TH Thai

ชิลไปในปารีสแบบสบายกระเป๋า

เมืองปารีส ฝรั่งเศส 7 วัน 6 คืน
 
ชิลไปในปารีสแบบสบายกระเป๋า เมืองปารีส ฝรั่งเศส 7 วัน 6 คืน

ชิลล์ไปในเมืองหลวงซึ่งมีบรรยากาศสุดคลาสสิก แม้จะไม่ใช้เงินมากมาย คุณก็สามารถสัมผัสความงดงามและจิตวิญญาณของปารีสได้เช่นกัน

Musée du Louvre
Les cafés de la pyramide

เริ่มการสำรวจปารีสด้วยการเช่ารถจักรยาน Velib ปั่น ชมเมือง จักรยานเช่านี้มีสถานีเป็นพันแห่งกระจายอยู่ทั่วทุกเส้นถนน หรือถ้าคุณไม่ใช่สิงห์นักปั่น ก็สามารถนั่งรถทัวร์สองชั้นแบบเปิดโล่งก็ได้

ไปเยือน Musée du Louvre พิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ภายนอกพิพิธภัณฑ์ดูโดดเด่นด้วยพีระมิดแก้วขนาดยักษ์ ส่วนภายในแสดงงานศิลปะจากหลายมุมโลก ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ ภาพวาดสีน้ำมันโมนาลิซา ของลีโอนาโด ดาวินชี เที่ยงนี้ฝากท้องไว้ที่ Les cafés de la pyramide ศูนย์อาหารภายในส่วนพีระมิดของพิพิธภัณฑ์ ที่แม้จะเป็นศูนย์อาหารแต่ก็รสชาติดีไม่ใช่เล่น

ในช่วงเช้าของวันที่ฟ้าใสแดดสวย มุ่งหน้าไปเยือนวิหาร Sacre-Coeur หรือชื่อภาษาไทยเรียกว่า “โบสถ์พระหฤทัย” ในย่าน Montmartre นี่เป็นวิหารทรงโดมสีขาวสร้างด้วยหินอ่อน ตั้งโดดเด่นอยู่บนยอดเขามงมาตร์มานานกว่าร้อยปีแล้ว โดยสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1914 จากด้านหน้าวิหารจะมองเห็นวิวเมืองปารีสกว้างไกลสุดลูกตา ปิดท้ายด้วยการเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอยในย่านมงมาตร์ ซึ่งจะมีร้านเบเกอรี่อบขนมสดๆใหม่ๆ ทุกเช้า กลิ่นหอมของขนมอบจะดึงดูดให้ทุกคนเข้าไปภายในร้าน อาทิ Au Grain de Folie ร้านเล็กๆที่มีเมนูพิเศษสำหรับผู้รักสุขภาพ ในบรรยากาศเหมือนอยู่บ้าน เดินเรื่อยไปจนถึงย่าน และเป็นย่านศิลปินที่มักเห็นบรรดาจิตกรน้อยใหญ่มานั่งวาดรูปขายกันอยู่เนืองๆ เดินเล่นเรื่อยไปจนถึงย่าน Pigalle ซึ่งเป็นที่ตั้งของย่านโคมเขียว และโรงละครมูแลงรูจอันเลื่องชื่อ

พอแดดร่มลมตกจึงมุ่งหน้าสู่ถนน Champs-Elysees ถนนที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกสายหนึ่ง ถนนสายนี้อัดแน่นไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนมชั้นนำ และร้านอาหารสุดหรู โดยมีประตูชัย ตั้งโดดเด่นเป็นศูนย์กลางของย่านนี้ ปิดท้ายมื้อค่ำที่ Leon de Bruxelles หนึ่งในร้านยอดนิยมสำหรับผู้ชื่นชอบอาหารทะเล ขึ้นชื่อเรื่องหอยแมลงภู่ตัวขนาดย่อมเปลือกสีดำบาง เนื้อหวาน อบเสิร์ฟเป็นหม้อ จะเลือกปรุงเป็นเมนูได้ตามใจชอบ

ถนน Champs-Elysees
Paris Flea Market at Porte de Clignancourt

เดินดูของขายของฝากแบบไม่รีบร้อน หากคุณชื่นชอบเดินตลาดนัด โดยทั่วไปแล้วตลาดนัดมักจะตั้งอยู่ตามชุมชน มีของขายทั้งอาหารการกิน พืชผักผลไม้ แต่หากชื่นชอบของเก่าเป็นพิเศษ ขอเชิญที่ Paris Flea Market at Porte de Clignancourt หรือชื่อที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า Les Puces de Saint-Ouen ที่นี่เป็นตลาดขายของเก่าที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง มีของสะสมและเฟอร์นิเจอร์โบราณอยู่มากมาย มื้อเที่ยงมาชิมรสมือแม่ชาวฝรั่งเศสแท้ๆที่ร้าน Café Constant อยู่ถัดจากหอไอเฟลไปเพียงสองบล็อก เมนูแนะนำจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆในราคาที่สมเหตุสมผล จานเด่นที่ไม่ควรลืมสั่งคือฟัวกราส์ กินกับขนมปังเนยและไข่ กินคู่กันตอนอุ่นๆ ฟินอย่าบอกใคร

แล้วจึงค่อยมุ่งหน้าสู่ Eiffel Tower สัญลักษณ์ของปารีส เรียกว่าใครไม่ได้มาเยือนที่นี่ ก็เหมือนมาไม่ถึงปารีส หอคอยนี้ออกแบบและสร้างโดยกุสตาฟ ไอเฟล ในปีค.ศ.1889 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในงาน Exposition Universelle และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของการปฏิวัติฝรั่งเศส หอนี้แบ่งออกเป็น 3 ชั้นด้วยกัน สูง 324 เมตร จะเดินขึ้นบันได หรือขึ้นลิฟต์ ก็ตามแต่สะดวก เพื่อไปดื่มด่ำกับบรรยากาศตะวันลับฟ้าบนหอไอเฟล จุดที่สามารถชมวิวหอไอเฟลได้ดีที่สุดคือที่ Palais de chaillot เพราะเป็นลานกว้างอยู่บนยอดเนินไม่ไกลจากหอไอเฟล ตรงนี้มักจะมีการแสดงเปิดหมวกของศิลปินอิสระมากมาย

 

ตื่นแต่เช้าเพื่อรับอากาศที่สดชื่น แล้วนั่งรถบัสออกไปนอกเมืองเพื่อเยี่ยมเยือน Château de Versailles อันเลื่องชื่อ พระเจ้าหลุยส์ที่14 โปรดให้สร้างขึ้นในปีค.ศ.1661 สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ภายในแบ่งเป็นห้องต่างๆ มากมาย ทุกห้องต่างตกแต่งด้วยเครื่องประดับงดงามตระการตาและภาพเขียนที่มีชื่อเสียง พระราชวังแห่งนี้สะท้อนถึงความรุ่งโรจน์ถึงขีดสุดของศิลปะฝรั่งเศสในคริสต์ศตวรรษที่ 17 อาณาบริเวณพระราชวังเป็นสวนกว้างใหญ่ ที่ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวและเป็นระเบียบ ปิดท้ายมื้อเย็นกันที่ Le Resto du Roy ร้านอาหารฝรั่งเศสสไตล์บิสโทรที่ตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณพระราชวัง ใช้เวลาเล่นถ่ายรูปกับสวนสวยๆ จนตกเย็นจึงค่อยกลับเข้าสู่ตัวเมือง

Château de Versailles
วันที่ 5
Centre Pompidou

วันนี้ไปดื่มด่ำกับงานศิลป์ในเมืองแห่งศิลปะ ด้วยการไปเยือนพิพิธภัณฑ์ชั้นยอดอีก 2 แห่ง ได้แก่ Musee d’Orsay อดีตของที่นี่คือสถานีรถไฟอันโอ่โถง ปัจจุบันเป็นสถานที่เก็บรวบรวมงานศิลปะชิ้นสำคัญของโลกในสไตล์ร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นงาประติมากรรม จิตรกรรม ภาพถ่าย รวมไปถึงของแต่งบ้านสไตล์อาร์ตนูโว อีกทั้งยังเป็นสถานที่รวมภาพวาดแนวอิมเพรสชันนิสระดับสุดยอดชิ้นเอกที่มากที่สุดในโลก

ในช่วงบ่ายจึงไปเยือนไปเยือน Centre Pompidou ศูนย์แสดงงานศิลปะสมัยใหม่ชื่อดัง ลักษณะของอาคารจะเปิดโล่งให้เห็นโครงสร้าง รูปร่างคล้ายเครื่องจักรขนาดใหญ่ อันเป็นภาพสะท้อนจากยุคอุตสาหกรรมในยุโรป ภายในอาคารเป็นศูนย์รวมแหล่งความรู้มากมาย เช่น ห้องสมุด หอศิลป์ ศูนย์ข้อมูลทั้งด้านศิลปะ ดนตรี และการแสดง บริเวณด้านนอกมักมีศิลปะจัดวางแบบ Installation และการแสดงเปิดหมวกของศิลปินรุ่นใหม่ๆ ที่มีอิสระแสดงออกในด้านความคิด และความรู้สึก

Place de la Concorde
Responsive image

เริ่มต้นวันดีๆ ด้วยการเดินเที่ยวชมเมือง ตั้งต้นกันที่ Opera Garnier โรงละครหรูหราที่สร้างถวายแด่จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 เดินเรื่อยไปจนถึง Hotel des Invalides อาคารรูปทรงคลาสสิกสูง 4 ชั้น โดดเด่นด้วยยอดโดมสีทอง ภายในยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอีก 2 แห่ง ได้แก่ Musee de I'Armee และ Musee de I'Ordre de la Liberation รับประทานมื้อเที่ยงราคาเบาๆ ที่ ร้านอาหารเวียดนาม Le Moi ที่อร่อยและจานโตทุกเมนู

อย่าลืมเกี่ยวมือคนใกล้ตัวไปคล้องกุญแจคู่รักที่สะพาน Pont des Arts สะพานข้ามแม่น้ำเป็นพยานแห่งความรัก ซึ่งมีคู่รักจำนวนมากมาคล้องกุญแจคู่รักกันที่นี่ แล้วไปชม Pont Alexandre III ที่ทอดข้ามแม่น้ำแซน เป็นสะพานต้นแบบของสะพานมัฆวานรังสรรค์ที่เชื่อมต่อถนนพระราชดำเนินตรงสู่ พระที่นั่งอนันตสมาคมในกรุงเทพมหานคร ครั้นช่วงบ่ายแก่ๆ เปลี่ยนบรรยากาศด้วยการลองไปล่องเรือใน Seine แม่น้ำสายหลักของกรุงปารีส ชื่นชมกับบรรยากาศชิลล์ๆ และความรุ่งเรืองของสถาปัตยกรรมโบราณ พร้อมทั้งได้ความรู้จากผู้บรรยายไปด้วย ในช่วงค่ำเดินชมเมืองที่ Place de la Concorde จัตุรัสที่เป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิสก์ แท่งหินรูปสี่เหลี่ยมที่มียอดเป็นทรงพีรามิด อายุกว่า 3,300 ปี สถานที่แห่งนี้นี่เองที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ถูกประหารชีวิตด้วยกิโยติน แล้วปิดท้ายวันที่ประตูชัย ขึ้นไปด้านบนเพื่อดูถนนหลักทั้ง 12 สายมาบรรจบกัน ชมสีสันยามค่ำคืนที่ระยิบระยับไปด้วยแสงไฟ

เช้าวันสุดท้าย ตื่นแต่เช้าเพื่อไปเยือน Sainte-Chapelle วิหารเก่าแก่สถาปัตยกรรมแบบกอทิก ภายในประดับด้วยกระจกสีสวยงาม แล้วทอดน่องไปเรื่อยๆจนถึง มหาวิหาร Notre Dame สถาปัตยกรรมที่เป็นสุดยอดและสมบูรณ์แบบ เป็นสัญลักษณ์แห่งปารีสยุคกลาง และความรุ่งโรจน์แห่งสถาปัตยกรรมกอทิก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1163 ในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่7 ภายนอกประดับประดาด้วยปูนปั้นนักบุญและตัวการ์กอยล์มากมาย ภายในวิจิตรบรรจงด้วยกระจกสีงดงาม บริเวณด้านหน้ามหาวิหาร มี Point Zero หรือหลักกิโลเมตรที่ 0 (สะดือปารีส) นี่เป็นจุดที่ใช้วัดระยะทางจากกรุงปารีสไปยังเมืองต่างๆ ทั่วประเทศฝรั่งเศส ว่ากันว่าหากใครได้เหยียบจุดนี้ จะได้กลับมาเยือนปารีสอีกครั้ง  

แวะรับประทานมื้อกลางวันที่ JET LAG ร้าน อาหารนานาชาติจำพวกเบอร์เกอร์ แซนด์วิชที่ตกแต่งแบบเก๋ไก๋ ราคาไม่แพง เดินต่อไปไม่ไกลจากมหาวิหาร จะมีแผงขายภาพวาด ภาพถ่าย โปสการ์ด และแผนที่สมัยโบราณ รวมไปถึงหนังสือมือสองเก่าๆ อยู่มากมาย อีกฝั่งของถนนเป็นที่ตั้งร้านหนังสือเก่าแก่อันลือชื่อนามว่า Shakespeare and Company แวะชมและหาซื้อหนังสือหายาก บางครั้งอาจค้นพบขุมทรัพย์ในร้านนี้ก็ได้ พักให้หายเหนื่อยแล้วจึงเตรียมตัวเดินทางกลับไทย

JET LAG

 

ข้อมูลปารีส
  • ภาษา   ฝรั่งเศส
  • เวลา   ช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง
  • สกุลเงิน   ยูโร (EUR) 
  • อัตราแลกเปลี่ยน   1EUR = 45.01 THB  (อัตราแลกเปลี่ยน ณ เดือนมีนาคม 2557)
  • ไฟฟ้า   230 โวลต์ ปลั๊กไฟส่วนใหญ่เป็นแบบขากลม 2 ขา ควรพกหัวแปลงปลั๊กไฟไปด้วย
  • วีซ่า   ต้องขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen visa) สามารถใช้เดินทางท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศความตกลงเชงเก้น 25 ประเทศ ได้สูงสุดไม่เกิน 90 วัน ภายในช่วงเวลา 6 เดือน การขอวีซ่าต้องยื่นขอผ่านบริษัท TLScontact ซึ่งได้รับสิทธิในการให้ข้อมูลและรับคำร้องขอวีซ่าจากสถานทูตฝรั่งเศส โดยลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.tlscontact.com หรือยื่นขอวีซ่ากับสถานทูตฝรั่งเศสโดยตรง จะต้องนัดหมายล่วงหน้าทางโทรศัพท์ หมายเลข 02-6963888 ในวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.30 น.-16.30 น.
Tips
  1. ปารีสถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างปลอดภัยในด้านอาชญากรรม แต่อย่างไรก็ควรระมัดระวังการล้วงกระเป๋า และกระชากกระเป๋าที่อาจเกิดขึ้นในที่พลุกพล่าน โดยเฉพาะในย่าน Montmartre , Eiffel Tower , Centre Pompidou และรถไฟใต้ดินในชั่วโมงเร่งด่วน นักท่องเที่ยวผู้หญิงควรเลี่ยงการเดินทางคนเดียวตอนกลางคืน และตามถนนหนทางที่มืดๆ ควรใช้แผนที่เล็กๆ แทนแผนที่แบบพับได้ และอย่าใส่กางเกงขาสั้นซึ่งทำให้ดูออกได้ง่ายว่าเป็นนักท่องเที่ยว
  2. ร้าน ค้าทั่วไปจะเปิดทำการในช่วง 9.00 - 18.00 น. วันจันทร์ - วันเสาร์ แต่วันอาทิตย์ซึ่งนับเป็นวันพักผ่อน ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าจะหยุดทำการ จะมีแต่ร้านในย่าน Le Marais เท่านั้นที่ยังเปิดให้บริการ
  3. พก ขวดใส่น้ำติดตัวไว้เสมอ เพราะน้ำดื่มที่ฝรั่งเศสราคาแพงจนซื้อบ่อยๆ ไม่ลง อีกทั้งก๊อกน้ำสาธารณะที่ใช้ดื่มได้ และได้รับรองมาตรฐานอย่างดีนั้นมีอยู่ไม่มาก และแต่ละแห่งอยู่ห่างไกลกันพอสมควร
  4. ถ้าใครที่อยากจะประหยัดงบเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ในวันอาทิตย์แรกของแต่ละเดือนพิพิธภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงพิพิธภัณฑ์ระดับโลกอย่าง Musée du Louvre จะเปิดให้เข้าชมฟรี ลองจัดโปรแกรมตะลอนทัวร์พิพิธภัณฑ์เอาไว้ในวันดังกล่าวก็ช่วยทุ่นเงินไปได้หลายพันบาทเลยทีเดียว
  5. ปารีสมีจุดบริการรถจักรยานนับร้อยๆ จุด เรียกว่ารถ Velib สามารถพบเจอได้อยู่ทั่วเมือง วิธีเช่าจักรยานคือจะต้องมีบัตรเครดิตที่มีวงเงินเกิน 100 ยูโร ก็สามารถเช่าจักรยานไปใช้ได้แล้ว สามารถยืมจากสถานีหนึ่งไปคืนอีกสถานีหนึ่งก็ได้ ดูรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ www.velib.paris.fr
ค่าเดินทาง 5,000 บาท
ค่าที่พัก 17,000 บาท
ค่าอาหาร 14,000 บาท
ค่าเข้าชมสถานที่ 5,000 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 2,709 บาท
ซิกน่า ประกันการเดินทาง เริ่มต้น 480 บาท

รวมค่าใช้จ่าย
45,000 บาท/คน*

*ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตามข้อมูลทางสถิติที่บริษัทเก็บรวบรวมสิ้นสุด ณ เดือน พฤษภาคม 2557 ข้อมูลทั้งหมดที่ใช้ในแพลนการท่องเที่ยวนี้ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซิกน่า จำกัด มหาชน ผู้ใดทำการปรับเปลี่ยนแก้ไข หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาติจากบริษัท บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการฟ้องร้องค่าเสียหายจากการนำไปใช้ดังกล่าว
 

แผนประกันแนะนำ

แผนประกัน
การเดินทาง

ประกันการเดินทางต่างประเทศ
ทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

แพลนการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง