TH Thai

เที่ยวหรู กินอยู่อย่างราชา

เมืองลอนดอน อังกฤษ 5 วัน 4 คืน
 
เที่ยวหรู กินอยู่อย่างราชา อังกฤษ 5 วัน 4 คืน

สัมผัสชีวิตในฝันดั่งราชวงศ์อังกฤษ ซื้อหาสินค้า Royal Warrant ชิมร้านอาหารอร่อยระดับโลก มีเพียงลอนดอน เท่านั้นที่มอบประสบการณ์สุดเอกซ์คลูซีฟเช่นนี้ให้เราได้

London Eye
Oxford Street

ทักทายอังกฤษแบบเบาๆ วันแรกด้วยการช็อปปิ้งที่ Oxford Street ถนนเส้นยาวที่มีห้างสรรพสินค้าเรียงรายอยู่เป็นทิว  โดยเฉพาะ Selfridges ห้างสรรพสินค้ามหึมาที่เดินทั้งวันก็ไม่หมด แต่ที่ห้ามพลาดคือ แผนกรองเท้าที่สวยงามและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อนจะเดินไปช็อปต่อที่ถนนสุดหรู Bond Street ที่เรียงรายด้วยร้านแบรนด์เนมชื่อดัง  หากหิวแล้วแวะมาเติมพลังที่ Pollen Street Social ร้านดังของเชฟอังกฤษ Jason Atherton เมนูที่นี่มี 3 อย่างให้เลือก ระหว่างเบอร์เกอร์เนื้อ กุ้งล็อบสเตอร์ และแซนด์วิชไส้กุ้งล็อบสเตอร์ผัดซอสญี่ปุ่น รับรองว่าอร่อยทุกจาน

ปิดท้ายวันนี้ด้วยการชมวิวยามอาทิตย์อัสดงที่แม่น้ำเทมส์ (River Thames) แม่น้ำที่ไหลผ่านลอนดอน ทิปในการถ่ายภาพให้สวยคือ ต้องยืนบน Westminster Bridge ระหว่างเสาต้นที่ 3 และ 4 กล้องจะจับภาพอันสวยงามของอาคาร Houses of Parliament และหอนาฬิกา Big Ben ไว้ได้หมด จากนั้นขึ้นไปชมวิวลอนดอนแบบมุมสูงบน London Eye แบบเอกซ์คลูซีฟด้วยบริการเสิร์ฟแชมเปญรสเลิศระหว่างชมทิวทัศน์ยามอาทิตย์อัสดง  

Houses of Parliament, Big Ben

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วย Egg Benedict รสนุ่มละมุนลิ้น ที่ The Wolseley ร้านนี้ต้องจองล่วงหน้านานหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่ากับความพยายามแน่นอน  จากนั้นนั่งรถไฟออกไปนอกเมืองเพื่อไปช็อปปิ้งที่ Bicester Village เมืองเอ๊าต์เล็ตที่ใหญ่ที่สุด มีแบรนด์เนมมากกว่า 130 ร้านค้า เปิดขายตามห้องต่างๆที่ตกแต่งหน้าร้านให้ดูเหมือนบ้านเป็นหลังๆ จึงทำให้เหมือนเดินช็อปปิ้งอยู่ในหมู่บ้าน ร้านรวงขนาดย่อม ให้ความรู้สึกสนุกสนานและน่ารักด้วยสีสันของบ้านแต่ละหลัง แฟน Prada อาจเป็นลมถ้าเห็นขนาดช็อป เพราะใหญ่โตและมีสินค้าหลากรุ่นหลายแบบ นอกจากนั้นยังมีแบรนด์ดังๆ อย่าง Vivienne Westwood, Gucci, Jimmy Choo และอีกหลายแบรนด์ ขนมาลดกระหน่ำ แต่ถ้าใครอยากได้ส่วนลดเพิ่ม ให้เข้าเว็บไซต์แล้วซื้อแพ็คเกจ จะได้เพิ่มอีก 10% หากเดินจนหมดแรง แนะนำให้จัดของหนักที่ร้าน Busaba Eathai ร้านอาหารไทยที่โด่งดัง ถ้าอยากได้รสจัดก็สามารถแจ้งได้ ก่อนนั่งรถไฟกลับเข้าเมือง ตกค่ำลองแวะไปเดินเล่นที่ John Lewis ห้างสรรพสินค้าที่เด่นเรื่องของแต่งบ้านและของที่ระลึกของเมืองและราชวงศ์   

Bicester Village
Liberty

จุดหมายแรกของเราวันนี้ ไปเดินเล่นชม Trafalgar Square จัตุรัสกว้างที่มี Nelson Column หลักกิโลเมตรที่ 0 ของลอนดอน ก่อนเดินต่อไปที่ Piccadilly Circus เจ้าของฉายา 5th Avenue of London  จุดถ่ายรูปหลักคืออนุสาวรีย์เทพธิดาแห่งศาสนาคริสต์ที่อยู่ตรงกลาง  จากนั้นแนะนำให้แวะไปช็อปปิ้งและถ่ายรูปกับตึกสูงสไตล์วิกตอเรียที่ Regent Street  และที่ห้ามพลาดคือ Liberty ห้างสรรพสินค้าในบ้านทรงทิวดอร์ ที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าเอ่ยชมกันไม่ขาดปาก โดยเฉพาะแผนกเครื่องเขียน และผ้าพันคอที่มีให้เลือกจนจุใจ

จากนั้นไปต่อกันที่ Jermyn Street ที่ มีร้านเสื้อผ้าสำหรับคุณผู้ชายฝีมือคัตติ้งสุดเนี้ยบ หลายร้านมีตราราชวงศ์ติดอยู่หน้าร้าน เป็นการรับประกันว่าฝีมือขนาดระดับราชวงศ์ยังยอมรับ ส่วนสาวๆ สามารถแวะชมร้านน้ำหอมและเครื่องหอมต่างๆ ที่ร้าน Floris ตกเย็นแนะนำให้แวะไป La Petite Maison ร้านอาหารฝรั่งเศสชื่อดังที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 20 ร้านอาหารดังของลอนดอน เมนูห้ามพลาดคือ ขาแกะย่าง Gigot d'agneau de lait 'pyrenées'

La Petite Maison

ช่วงเช้าออกไปเดินชมตลาดบน Portabello Road อีกหนึ่งแหล่งช็อปปิ้งชื่อดังของเมืองที่มีเสื้อผ้าวินเทจให้เลือกซื้อมากมาย เดินต่อไปอีกนิดยังมีถนนน่าสนใจอีก 2 สาย ให้ได้หลบหลีกความวุ่นวาย ไปสัมผัสบรรยากาศเก๋ๆ ที่ Westbourne Park และ Ledbury ถนนสายกว้างซึ่งตัดกับ Portabello Road นี้ เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนมดังรวมตัวกันเปิดเป็นช็อปตามบ้านดูน่ารักไปอีกแบบ ร้านแรกที่แนะนำคือ Oxfam ที่นำสินค้าแบรนด์เนมซึ่งได้รับการบริจาคมาขายต่อในราคาแสนถูก ร้าน 202  ขายเสื้อผ้ารวมแบรนด์ที่เก๋เพราะมีคาเฟ่อยู่ในร้านอีกด้วย  

ก่อนจะแวะกินมื้อเย็นกันที่ Yauatcha ร้านอาหารจีนฟิวชั่น บรรยากาศในร้านตกแต่งทันสมัย แม้แต่ยูนิฟอร์มพนักงานยังออกแบบโดยคอสตูมดีไซเนอร์ของหนังดัง Crouching Tiger Hidden Dragon ห้ามพลาด Yauatcha Signature Dim Sum เซ็ตที่ประกอบไปด้วยติ่มซำ เกี๊ยวห่อไส้ซีฟู๊ด ก๋วยเตี๋ยวหลอด และเป็ดอโรมาติก

Portabello Road
Kensington Palace

เช้าวันสุดท้าย เริ่มต้นด้วยการชมศิลปะเคล้าดนตรี แถมมีแชมเปญฟรีให้จิบที่ Victoria and Albert Museum ก่อนจะเดินทางไปที่ Kensington Palace พระราชวังอันเคยเป็นที่ประทับแห่งสุดท้ายของเจ้าหญิงไดอาน่า  ด้านหน้าเป็นสวนดอกไม้แข่งกันอวดสีสัน และอย่าลืมเล่นเกมตามหาเจ้าหญิงทั้ง 7  ปิดท้ายด้วยการช็อปปิ้งส่งท้ายที่ห้างสรรพสินค้า Harrods เดินอีกนิดก็จะถึงห้างสรรพสินค้า Harvey Nichols บนถนน Knightbridge  

แวะกินอาหารสุดหรูเป็นการส่งท้ายที่ Dinner by Heston Blumenthal เมนูของหวานห้ามพลาดคือ Tipsy Cake อันเป็น signature dish ของร้าน ก่อนโบกมือลาเมืองผู้ดีอย่างอิ่มอกอิ่มใจ แต่สำหรับคนที่มีเวลาเฉพาะช่วงเช้า แนะนำให้แวะไป Harrods ห้างสรรพสินค้าสุดอลังการทั้งการตกแต่งและสินค้าในร้าน โดยเฉพาะห้อง Louis Vuitton แบรนด์ยอดฮิตของสาวไทย ที่ราคาถูกกว่าบ้านเราประมาณ 20-25% ก่อนจะเดินทางกลับบ้านอย่างฟินสุดๆ

ข้อมูลลอนดอน
  • ภาษา   อังกฤษ 
  • เวลา  เวลาช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง ช่วง Day Light Saving (เมษายน - ตุลาคม) และช้ากว่า 7 ชั่วโมง ถ้าไม่ใช่ช่วง Day Light Saving
  • สกุลเงิน  ปอนด์สเตอลิ่งหรือปอนด์  (GBP / £)
  • อัตราแลกเปลี่ยน  £1 = 53.5 THB  (อัตราแลกเปลี่ยน ณ เดือนมีนาคม 2557)
  • ไฟฟ้า  230/240 โวลต์ แต่ใช้ปลั๊กสามขา หัวเหลี่ยม
  • วีซ่า  สามารถ ยื่นขอวีซ่าผ่าน  VFS  ชั้น 1 รีเจ้นท์เฮ้าส์ 183 ถนนราชดำริ ลุมพินี กรุงเทพ 10330 วันจันทร์ถึงวันศุกร์ 10:00-16:00 (www.vfs-uk-th.com)
Tips
  1. การให้ทิปไม่ใช่วัฒนธรรมของชาติอังกฤษ ขึ้นอยู่กับความพอใจต่อบริการและอาหารของร้าน อัตราอยู่ที่ 10 – 15% แต่ถ้าร้านไหนบวกค่าบริการเข้าไปแล้ว เช่น Service Charge หรือ Discretionary Charge ก็ไม่จำเป็นต้องให้ทิปเพิ่ม ดูได้จากใบเสร็จที่เรียกเก็บเงิน
  2. หากไปเยือนห้าง Harrods แล้ว อย่าลืมสมัคร Harrods Reward Cards ไว้สักใบ ติดกระเป๋าไว้ก็ดูหรู แถมไม่มีวันหมดอายุ ทุกปอนด์ที่จ่ายไปจะเปลี่ยนเป็นคะแนนสะสม มีสิทธิประโยชน์ให้เมื่อช็อปถึง 500 ปอนด์ ที่สำคัญที่สุดอย่าลืมขอภาษีคืน ใครมีข้อมูลอยู่ในระบบแล้ว ใช้เวลาเพียง 5 นาทีก็เสร็จ
  3. Harrods Annual Sale เทศกาลลดราคาประจำปีของห้าง Harrods นี้มี 2 ครั้ง ในเดือนมกราคม และกรกฎาคม งานเปิดอลังการทุกครั้งด้วยการตัดริบบิ้นของเซเลบชื่อดัง ใครผ่านไปมาช่วงนี้อย่าพลาดงานเซลครั้งยิ่งใหญ่ของลอนดอน
  4. เวลาช็อปปิ้งใน Duty Free ควรทำสำเนาหน้าหนังสือเดินทางติดตัวไว้ เผื่อเจ้าหน้าที่ของร้านค้าขอดูเอกสาร หรือพกหนังสือเดินทางกับตัวเรา หากมั่นใจว่าจะไม่ทำหาย
  5. จุดคืนภาษีจะมีแจ้งในซองเอกสาร Global Blue Tax Free ที่ได้รับตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป ตรวจสอบจุดคืนภาษีให้ดีก่อนวันกลับ เพื่อที่จะได้เผื่อเวลาช็อปปิ้งใน Duty Free ได้ถูกต้อง
  6. การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับทุกคน ไม่ใช่แต่เฉพาะนักช็อปเท่านั้น เพราะภาษีมูลค่าเพิ่มของอังกฤษนั้นสูงถึง 20%  ขั้นตอนอาจดูยุ่งยาก แต่ถ้าผ่านไปได้จะรู้สึกคุ้มค่ากับการรอคอย เพราะเงินสดๆจะลอยเข้ามาในกระเป๋า ดังนั้นก่อนซื้อสินค้าสอบถามพนักงานขายให้ดี จะได้เปรียบเทียบราคาได้ถูกต้อง เลยแนะนำให้รวมใบเสร็จกันตอนขอคืนภาษีในห้างสรรพสินค้า จะได้เพิ่มมูลค่าและได้คืนภาษีมากขึ้น 
ค่าเดินทาง 8,000 บาท
ค่าที่พัก 39,000 บาท
ค่าอาหาร 25,000 บาท
ค่าเข้าชมสถานที่ 2,000 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 4,763 บาท
ซิกน่า ประกันการเดินทางรายเที่ยว เริ่มต้น 395 บาท ประกันเดินทางรายปี เริ่มต้น 2,683 บาท

รวมค่าใช้จ่าย
80,000 บาท/คน*

*ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตามข้อมูลทางสถิติที่บริษัทเก็บรวบรวมสิ้นสุด ณ เดือน พฤษภาคม 2557 ข้อมูลทั้งหมดที่ใช้ในแพลนการท่องเที่ยวนี้ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซิกน่า จำกัด มหาชน ผู้ใดทำการปรับเปลี่ยนแก้ไข หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาติจากบริษัท บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการฟ้องร้องค่าเสียหายจากการนำไปใช้ดังกล่าว
 

แผนประกันแนะนำ

แผนประกัน
การเดินทาง

ประกันการเดินทางต่างประเทศ
ทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

แพลนการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง