TH Thai

ซื้อประกันดีมั้ย แล้วเลือกแบบไหนให้เหมาะ?

ซื้อประกันดีมั้ย แล้วจะเลือก ประกันชีวิตแบบไหนดี

ซื้อประกันดีมั้ย แล้วเลือกแบบไหนให้เหมาะ?

การซื้อประกันทำได้ง่ายๆ ไม่วุ่นวาย มาดูกันว่าเลือกซื้อประกันยังไงให้เหมาะกับตัวคุณเอง

ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป การประกันภัยสำหรับคนรุ่นใหม่ ก็ถือเป็นเรื่องจำเป็นที่ควรจะมี

เพราะเดี๋ยวนี้เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเข้าโรงพยาบาลรักษาหาหมอแต่ละทีก็ต้องทำใจกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น บางคนอาจจะมีประกันบางชนิดแล้ว แต่คำถามคือ ทำ ประกันเหล่านี้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับโรคร้ายต่างๆ แล้วหรือไม่ หรือ ถ้ายังไม่มีและอยากได้ ควรทำอย่างไร มันจะเป็นเรื่องวุ่นวายมากมายรึเปล่านะ เลือกแผนแบบไหน เลือกที่ไหนดี

ประกันชีวิตแบบไหนดี เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่

ตอบให้สบายใจว่า ไม่เลย เพราะสมัยนี้ประกันก็มีให้เลือกซื้อหลากหลาย หรือ สั่งออนไลน์ก็ง่ายๆ แค่ปลายนิ้วคลิก ขอเสนอวิธีเลือกอย่างไรให้อุ่นใจ สบายกระเป๋าดังนี้...

1. สำรวจความคุ้มครองพื้นฐานที่ตนเองมีก่อน

1. สำรวจความคุ้มครองพื้นฐานที่ตนเองมีก่อน

คำถามแรกในการเลือกซื้อประกัน คุณมีประกันสุขภาพหรืออุบัติเหตุแล้วหรือไม่ เป็นประกันชนิดใด เช่น ประกันสุขภาพพื้นฐาน ประกันสังคม ประกันชิวิต ประกันกลุ่ม ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ดูเหมือนจะน่าสบายใจ แต่ควรระลึกว่า ประกันแต่ละประเภทมีกำหนดวงเงินค่ารักษาพยาบาลเท่าไหร่ ครอบคลุมการรักษาโรคร้ายหรืออาการโคม่าต่างๆหรือไม่ ถ้ายังไม่ครอบคลุม คุณอาจจะต้องเสียความรู้สึก และเสียเงินเพิ่มอีกมาก หากเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น เพื่อความอุ่นใจที่มากขึ้น สามารถเลือกซื้อประกันที่ครอบคลุมการรักษาเพิ่มขึ้นอย่าง ประกันโรคร้ายแรงหรือ ประกันอุบัติเหตุต่างๆ หรืออาจจะเป็นประกันพิเศษเช่น ประกันด้านทันตกรรม ซึ่งทำให้คุณมีวงเงินประกันค่ารักษาต่างๆเพิ่มขึ้นให้ครอบคลุม หรือในกรณีพิเศษต่างๆเช่นประกันในการเดินทางหรือของสูญหายในต่างประเทศ โดยสามารถเลือกทำประกันเฉพาะในช่วงเวลาการเดินทาง

2. กำหนดเป้าหมายของการทำประกัน

  • เพื่อออมเงิน ก็จะเป็นในลักษณะของการประกันชีวิตแบบเงินออม มีเงินคืนระหว่างปีหรือไม่อย่างไร ต้องส่งต้น ปีละหรือเดือนเท่าไหร่ ผลตอบแทนเท่าไหร่ คุ้มค่ากว่าการลงทุนประเภทอื่นหรือไม่ มีความเสี่ยงสูง หรือความเสี่ยงต่ำอย่างไร

  • เพื่อลดหย่อนภาษี จะต้องเลือกกรมธรรม์ที่มีอายุการประกันตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป อาจจะไม่จำเป็นต้องส่งประกันนานถึง 10 ปี เช่นประกันที่ส่ง 5 ปี และคุ้มครอง 10 ปีก็สามารถลดหย่อนภาษีได้ อย่างไรก็ตามควรดูนโยบายของรัฐ เกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีของปีนั้นๆประกอบการตัดสินใจด้วย

  • เพื่อให้เบาใจกับค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุต่างๆ ที่จะมีวงเงินฉุกเฉินที่ช่วยดูแลคุณและครอบครัวหากอย่างเร่งด่วน สามารถเลือกประกันที่ให้ความคุ้มครองต่างๆ จากไลฟ์สไตล์ที่ดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น ประกันโรคร้ายแรง ที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากโรคร้ายแรงต่างๆ ทั้งโรคหัวใจ ความดัน มะเร็ง หรือแม้กระทั่งค่ารักษาพยาบาลจากภาวะโคม่า, หรือประกันอุบัติเหตุ ที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เพื่อความสบายใจใช้ชีวิตแบบไม่ต้องกังวลของคุณเอง

  • เพื่อคุ้มครองเฉพาะทาง เช่น ประกันการเดินทาง ที่คุ้มครองเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไปต่างประเทศโดยเสียค่าใช้จ่ายตามจำนวนวันเดินทาง ซึ่งเริ่มต้นเพียงร้อยกว่าบาท หรือประกันพิเศษอื่นๆ เช่น ทันตกรรม, ประกันสำหรับเด็ก เป็นต้น

2. กำหนดเป้าหมายของการทำประกัน

3. พิจารณาความคุ้มค่า และเบี้ยประกันที่เหมาะสม

3. พิจารณาความคุ้มค่า และเบี้ยประกันที่เหมาะสม

จะจับจ่ายใช้สอยอะไร เรื่องเงินก็จำเป็นแน่นอน การเลือกประกันให้มีวงเงินที่เหมาะสม แต่ให้การประกันที่ครอบคลุมชีวิตในทุกๆด้าน ก็เป็นสิ่งจำเป็นมาก หรืออาจจะเลือกโปรแกรมทางการตลาด ที่ตอบโจทย์ของคุณ โดยปัจจุบันมีเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียงวันละ 4-5 บาท ก็ได้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าแล้ว หรือประกันบางชนิดยังเพิ่มความคุ้มค่าด้วยการซื้อ 1 ดูแลถึง 2 คน ก็เหมาะกับผู้ที่ต้องดูแลผู้อื่นนอกจากตัวเองด้วย

นอกจากนี้ ยังสามารถพิจารณาประกันโรคร้ายแรง ที่มีการคืนเบี้ยประกันหากไม่เป็นโรค ซึ่งเหมือนเป็นการบริหารความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ให้ผลคุ้มค่า เพราะถ้าหากตรวจพบโรค ค่ารักษาพยาบาลย่อมสูงกว่าค่าเบี้ยประกันที่จ่ายอยู่แล้ว จึงเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย แต่ถ้าหากไม่พบโรค ก็ได้เงินคืนมาส่วนหนึ่งเพื่อนำไปใช้สอยเป็นการให้รางวัลตัวเองอีกด้วย

4. พิจารณาบริการเสริมที่ช่วยเพิ่มความสบายใจ

สุดท้ายหาก อุ่นใจ เบาใจ และสบายใจ กับประกันที่คิดว่าใช่และจำนวนเงินคิดว่าชอบแล้ว ควรเลือกประกันจากบริษัทที่มีบริการเสริม ซึ่งจะช่วยบอกได้ถึงความใส่ใจของบริษัทประกันที่มีให้แก่ลูกค้าอีกด้วย เช่น

  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน จะอยู่ที่ใดในโลกก็อุ่นใจกับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง
  • บริการความเห็นที่สองทางการแพทย์ เมื่อได้รับคำวินิจฉัยว่าเป็นโรคใดๆ ก็ตาม โดยปกติคนเราจะต้องหาคุณหมอท่านอื่นวินิจฉัยซ้ำ เพื่อยืนยันว่าเป็นโรคนั้นจริง ซึ่งหากประกันของคุณมีบริการนี้ ก็จะทำให้ไม่ต้องเสียเวลาไปติดต่อคุณหมอเอง แค่ส่งเรื่องไปให้บริษัทจัดการแล้วรอรับผลการวินิจฉัยเท่านั้น
  • บริการที่ช่วยให้ไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษา บางประกันจะออกบัตรรักษาพยาบาลให้คุณ ซึ่งเมื่อแสดงบัตรนี้ ก็ไม่ต้องสำรองจ่ายแล้วต้องมานั่งทำเรื่องเบิกทีหลัง
อ่านข้อมูลบริการเสริมเพิ่มเติมได้ที่ บริการพิเศษจากซิกน่า


4. พิจารณาบริการเสริมที่ช่วยเพิ่มความสบายใจ

มาถึงตรงนี้ก็พอจะรู้วิธีการเลือกประกันให้ถูกใจแล้ว ถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมลองเข้าไปชมกันได้ที่ แผนประกัน เท่านี้ก็เลือกช้อปประกันแบบสวยๆ ง่ายๆ แค่ปลายนิ้วกันได้ละ

แผนประกันแนะนำ

ประกันสุขภาพ

แผนประกันภัย
พิเศษสุดสุด

"ซื้อ 1 ดูแล 2"
แผนเดียวสำหรับคุณและคนพิเศษ

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุ

"ช่วยได้"
เจอเรื่องหนักแค่ไหน ซิกน่าก็ช่วยให้เบาลงได้