ซิกน่า
สอบถามผลิตภัณฑ์โทร 0-2099-3999
TH Thai

บาดทะยัก

‘บาดทะยัก’ แผลเล็ก… ทำร้าย อันตรายกว่าที่คิด ! 

      บาดทะยัก ชื่อนี้น่ากลัวแค่ไหนในความรู้สึกเรากันนะ ? เชื่อว่าหลายคนเคยได้ยินเรื่องราวของเจ้าโรคบาดทะยักนี้กันมาไม่มากก็น้อย พร้อมภาพจำที่ว่า ‘สนิม’ เท่ากับ ‘บาดทะยัก’ ทั้งที่จริงแล้วโรคบาดทะยักมักแฝงมากับบาดแผลรูปแบบต่างๆ ได้อีกมากมาย

 

แผลแบบนี้แหละ ! บาดทะยักอาจเข้าไปทักทาย 

    บาดทะยัก เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Clostridium tetani ซึ่งมีฤทธิ์โดยตรงต่อเส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ด้วยความสามารถในการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วโดยการแพร่ผ่านกระแสเลือด จึงส่งผลให้ระบบประสาทส่วนกลางเริ่มทำงานผิดปกติ จนสูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อมีการหดเกร็งไม่เป็นปกติ โดยเฉพาะบริเวณขากรรไกร ผู้ที่มีเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้จึงมักมีอาการขากรรไกรแข็ง หรือมีอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ไปจนถึงอาการชักเกร็งได้เช่นกัน ซึ่งต้นเหตุที่ทำให้เชื้อแบคทีเรียมีโอกาสเข้าสู่ร่างกายได้ ก็มาจากบาดแผลต่างๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจกัน ซึ่งอาจไม่ได้มาจากการทิ่มตำของตะปูเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากรอยแผลรูปแบบต่างๆ ดังนี้

  • แผลติดเชื้อในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

  • แผลติดเชื้อจากการผ่าตัด, ทำฟัน

  • แผลติดเชื้อจากการเจาะ, สัก (ใช้เข็มร่วมกัน)

  • แผลจากการโดนสัตว์ทำร้าย

  • แผลจากการโดนบาด หรือมีการฉีกขาด

  • แผลจากอุบัติเหตุรุนแรง (ผิวไหม้)

เรียกว่าที่มาของบาดแผลที่นำไปสู่การติดเชื้อบาดทะยักได้นั้นค่อนข้างหลากหลาย แม้กระทั่งบาดแผลที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมี ‘สนิม’ เป็นตัวกลาง เชื้อบาดทะยักก็สามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายได้ 

แผลบาดทะยัก

 

อาการแบบไหนเข้าใกล้บาดทะยัก ? 

    เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอาการไหน... ใช่ หรือเข้าใกล้เชื้อบาดทะยักกันล่ะ ? เพราะขึ้นชื่อว่าแผล แค่มีเลือดซึมๆ ให้เห็นนิดหน่อยก็ยังถูกเรียกว่าแผลอยู่ดี สำหรับใครที่ใช้ชีวิตแบบระมัดระวัง พบคุณหมอเป็นประจำอาจไม่น่าห่วงมาก แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบไปโรงพยาบาลหรืออยากไปหาหมอสักเท่าไร ยิ่งแผลเล็กๆ น้อยๆ เดี๋ยวก็หายเองได้ไม่กี่วัน ซึ่งนอกจากชนิดของแผลที่มีโอกาสติดเชื้อบาดทะยักตามลิสต์ที่ได้ระบุไว้แล้ว หากมีอาการดังต่อไปนี้ หลังบาดเจ็บมีแผลได้ประมาณ 10-14 วัน อาจสงสัยได้ว่านี่แหละคือ บาดทะยัก 

 

อาการแสดงอาการร่วม
อ้าปากลำบาก เพราะกล้ามเนื้อขากรรไกรแข็ง มีไข้ 
กลืนลำบาก เหงื่อออก
หายใจลำบาก เพราะกล้ามเนื้อช่องท้อง หรือหน้าอกหดเกร็งความดันโลหิตสูง
ร่างกายกระตุกง่าย จากการสัมผัสเล็กๆ น้อยๆ หัวใจเต้นเร็ว
 

อาการบาดทะยัก

 

ซึ่งอาการสังเกตเหล่านี้ ในบางคนอาจเกิดขึ้นหลังได้รับเชื้อไปแล้ว 1 เดือน หรือจนแผลหายไปแล้ว ค่อยปรากฏอาการบาดทะยักออกมาก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงแต่ละบุคคล แต่เมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ โดยเฉพาะภาวะหายใจติดขัด กลืนลำบาก ควรรีบพบแพทย์ให้เร็วที่สุด อีกทั้งโรคบาดทะยักสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ไม่เว้นกระทั่งเด็กวัยแรกเกิดที่แม้จะมีตัวเลขให้พบเห็นได้ไม่มาก แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้ 

สำหรับโรคบาดทะยักในเด็กนั้นมีอาการสังเกตไม่แตกต่างจากบาดทะยักในผู้ใหญ่ เช่น อ้าปากไม่ได้ ดูดหรือกลืนนมลำบาก จนส่งผลต่อการดูดนมของเด็กตามช่วงวัย ชัดเจนที่สุดคือเด็กจะดูดนมไม่ได้เลย รวมถึงอาการชักเกร็งที่ผู้ปกครองอาจต้องคอยสังเกตให้ดี เช่น เด็กหลังแอ่น หลังแข็ง อยู่เฉยๆ ก็มีอาการกระตุก เป็นต้น 

    

รักษาบาดทะยัก

 

บาดทะยัก รักษาได้ไหม ? 

    การรักษาโรคบาดทะยักในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ การฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น สามารถต่อต้านเชื้อแบคทีเรียแปลกปลอมที่มาพร้อมรอยแผล แต่ภูมิคุ้มกันของวัคซีนบาดทะยักที่มีการลดลงตามวัย ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายเมื่อสูงอายุขึ้น จึงควรกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนทุก 10 ปี เพื่อความปลอดภัย ส่วนวิธีที่ 2 คือการให้ยาปฏิชีวนะโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดคือการรู้ทันปัจจัยที่ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการติดเชื้อบาดทะยัก หากได้รับอุบัติเหตุ โดยเฉพาะแผลเปิดของอุบัติเหตุที่เกิดจากสิ่งของที่ไม่สะอาด ควรทำความสะอาดแผลเบื้องต้นและไปโรงพยาบาลเพื่อทำความสะอาดแผล ฆ่าเชื้อ เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อบาดทะยักผ่านรอยแผล ซึ่งเคยมีเคสเกิดขึ้นจริงของเด็กชายวัย 6 ขวบ จากรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2017 อ้างอิงจาก cdc.gov เมื่อเด็กคนนี้ได้มีบาดแผลบริเวณหน้าผากจากการวิ่งเล่นในฟาร์ม ต่อมาครอบครัวก็ได้ทำแผล ล้างแผล และจัดการเย็บแผลเองทั้งหมด ไม่ถึงสัปดาห์เด็กคนนี้เริ่มมีอาการชัก กล้ามเนื้อกระตุก และหายใจติดขัด ตรงตามอาการโรคบาดทะยักในเบื้องต้น แต่โชคยังดีที่เด็กชายคนนี้ได้รับความช่วยเหลือไว้ได้ทันเวลา


    ดังนั้น นอกจากความแข็งแรงของร่างกายที่เราต้องหมั่นสร้าง หมั่นต่อเติมให้มากขึ้นแล้ว การใช้ชีวิตที่ไม่ประมาท มีสติในทุกๆ การกระทำยังเป็นสิ่งที่ช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุหรือบาดเจ็บให้น้อยลงได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นแม้จะระมัดระวังอย่างเต็มที่แล้ว หากแต่ในบางวัน ‘อุบัติเหตุ’ ก็ยังเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ คงดีกว่าถ้าเราใช้ชีวิตอย่างมีสติ และวางแผนป้องกันสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วย ประกันโรคร้ายแรงที่คุ้มครองอย่างครอบคลุมพร้อมรับผลตอบแทนสูงสุด โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากซิกน่า พร้อมทั้งให้คำปรึกษาทุกเรื่องราวสุขภาพเคียงข้างคุณ เพื่อให้คุณรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างอุ่นใจ

 

 

แผนประกันแนะนำ

 

ประกันสุขภาพมิติใหม่

แผนประกัน
สุขภาพมิติใหม่

ประกันสุขภาพมิติใหม่
คุ้มครองโรคกรดไหลย้อน นิ้วล็อค และเบาหวานความดัน สามารถเลือกคุ้มครองเสริมโรคร้ายตามความเสี่ยง

ประกันสุขภาพ

แผนประกันภัย
โรคร้ายแรง

"“โรคร้าย…คุ้มครองครบ”"
”คุ้มครองสูงสุด 1.8 ล้านบาท เงินชดเชยรายได้สูงสุด 1,200 บาท/วัน

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุออนไลน์

"คุ้มครองคูณสาม รับกรมธรรม์ทันที"
ให้ความคุ้มครอง 3 เท่าสูงสุด 6.6 ล้านบาท พร้อมค่ารักษาสูงสุด 60,000 บาท/ครั้ง/อุบัติเหตุ