TH Thai

ช็อปหรูหรา กินอย่างราชา

เกาะฮ่องกง 5 วัน 4 คืน
 
ฮ่องกงช็อปหรูหรา กินอย่างราชา

ฮ่องกงเป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองของโลกที่มีร้านอาหารติดดาวมิชิลิน เช่นเดียวกับแหล่งช็อปปิ้งที่จะมีเมืองใดไร้ภาษีนำเข้าได้ปานนี้ ราคาสินค้าจึงยวนใจ ทริปเอ็กซ์คูลซีฟแบบนี้ มีเฉพาะคุณคนพิเศษเท่านั้น

หลังจากเช็กอินเรียบร้อย เริ่มต้นทริปด้วยวิวสวยๆ ริมอ่าววิกตอเรีย ชมภาพเมืองฝั่งฮ่องกงที่สวยงามเหมือนภาพวอลเปเปอร์ แล้วแวะไปถ่ายรูปเล่น แถวๆ Avenue of Stars ช่วงบ่ายเริ่มต้นการช็อปแบบนันสต็อปที่ Canton Road  แวะถ่ายรูปกับป้ายแบรนด์หรูที่หน้าห้าง Harbour City ทั้ง Prada, Dior, Gucci, Chanel, Louis Vuitton เรียงมาเป็นทิวแถว เลือกช็อปไม่ถูกกันเลยเชียว ค่ำคืนนี้พลาดไม่ได้กับดินเนอร์สุดหรูที่ ร้าน Aqua บนที่ชั้น 29 ของตึก One Peking ร้านนี้นอกจากจะมีเมนูอาหารอิตาลีและญี่ปุ่นให้เลือกแล้ว ช่วงเวลา 2 ทุ่ม ยังมีการแสดง A Symphony of Lightsให้ดูตรงหน้า สามารถชมการแสดงแสนตระการตาได้โดยไม่ต้องเบียดเสียด หากใครยังอยากชมสีสันยามค่ำคืน ลองแวบไปจิบค็อกเทลก่อนนอนอีกสักแก้วที่ Ozone บาร์ดังบนชั้น 118 ของโรงแรม The Ritz Carlton Hong Kong ที่ได้รับการจดบันทึกลงกินเนสบุ๊คว่าเป็นบาร์ที่สูงที่สุดของโลกอีกด้วย รื่นรมย์ชมดาวบนดิน ท่ามกลางบรรยากาศงดงามราวกับอยู่ในสวนสวรรค์ของอีเดน คงทำให้คืนนี้หลับฝันดีแน่นอน 

avenue of stars, a symphony of lights
Space Outlet, Horizon

วันนี้เป็นวันช็อป พกบัตรมาเต็มกระเป๋าเพื่อช็อปให้หนำใจ เริ่มต้นที่จุดหมายแรก Space Outlet ที่นี่เป็นช็อปถูกต้องตามกฎหมายของ Prada และ Miu Miu มีสินค้าที่ตกรันเวย์ หลุดซีซั่นลดถึง 30-70%  

เดินต่อมาอีกนิดก็ถึง Horizon Outlet อาณาจักรสินค้าลดราคาของแบรนด์หรูระดับโลกใหญ่ที่สุดของเกาะ ร้านดัง มีตั้งแต่ I.T., Lane Crawford Outlet, Joyce Outlet และ Giorgio Armani Outlet  

เสร็จจากภารกิจช็อป แนะนำให้ขึ้น The Peak เพื่อชมทิวทัศน์ของเกาะฮ่องกงยามเย็นบน Sky Terrace 428 หากใครสนใจอยากนั่งชิลเก๋ๆ แนะนำร้าน 22 Ships ในย่านวันไช ซึ่งกำลังมาแรง เมนูเด็ดคือ Suckling Pig และ Sangria หรือถ้าอยากสัมผัสไนต์ไลฟ์แบบชาวฮ่องกงแท้ ต้องแวะมาที่ Lan Kwai Fong ศูนย์กลางความบันเทิงยามราตรีที่ไม่มีวันหลับ ร้านยอดฮิต คือ La Doice Vita 97 ที่นี่มีไลฟ์โชว์ให้ดูทุกวันพฤหัสบดีและวันเสาร์ด้วย

The Peak, Sky Terrace 428

ปลุกพลังในวันนี้ด้วยบรันช์แสนอร่อยที่ AMMO Restaurant & Bar ร้านนี้ระแคะระคายมาว่า ได้รับโหวตให้เป็น Bib Gourmand ร้านที่มิชิลินยังไม่ติดดาว แต่ Highly Recommended อิ่มแล้วไปเดินย่อยกันที่ Pacific Place ที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าสุดหรู Harvey Nichols ก่อนแวะชมก่อนเข้าไปช็อปเสื้อผ้าสวยๆ แนะนำให้ชมดิสเพลย์ที่หน้าต่างร้านก่อน เพราะจัดได้สวยเด็ดทุกซีซั่น  อีกหนึ่งสต็อปที่แนะนำคือ Lab Concept ร้านมัลติแบรนด์สุดเท่ห์ของกลุ่ม Lane Crawford ที่มีเครื่องขายสินค้าแบบตู้น้ำ สินค้าในแผนกรองเท้า กระเป๋าก็ดูดีน่าช็อปไปหมด

AMMO Restaurant & Bar, Pacific Place
soho, gough street, man mo temple

จุดหมายแรกของวันนี้ เราจะเริ่มต้นกันที่แหล่งช็อปปิ้งย่าน Soho ที่อุดมไปด้วยร้านเก๋ๆ จนต้องใช้เวลาเกือบครึ่งวัน เพื่อทำความสนิทสนมกับย่านนี้  เส้นที่แนะนำที่สุดคือ Gough Street  ถนนสายเล็กๆ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ ทั้งร้านค้าตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ สินค้ามีสไตล์ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเสพความเก๋ จากนั้นไปไหว้พระขอพรที่ Man Mo Temple วัดศักดิ์สิทธิ์กว่าร้อยปี ที่ประดิษฐานเทพเจ้าหม่าน (เทพเจ้าแห่งการเรียนรู้) และเทพเจ้าโหม (เทพเจ้าแห่งการสู้รบ)  ปิดท้ายด้วยอาหารแสนอร่อยที่ร้าน Oolaa หรือ Classified

Wellington Street
LANDMARK Men

ช็อปสั่งลากันที่ย่าน Central ที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าหรูหรามากมาย  แนะนำให้ดิ่งไปที่  LANDMARK โดยเฉพาะคุณผู้ชาย ห้ามพลาด LANDMARK Men  แหล่งรวมข้าวของคุณผู้ชายเต็มพื้นที่ชั้นใต้ดิน ก่อนเดินไปที่ Wellington Street หนึ่งในถนนสุดฮิปของย่านที่คับคั่งไปด้วยร้านเก๋ๆ คอนเซ็ปต์เริด หากหิว แนะนำให้แวะร้าน Yung Kee Restaurant ชิมห่านย่างเมนูเด็ดของร้าน ก่อนเก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน

 
ข้อมูลเกาะฮ่องกง
  • ภาษา   จีนกวางตุ้ง และจีนกลาง
  • เวลา   เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง
  • สกุลเงิน   ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD)  
  • อัตราแลกเปลี่ยน   1 HKD = 4.19 THB  (อัตราแลกเปลี่ยน ณ เดือนมีนาคม 2557)
  • ไฟฟ้า   220 โวลต์ เท่ากับในประเทศไทย
  • วีซ่า   บุคคลสัญชาติไทยเดินทางได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า อยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน
Tips
  1. เพื่อการช็อปปิ้งอย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะซื้อแบรนด์เนมของปลอม สามารถสังเกตสัญลักษณ์ No Fake Pledge และ Hong Kong Quality Brand ถ้ามีติดที่ร้านไหน ก็ช็อปได้อย่างสบายใจ
  2. เทศกาลลดทั้งเกาะของฮ่องกงจะจัดขึ้นประมาณเดือนมิถุนายน ถึงสิงหาคม
  3. สำหรับคนที่อยากไปสนามบินตัวเปล่าๆ  หรืออยากทิ้งกระเป๋าไว้ก่อนเที่ยวต่อในวันสุดท้าย แนะนำให้ใช้บริการ In -town Check-in ที่สถานีรถไฟฟ้าหลักๆ ทั้งฝั่งฮ่องกงและเกาลูน  บริการนี้ฟรีสำหรับผู้มีบัตร     Airport Express  (ดูข้อมูลได้ที่ mtr.com.hk)
  4. สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางต่อไปเซินเจิ้น สามารถไปขอ Visa on Arrival ได้ที่สถานี Lo Wu หรือสามารถขอวีซ่าจากเมืองไทยล่วงหน้าได้  แต่แนะนำว่าให้ขอวีซ่าจากเมืองไทยล่วงหน้า เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอคิวนาน
  5. การซื้อสินค้าในฮ่องกง ยกเว้นในห้างสรรพสินค้า ควรพกวิญญาณนักต่อรองมาให้มาก ไม่เช่นนั้นอาจได้ราคาที่สูงกว่าความเป็นจริง แนะนำให้ต่อไปก่อนสัก 70%
ค่าเดินทาง 3,500 บาท
ค่าที่พัก 45,000 บาท
ค่าอาหาร 10,000 บาท
ค่าเข้าชมสถานที่ 500 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 813 บาท
ซิกน่า ประกันการเดินทาง เริ่มต้น 332 บาท

รวมค่าใช้จ่าย
60,000 บาท/คน*

*ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตามข้อมูลทางสถิติที่บริษัทเก็บรวบรวมสิ้นสุด ณ เดือน พฤษภาคม 2557 ข้อมูลทั้งหมดที่ใช้ในแพลนการท่องเที่ยวนี้ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ซิกน่า จำกัด มหาชน ผู้ใดทำการปรับเปลี่ยนแก้ไข หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาติจากบริษัท บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการฟ้องร้องค่าเสียหายจากการนำไปใช้ดังกล่าว
 

แผนประกันแนะนำ

แผนประกัน
การเดินทาง

ประกันการเดินทางต่างประเทศ
ทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

แพลนการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง