TH Thai

เที่ยวหรู กินอยู่อย่างราชา

เมืองลอนดอน อังกฤษ 7 วัน 6 คืน
 
เที่ยวหรู กินอยู่อย่างราชา เมืองลอนดอน อังกฤษ 7 วัน 6 คืน

สัมผัสชีวิตในฝันดั่งราชวงศ์อังกฤษ ซื้อหาสินค้า Royal Warrant ชิมร้านอาหารอร่อยระดับโลก มีเพียงลอนดอน เท่านั้นที่มอบประสบการณ์สุดเอกซ์คลูซีฟเช่นนี้ให้เราได้

Oxford Street
Selfridges ห้างสรรพสินค้า

ทักทายทริป เที่ยวอังกฤษ แบบเบาๆ วันแรกด้วยการช็อปปิ้งที่ Oxford Street ถนนเส้นยาวที่มีห้างสรรพสินค้าเรียงรายอยู่เป็นทิว  โดยเฉพาะ Selfridges ห้าง สรรพสินค้ามหึมาที่เดินทั้งวันก็ไม่หมด แต่ที่ห้ามพลาดคือ แผนกรองเท้าที่สวยงามและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อนจะเดินไปช็อปต่อที่ถนนสุดหรู Bond Street ที่เรียงรายด้วยร้านแบรนด์เนมชื่อดัง  หากหิวแล้วแวะมาเติมพลังที่ Pollen Street Social ร้านดังของเชฟอังกฤษ Jason Atherton เมนูที่นี่มี 3 อย่างให้เลือก ระหว่างเบอร์เกอร์เนื้อ กุ้งล็อบสเตอร์ และแซนด์วิชไส้กุ้งล็อบสเตอร์ผัดซอสญี่ปุ่น รับรองว่าอร่อยทุกจาน

ปิดท้ายวันนี้ด้วยการชมวิวยามอาทิตย์อัสดงที่แม่น้ำเทมส์ (River Thames) แม่น้ำที่ไหลผ่านลอนดอน ทิปในการถ่ายภาพให้สวยคือ ต้องยืนบน Westminster Bridge ระหว่างเสาต้นที่ 3 และ 4 กล้องจะจับภาพอันสวยงามของอาคาร Houses of Parliament และหอนาฬิกา Big Ben ไว้ได้หมด จากนั้นขึ้นไปชมวิวแหล่งท่อง เที่ยวลอนดอน แบบมุมสูง London Eye แบบเอกซ์คลูซีฟด้วยบริการเสิร์ฟแชมเปญรสเลิศระหว่างชมทิวทัศน์ยามอาทิตย์อัสดง  

Houses of Parliament

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วย Egg Benedict รสนุ่มละมุนลิ้น ที่ The Wolseley ร้านนี้ต้องจองล่วงหน้านานหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่ากับความพยายามแน่นอน  จากนั้นนั่งรถไฟออกไปนอกเมืองเพื่อไปช็อปปิ้งที่ Bicester Village เมืองเอ๊าต์เล็ตที่ใหญ่ที่สุด มีแบรนด์เนมมากกว่า 130 ร้านค้า เปิดขายตามห้องต่างๆที่ตกแต่งหน้าร้านให้ดูเหมือนบ้านเป็นหลังๆ จึงทำให้เหมือนเดินช็อปปิ้งอยู่ในหมู่บ้าน ร้านรวงขนาดย่อม ให้ความรู้สึกสนุกสนานและน่ารักด้วยสีสันของบ้านแต่ละหลัง แฟน Prada อาจเป็นลมถ้าเห็นขนาดช็อป เพราะใหญ่โตและมีสินค้าหลากรุ่นหลายแบบ นอกจากนั้นยังมีแบรนด์ดังๆ อย่าง Vivienne Westwood, Gucci, Jimmy Choo และอีกหลายแบรนด์ ขนมาลดกระหน่ำ แต่ถ้าใครอยากได้ส่วนลดเพิ่ม ให้เข้าเว็บไซต์แล้วซื้อแพ็คเกจ จะได้เพิ่มอีก 10% หากเดินจนหมดแรง แนะนำให้จัดของหนักที่ร้าน Busaba Eathai ร้านอาหารไทยที่โด่งดัง ถ้าอยากได้รสจัดก็สามารถแจ้งได้ ก่อนนั่งรถไฟกลับเข้าเมือง ตกค่ำลองแวะไปเดินเล่นที่ John Lewis ห้างสรรพสินค้าที่เด่นเรื่องของแต่งบ้านและของที่ระลึกของเมืองและราชวงศ์      

The Wolseley
Trafalgar Square จัตุรัส

เช้าวันที่สามนี้ ไปชม Trafalgar Square จัตุรัสกว้างที่มี Nelson Column ที่เที่ยวที่เป็นหลักกิโลเมตรที่ 0 ของลอนดอน ก่อนเดินต่อไปที่ Piccadilly Circus เจ้าของฉายา 5th Avenue of London  จุดถ่ายรูปหลักคืออนุสาวรีย์เทพธิดาแห่งศาสนาคริสต์ที่อยู่ตรงกลาง  จากนั้นแนะนำให้แวะไปช็อปปิ้งและถ่ายรูปกับตึกสูงสไตล์วิกตอเรียที่ Regent Street  และที่ห้ามพลาดคือ Liberty ห้างสรรพสินค้าในบ้านทรงทิวดอร์ ที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าเอ่ยชมกันไม่ขาดปาก โดยเฉพาะแผนกเครื่องเขียน และผ้าพันคอที่มีให้เลือกจนจุใจ

จากนั้นไปต่อกันที่ Jermyn Street ที่ มีร้านเสื้อผ้าสำหรับคุณผู้ชายฝีมือคัตติ้งสุดเนี้ยบ หลายร้านมีตราราชวงศ์ติดอยู่หน้าร้าน เป็นการรับประกันว่าฝีมือขนาดระดับราชวงศ์ยังยอมรับ ส่วนสาวๆ สามารถแวะชมร้านน้ำหอมและเครื่องหอมต่างๆ ที่ร้าน Floris ตกเย็นแนะนำให้แวะไป La Petite Maison ร้านอาหารฝรั่งเศสชื่อดังที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 20 ร้านอาหารชื่อดังของการ เที่ยวลอนดอน เมนูห้ามพลาดคือ ขาแกะย่าง Gigot d'agneau de lait 'pyrenées'

Jermyn Street ร้านเสื้อผ้าสำหรับคุณผู้ชาย

ช่วงเช้าออกไปเดินชมตลาดบน Portabello Road อีกหนึ่งแหล่งช็อปปิ้งชื่อดังของเมืองที่มีเสื้อผ้าวินเทจให้เลือกซื้อมากมาย เดินต่อไปอีกนิดยังมีถนนน่าสนใจอีก 2 สาย ให้ได้หลบหลีกความวุ่นวาย ไปสัมผัสบรรยากาศเก๋ๆ ที่ Westbourne Park และ Ledbury ถนน สายกว้างซึ่งตัดกับ Portabello Road นี้ เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนมดังรวมตัวกันเปิดเป็นช็อปตามบ้านดูน่ารักไปอีก แบบ ร้านแรกที่แนะนำคือ Oxfam ที่นำสินค้าแบรนด์เนมซึ่งได้รับการบริจาคมาขายต่อในราคาแสนถูก ร้าน 202  ขายเสื้อผ้ารวมแบรนด์ที่เก๋เพราะมีคาเฟ่อยู่ในร้านอีกด้วย
 

จากนั้นแวะกินมื้อเย็นกันที่ Yauatcha ร้านอาหารจีนฟิวชั่น บรรยากาศในร้านตกแต่งทันสมัย แม้แต่ยูนิฟอร์มพนักงานยังออกแบบโดยคอสตูมดีไซเนอร์ของหนังดัง Crouching Tiger Hidden Dragon ห้ามพลาด Yauatcha Signature Dim Sum เซ็ตที่ประกอบไปด้วยติ่มซำ เกี๊ยวห่อไส้ซีฟู๊ด ก๋วยเตี๋ยวหลอด และเป็ดอโรมาติก

แหล่งช๊อปปิ้ง Portabello Road
Victoria and Albert Museum พิพิธภัณฑ์

เริ่มต้นด้วยการชมศิลปะเคล้าดนตรี แถมมีแชมเปญฟรีให้จิบที่ Victoria and Albert Museum ก่อนจะเดินทางไปที่ Kensington Palace พระราชวังอันเคยเป็นที่ประทับแห่งสุดท้ายของเจ้าหญิงไดอาน่า  ด้านหน้าเป็นสวนดอกไม้แข่งกันอวดสีสัน และอย่าลืมเล่นเกมตามหาเจ้าหญิงทั้ง 7  ปิดท้ายด้วยการช็อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า Harrods สินค้าถูกจัดแบ่งเป็นห้องๆ เช่น ห้องน้ำหอม ห้องกระเป๋าแบรนด์เนม ห้องนาฬิกา หรือห้องเครื่องประดับ เดินช็อปปิ้งที่นี่ เหมือนเดินช็อปปิ้งอยู่ในพระราชวัง เพราะการตกแต่งแต่ละห้องช่างหรูหราอลังการ โดยเฉพาะโถงบันไดเลื่อนที่เป็นสถาปัตยกรรมโรมันผสมบันไดเลื่อนสไตล์อียิปต์ แถมเดินอีกนิดก็จะถึงห้างสรรพสินค้า Harvey Nichols บนถนน Knightsbridge  เดินช็อปปิ้งที่นี่ให้บรรยากาศเหมือนเดินบนแคทวอล์ก ลูกค้าน้อยแต่เป็นระดับเอกซ์คูลซีฟ สินค้าและแบรนด์ดังมีให้เลือกหลากหลาย แฟชั่นเปรี้ยวล้ำมากกว่าห้างฯเพื่อนบ้าน หลายยี่ห้อเป็นดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่มาแรง ถึงแม้ไม่ได้ซื้อของแต่ก็กลับออกมาด้วยอาการอิ่มอกอิ่มใจอารมณ์คล้ายๆได้ชมงานศิลปะสมัยใหม่ ถ้าเดินไปเริ่มหิวแนะนำให้ลองชิมอาหารที่ The Fifth Floor ชั้น 5  ช่วงหน้าร้อนยังออกไปนั่งอาบแดดชมวิวลอนดอนได้สบายๆ  แต่ถ้ายังพอทนไหว ลองแวะไปกินดินเนอร์สุดหรู Dinner by Heston Blumenthal เมนูของหวานห้ามพลาดคือ Tipsy Cake  อันเป็น signature dish ของร้าน 

 

Windsor Castle

วันนี้เราจะออกนอกเมืองเพื่อชม Windsor Castle พระราชวังที่พักผ่อนของควีน ถ้าเห็นธงอังกฤษปักเหนือปราสาท แปลว่าควีนประทับอยู่ที่นี่ พระราชวังนี้เปิดให้เข้าชมบางส่วน ลานรถไฟมีร้านค้าให้ช็อปปิ้ง และบริเวณรอบๆ ให้อารมณ์เหมือนเดินอยู่ที่โรงเรียนฮ็อกวอร์ตส์ของแฮรี่ พอตเตอร์เลย  ช่วงบ่ายกลับเข้าเมืองเพื่อไปเที่ยวย่านพลุกพล่านอย่าง Soho แวะเดินถ่ายรูปเล่นที่ Soho Square จัตุรัสเล็กๆที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวโซโห ถ่ายรูปกับบ้านเล็กๆทรงทิวดอร์ซึ่งเดิมเคยเป็นหลุมหลบภัยหนีระเบิดช่วงสงครามโลกครั้งที่สองของคนในย่าน และรูปปั้นของพระเจ้าชาร์ลส์ที่สองตั้งตระหง่านตรงกลางสวน  จากนั้นข้ามมาเดินชมเยาวราชในลอนดอน Chinatown แล้วแวะกินมื้อเย็นให้อิ่มท้องที่ Four Season ร้านเป็ดเจ้าดังระดับตำนาน เมนูห้ามพลาดหนีไม่พ้นเป็ดย่างหนังกรอบที่ถือได้ว่าเป็นเป็ดย่างที่อร่อยที่สุดในโลก

Apple Market and Jubilee Market
Jubilee Market

วันสุดท้าย เรามาเริ่มต้นกันที่ย่าน Covent Garden เดินชมสองตลาดดัง Apple Market และ Jubilee Market รวมถึง Covent Garden Piazza ที่นี่มีร้านค้าน่าสนใจมากมาย อาทิ Benjamin Pollocks Toyshop ที่ขายเฉพาะของเล่น เน้นตุ๊กตาหุ่นกระบอก  ร้าน Ladurée  ร้านมาการองแสนอร่อย  เหมาะสำหรับเป็นของฝากจริงๆ  หากใครยังพอมีเวลาเหลือๆ

ในช่วงบ่ายห้ามพลาดคือ การแวะจิบกาแฟที่ Monmouth Coffee Company ร้านกาแฟที่คิวยาวที่สุดแห่งหนึ่ง  ก่อนแวะไปถ่ายรูปที่ Seven Dials แยกดาว 7 แฉกอันเป็นแหล่งชุมนุมของลอนดอนเนอร์ หากเริ่มหิว แนะนำให้สั่งลาการ เที่ยวอังกฤษ ด้วยการสั่งฟิชแอนด์ชิปจากร้านดัง Rock and Sole Plaice ก่อนกลับบ้านด้วยความประทับใจสุดๆ

Covent Garden
ข้อมูลลอนดอน
  • ภาษา   อังกฤษ 
  • เวลา  เวลาช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง ช่วง Day Light Saving (เมษายน - ตุลาคม) และช้ากว่า 7 ชั่วโมง ถ้าไม่ใช่ช่วง Day Light Saving
  • สกุลเงิน  ปอนด์สเตอลิ่งหรือปอนด์  (GBP / £)
  • อัตราแลกเปลี่ยน  £1 = 53.5 THB  (อัตราแลกเปลี่ยน ณ เดือนมีนาคม 2557)
  • ไฟฟ้า  230/240 โวลต์ แต่ใช้ปลั๊กสามขา หัวเหลี่ยม
  • วีซ่า  สามารถ ยื่นขอวีซ่าผ่าน  VFS  ชั้น 1 รีเจ้นท์เฮ้าส์ 183 ถนนราชดำริ ลุมพินี กรุงเทพ 10330  วันจันทร์ถึงวันศุกร์ 10:00-16:00  (www.vfs-uk-th.com)
Tips
  1. การให้ทิปไม่ใช่วัฒนธรรมของชาติอังกฤษ ขึ้นอยู่กับความพอใจต่อบริการและอาหารของร้าน อัตราอยู่ที่ 10 – 15% แต่ถ้าร้านไหนบวกค่าบริการเข้าไปแล้ว เช่น Service Charge หรือ Discretionary Charge ก็ไม่จำเป็นต้องให้ทิปเพิ่ม ดูได้จากใบเสร็จที่เรียกเก็บเงิน
  2. หากไปเยือนห้าง Harrods แล้ว อย่าลืมสมัคร Harrods Reward Cards ไว้สักใบ ติดกระเป๋าไว้ก็ดูหรู แถมไม่มีวันหมดอายุ ทุกปอนด์ที่จ่ายไปจะเปลี่ยนเป็นคะแนนสะสม มีสิทธิประโยชน์ให้เมื่อช็อปถึง 500 ปอนด์ ที่สำคัญที่สุดอย่าลืมขอภาษีคืน ใครมีข้อมูลอยู่ในระบบแล้ว ใช้เวลาเพียง 5 นาทีก็เสร็จ
  3. Harrods Annual Sale เทศกาลลดราคาประจำปีของห้าง Harrods นี้มี 2 ครั้ง ในเดือนมกราคม และกรกฎาคม งานเปิดอลังการทุกครั้งด้วยการตัดริบบิ้นของเซเลบชื่อดัง ใครผ่านไปมาช่วงนี้อย่าพลาดงานเซลครั้งยิ่งใหญ่ของลอนดอน
  4. เวลา ช็อปปิ้งใน Duty Free ควรทำสำเนาหน้าหนังสือเดินทางติดตัวไว้ เผื่อเจ้าหน้าที่ของร้านค้าขอดูเอกสาร หรือพกหนังสือเดินทางกับตัวเรา หากมั่นใจว่าจะไม่ทำหาย
  5. จุดคืนภาษีจะมีแจ้งในซองเอกสาร Global Blue Tax Free ที่ได้รับตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป ตรวจสอบจุดคืนภาษีให้ดีก่อนวันกลับ เพื่อที่จะได้เผื่อเวลาช็อปปิ้งใน Duty Free ได้ถูกต้อง
  6. การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเรื่องสำคัญมาก สำหรับทุกคน ไม่ใช่แต่เฉพาะนักช็อปเท่านั้น เพราะภาษีมูลค่าเพิ่มของอังกฤษนั้นสูงถึง 20%  ขั้นตอนอาจดูยุ่งยาก แต่ถ้าผ่านไปได้จะรู้สึกคุ้มค่ากับการรอคอย เพราะเงินสดๆจะลอยเข้ามาในกระเป๋า ดังนั้นก่อนซื้อสินค้าสอบถามพนักงานขายให้ดี จะได้เปรียบเทียบราคาได้ถูกต้อง เลยแนะนำให้รวมใบเสร็จกันตอนขอคืนภาษีในห้างสรรพสินค้า จะได้เพิ่มมูลค่าและได้คืนภาษีมากขึ้น 
ค่าเดินทาง 10,000 บาท
ค่าที่พัก 59,000 บาท
ค่าอาหาร 20,000 บาท
ค่าเข้าชมสถานที่ 4,000 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 5,709 บาท
ซิกน่า ประกันการเดินทาง เริ่มต้น 480 บาท

รวมค่าใช้จ่าย
100,000 บาท/คน*

*ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตามข้อมูลทางสถิติที่บริษัทเก็บรวบรวมสิ้นสุด ณ เดือน พฤษภาคม 2557 ข้อมูลทั้งหมดที่ใช้ในแพลนการท่องเที่ยวนี้ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซิกน่า จำกัด มหาชน ผู้ใดทำการปรับเปลี่ยนแก้ไข หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาติจากบริษัท บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการฟ้องร้องค่าเสียหายจากการนำไปใช้ดังกล่าว
 

แผนประกันแนะนำ

แผนประกัน
การเดินทาง

ประกันการเดินทางต่างประเทศ
ทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

แพลนการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง