด้วยการเทกระเป๋าช็อปที่ Galeries Lafayette ห้างสรรพสินค้าสุดหรูยอดฮิตของนักช็อปชาวไทย ถึงขนาดที่มีพนักงานขายชาวไทยให้บริการอยู่หลายๆ ร้าน

Galeries Lafayette

ในช่วงสายๆของวันที่ไม่รีบร้อน ไปเยือนมหาวิหาร Notre Dame สถาปัตยกรรมที่เป็นสุดยอดและสมบูรณ์แบบ เป็นสัญลักษณ์แห่งปารีสยุคกลาง และสะท้อนถึงความรุ่งโรจน์แห่งสถาปัตยกรรมกอทิก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1163 ในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 ภายนอกประดับประดาด้วยปูนปั้นนักบุญและตัวการ์กอยล์มากมาย ภายในวิจิตรบรรจงด้วยกระจกสีงดงาม บริเวณด้านหน้ามหาวิหาร มี Point Zero หรือหลักกิโลเมตรที่ 0 (สะดือปารีส) ซึ่งเป็นจุดที่ใช้วัดระยะทางจากกรุงปารีสไปยังเมืองต่างๆ ทั่วประเทศฝรั่งเศส ว่ากันว่าหากใครได้เหยียบจุดนี้ จะได้กลับมาเยือนปารีสอีกครั้ง

แวะรับประทานมื้อเที่ยงที่ Au Bougnat ร้านอาหารสไตล์บิสโทรใกล้กับมหาวิหารโนเตรอดาม พอตกบ่ายจึงไปเดินเล่นละลายทรัพย์ที่ Rue de Passy ช็อปปิ้งสตรีทที่คึกคักจอแจที่สุดอีกแห่งหนึ่งของปารีส ด้วยศูนย์การค้าขนาดใหญ่แหล่งรวมแบรนด์เนมชื่อดัง โดยเฉพาะเสื้อผ้าเก๋ๆ ชิคๆ ของคุณผู้หญิง

Notre Dame
Eiffel Tower

วันนี้ไปเยือนสัญลักษณ์แห่งกรุงปารีสอย่าง Eiffel Tower เรียกว่าใครที่ไม่ได้มาเยือนที่นี่ ก็เหมือนมาไม่ถึงปารีส หอนี้ออกแบบและสร้างโดยกุสตาฟ ไอเฟล ในปีค.ศ.1889 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในงาน Exposition Universelle และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของการปฏิวัติฝรั่งเศส หอคอยแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 ชั้น สูง 324 เมตร ใครแรงดีจะเดินขึ้นบันได หรือเดินไม่ค่อยไหวจะขึ้นลิฟต์ก็ตามแต่สะดวก รับประทานมื้อเที่ยงที่ภัตตาคาร Le Jules Verne ที่ตั้งอยู่บนหอไอเฟลเหนือระดับพื้นดิน 125  เมตร จึงมองเห็นวิวที่สวยงามของกรุงปารีสได้กว้างไกลชนิดสุดลูกหูลูกตาทั้งในเวลา กลางวันและกลางคืน

จากนั้นพักเอาแรงให้พร้อมเพราะจากนี้เราจะตะลุยช็อปที่ Boulevard Haussmann เพราะช็อปปิ้งทริปในปารีสจะสมบูรณ์แบบไม่ได้หากไม่ได้มาเยือนศูนย์การค้าขนาดมหึมาแห่งนี้ ศูนย์รวมแฟชั่นสไตล์ปารีเซียงและยุโรปที่คุณหาไม่ได้จากที่อื่น

Boulevard Haussmann

เริ่มต้นเสียเงินกันแต่เช้าที่ La vallee village outlet เอ๊าต์เล็ตยอดฮิต แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำ ช็อปจนเริ่มเหนื่อยแล้วจึงแวะพักในเรือล่องแม่น้ำ Seine แม่น้ำสายหลักของกรุงปารีส ชื่นชมกับบรรยากาศชิลล์ๆ และความรุ่งเรืองของสถาปัตยกรรมโบราณ พร้อมทั้งได้ความรู้จากผู้บรรยายไปด้วย แวะซื้อไอศกรีมเจ้าดังที่ Berthillon ที่โด่งดังในเรื่องไอศกรีมเชอร์เบตคุณภาพเยี่ยม กล่าวกันว่าเป็นร้านไอศกรีมที่อร่อยที่สุดในโลก หายเหนื่อยแล้วไปช็อปกันต่อที่ Champs-Elysees ถนนที่มีชื่อเสียงในด้านความสวยงามและอัดแน่นไปด้วยร้านค้าแบรนด์ดัง และร้านอาหารสุดหรู โดยมีประตูชัยตั้งเด่นเป็นศูนย์กลาง

ดินเนอร์ที่ DOMINIQUE BOUCHET ร้านอาหารฝรั่งเศสสไตล์บิสโทรฝีมือเชฟมืออาชีพ แล้วปิดท้ายกันที่ Arc de triomphe de l'Étoile หรือประตูชัย ขึ้นไปด้านบนเพื่อดูถนนหลักทั้ง 12 สายมาบรรจบกัน ชมสีสันยามค่ำคืนของกรุงปารีสที่ระยิบระยับไปด้วยแสงไฟ

DOMINIQUE BOUCHET
Angelina

ออกเดินทางแต่เช้า นั่งรถบัสออกไปนอกเมืองเพื่อนเยี่ยมเยือน Château de Versailles อันเลื่องชื่อ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 โปรดให้สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1661 สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ภายในแบ่งเป็นห้องต่างๆ มากมาย ทุกห้องต่างตกแต่งด้วยเครื่องประดับงดงามตระการตาและภาพเขียนที่มีชื่อเสียง พระราชวังแห่งนี้สะท้อนถึงความรุ่งโรจน์ถึงขีดสุดของศิลปะฝรั่งเศสในคริสต์ ศตวรรษที่ 17 อาณาบริเวณพระราชวังเป็นสวนกว้างใหญ่ ที่ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวและเป็นระเบียบ

แล้วไปแวะซื้อของฝากเล็กๆ น้อยๆ ที่ Benlux Louvre ร้านดิวตี้ฟรียอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยอีกแห่งหนึ่ง ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ แหล่งรวมกระเป๋า เสื้อผ้า เครื่องสำอางราคาไม่แพง พนักงานขายพูดภาษาอังกฤษและมีพนักงานคนไทย ทำให้ช็อปกันได้แบบสบายๆบรรยากาศเป็นกันเอง อย่าลืมแวะไปจิบกาแฟที่ Angelina คาเฟ่ชื่อดัง ที่เด่นในเรื่องโกโก้จากเมล็ดชั้นดี ปิดท้ายวันที่ร้าน Bouillon Chartier ร้านอาหารฝรั่งเศสเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1896 เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม ที่สำคัญคือไม่รับจองโต๊ะ ถ้าอยากรับประทานต้องมาเข้าคิวรอ รับรองว่ารสชาติอร่อยสมกับการรอคอย

Galerie vivienne

เช้านี้ไปชื่นชมกับศิลปะระดับโลกกันสักวันหนึ่งที่ Musée du Louvre พิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ไม่มาไม่ได้ แต่เดิมตัวอาคารเป็นพระราชวัง สร้างโดยพระเจ้าฟิลิปที่ 2 ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 และสร้างต่อเติมเรื่อยๆ ในสมัยต่อๆ มา ภายนอกโดดเด่นด้วยพีระมิดแก้ว ส่วนภายในแสดงงานศิลปะจากหลายมุมโลก ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ ภาพวาดสีน้ำมันโมนาลิซา ของลีโอนาโด ดาวินชี

พอตกบ่ายไปละลายทรัพย์กันที่ Galerie vivienne แหล่งช็อปปิ้งในร่ม ลักษณะเป็นซอยเล็กๆประดับหลังคาทางเดินด้วยกระจกโมเสก มีร้านและภัตตาคารเก๋ๆ อัดแน่นอยู่ภายใน ร้านเด่นได้แก่ La Marelle ซึ่งมีสินค้าให้เลือกอย่างละลานตา ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แค่เดินผ่านหน้าร้านก็ถูกดูดให้เข้าร้านไปทันที แวะดินเนอร์ที่ Bistrot Vivienne ซึ่งอยู่ปากทางเข้า Galerie Vivienne ร้านสุดหรูที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหราและภาพเขียนสวยๆ

ปิดท้ายโปรแกรมด้วยการใช้ชีวิตไม่รีบร้อนสไตล์ปารีเซียง ด้วยการนั่งรถทัวร์สองชั้นแบบ Open air ชมเมือง ซึ่งจะพาเราลัดเลาะไปตามถนนสายหลักๆ มีสถานที่สำคัญๆ และสถาปัตยกรรมเก่าแก่มากมาย และเพลิดเพลินไปกับการเดินตลาดนัดเล็กๆ ที่กระจายกันอยู่หลายแห่งในเมืองปารีส ส่วนใหญ่จะขายพืชผัก ผลไม้ และอาหารพื้นเมือง หรือจะไปเตร็ดเตร่แถวตลาดดอกไม้สดและตลาดขายนกสวยงามบนเกาะกลางแม่น้ำแซนก็น่าตื่นตาไม่แพ้กัน

ส่วนนักช็อปที่ชื่นชอบของเก่าเป็นพิเศษ ที่ Paris Flea Market at Porte de Clignancourt หรือชื่อที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า Les Puces de Saint-Ouen เป็นตลาดขายของเก่าที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง มีของสะสมและเฟอร์นิเจอร์โบราณอยู่มากมายไม่ควรพลาด อย่าลืมแวะซื้อขนมของฝากยอดฮิตจากปารีส อย่างมาการองจากร้าน Laduree หรือร้าน Pierre Hermé สองร้านที่เบียดคู่สูสีในด้านมาการองหลากรส แต่ใครจะเดินสายซื้อให้ครบทั้งสองร้านก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ตบท้ายด้วยการไปช็อปกระจายที่ห้างสรรพสินค้าสุดหรูหรา Le Printemps ใกล้กับห้างยอดฮิต Galeries Lafayette ซื้อของฝากเบาๆก่อนเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทย

 Galeries Lafayette

 

ข้อมูลปารีส
  • ภาษา   ฝรั่งเศส
  • เวลา   ช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง
  • สกุลเงิน   ยูโร (EUR) 
  • อัตราแลกเปลี่ยน   1EUR = 45.01 THB  (อัตราแลกเปลี่ยน ณ เดือนมีนาคม 2557)
  • ไฟฟ้า   230 โวลต์ ปลั๊กไฟส่วนใหญ่เป็นแบบขากลม 2 ขา ควรพกหัวแปลงปลั๊กไฟไปด้วย
  • วีซ่า   ต้องขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen visa) สามารถใช้เดินทางท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศความตกลงเชงเก้น 25 ประเทศ ได้สูงสุดไม่เกิน 90 วัน ภายในช่วงเวลา 6 เดือน การขอวีซ่าต้องยื่นขอผ่านบริษัท TLScontact ซึ่งได้รับสิทธิในการให้ข้อมูลและรับคำร้องขอวีซ่าจากสถานทูตฝรั่งเศส โดยลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.tlscontact.com หรือยื่นขอวีซ่ากับสถานทูตฝรั่งเศสโดยตรง จะต้องนัดหมายล่วงหน้าทางโทรศัพท์ หมายเลข 02-6963888 ในวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.30 น.-16.30 น.
Tips
  1. การช็อปปิ้งที่ฝรั่งเศส สามารถขอคืนภาษีได้สูงสุด 20% โดยต้องมียอดซื้อขั้นต่ำ 175 ยูโร วิธีการไม่ยากโดยกรอกรายละเอียดใบขอคืนภาษีจากร้านค้า จากนั้นนำใบขอคืนภาษีไปยื่นที่เคาน์เตอร์ขอคืนภาษี ที่สนามบินได้เลย และเนื่องจากส่วนใหญ่จะต้องสำแดงของที่ซื้อมาด้วย ดังนั้นอย่าเพิ่งเก็บของใส่กระเป๋าใหญ่และโหลดลงใต้เครื่องบิน
  2. ฝรั่งเศส จะใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก และไม่นิยมใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกันมากนัก เมื่อต้องไปเที่ยวฝรั่งเศส สิ่งที่จำเป็นอีกประการหนึ่งคือการเรียนภาษาฝรั่งเศสเบื้องต้นเอาไว้บ้าง ศึกษาคำที่ใช้บ่อยๆในภาษาฝรั่งเศส เช่นคำทักทาย คำบอกลา และคำขอบคุณ หรือไม่ก็พกหนังสือเรียนภาษาติดตัวเอาไว้เลย ถือว่าเป็นสิ่งของจำเป็นในการท่องเที่ยวในประเทศฝรั่งเศส
  3. ร้าน ค้าทั่วไปจะเปิดทำการในช่วง 9.00 - 18.00 น. วันจันทร์ - วันเสาร์ แต่วันอาทิตย์ซึ่งนับเป็นวันพักผ่อน ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าจะหยุดทำการ จะมีแต่ร้านในย่าน Le Marais เท่านั้นที่ยังเปิดให้บริการ
  4. การ แลกเงินที่ได้อัตราดีที่สุด คือการแลกด้วยเช็คเดินทาง สามารถแลกได้ทั้งที่ธนาคารต่างๆ สำนักงานไปรษณีย์ หรือแม้แต่สถานีรถไฟสายหลักๆและโรงแรมใหญ่ๆ แต่ร้านค้าส่วนใหญ่จะไม่รับชำระเงินด้วยเช็คเดินทาง จะต้องแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดใช้จ่ายคล่องมือกว่า
  5. ปารีสถือว่า เป็นเมืองที่ค่อนข้างปลอดภัยในด้านอาชญากรรม แต่อย่างไรก็ควรระมัดระวังการล้วงกระเป๋า และกระชากกระเป๋าที่อาจเกิดขึ้นในที่พลุกพล่าน โดยเฉพาะในย่านMontmartre , Eiffel Tower , Centre Pompidou และรถไฟใต้ดินในชั่วโมงเร่งด่วน นักท่องเที่ยวผู้หญิงควรเลี่ยงการเดินทางคนเดียวตอนกลางคืน และตามถนนหนทางที่มืดๆ ควรใช้แผนที่เล็กๆ แทนแผนที่แบบพับได้ และอย่าใส่กางเกงขาสั้นซึ่งทำให้ดูออกได้ง่ายว่าเป็นนักท่องเที่ยว อย่าพกเงินเป็นฟ่อนๆแล้วคลี่ออกมาดูในที่สาธารณะ

 

ค่าเดินทาง 5,000 บาท
ค่าที่พัก 47,000 บาท
ค่าอาหาร 27,000 บาท
ค่าเข้าชมสถานที่ 4,000 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 709 บาท
ซิกน่า ประกันการเดินทาง เริ่มต้น 480 บาท

รวมค่าใช้จ่าย
85,000 บาท/คน*

*ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตามข้อมูลทางสถิติที่บริษัทเก็บรวบรวมสิ้นสุด ณ เดือน พฤษภาคม 2557 ข้อมูลทั้งหมดที่ใช้ในแพลนการท่องเที่ยวนี้ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซิกน่า จำกัด มหาชน ผู้ใดทำการปรับเปลี่ยนแก้ไข หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาติจากบริษัท บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการฟ้องร้องค่าเสียหายจากการนำไปใช้ดังกล่าว
 

แผนประกันแนะนำ

แผนประกัน
การเดินทาง

ประกันการเดินทางต่างประเทศ
ทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

แพลนการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง