ซิกน่า
สอบถามผลิตภัณฑ์โทร 0-2099-3999
TH Thai

5 พฤติกรรมเสี่ยง กรดไหลย้อน พร้อมวิธีรับมือ

5 พฤติกรรมเสี่ยง กรดไหลย้อน พร้อมวิธีรับมือ

กรดไหลย้อนเป็นหนึ่งในปัญหากวนใจของใครหลายคน ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่าในประชากรทุกๆ 100 คนจะมีผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนได้ตั้งแต่ 3-33 คน แสดงให้เห็นว่าโรคกรดไหลย้อนใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด และสาเหตุของการเกิดโรคมาจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิตที่หลายคน อาจไม่ได้สังเกตุด้วยซ้ำว่าพฤติกรรมเหล่านี้เสี่ยงต่อโรคกรดไหลย้อน ในบทความนี้ทาง Cigna จึงนำข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงและวิธีรับมือโรคกรดไหลย้อนมาฝาก

1.ไม่ออกกำลังกาย มีน้ำหนักเกิน

สำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวเกินค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มีโอกาสเสี่ยงจะที่เป็นโรคกรดไหลย้อนได้ เนื่องจากคนที่มีน้ำหนักตัวมากความดันในช่องท้องจะสูง ส่งผลให้กระเพาะอาหารเหลือพื้นที่น้อยลง จนไม่สามารถรองรับน้ำย่อย(กรด) ที่ร่างกายผลิตได้อย่างเพียงพอ กรดจึงล้นและไหลย้อนขึ้นไปยังหลอดอาหาร

2.พฤติกรรมการทานอาหาร

พฤติกรรมการทานอาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่กระตุ้นต่อการเกิดโรคกรดไหลย้อน โดยพฤติกรรมการทานที่เสี่ยงต่อโรคกรดไหลย้อน คือ การทานอาหารในปริมาณมากและการทานอาหารที่มีไขมันสูง โดยการทานอาหารปริมาณมากต่อมื้อส่งผลให้ร่างกายผลิตกรดเพื่อย่อยอาหารในปริมาณที่มากตาม ซึ่งมีโอกาสที่กรดจะล้นและไหลย้อนขึ้น ในส่วนของอาหารที่มีไขมันสูง เป็นอาหารที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะเป็นเวลานาน ย่อยยาก อาทิ เนื้อวัว, เนื้อสัตว์ติดหนัง, พืชผักที่มีกากใยสูง บรอกโคลี กระหล่ำปลีและขนมที่มีรสหวานจัด การทานอาหารประเภทนี้ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคกรดไหลย้อน

5 พฤติกรรมเสี่ยง กรดไหลย้อน พร้อมวิธีรับมือ

3.การดื่มแอลกอฮอล์

ผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์นอกเหนือจากการทำลายตับแล้ว ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อนอีกด้วย เนื่องจากการดื่มแอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดของกระเพาะอาหารคลายตัว ส่งผลให้กรดที่อยู่ภายในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมายังหลอดอาหาร และกลายเป็นโรคกรดไหลย้อนในที่สุด

4.สวมเสื้อผ้ารัดเกินไป

ไม่เพียงแต่พฤติกรรมการกินการดื่มที่ส่งผลต่อโรคกรดไหลย้อน การแต่งกายยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อโรคดังกล่าว โดยการสวมเสื้อผ้าที่รัดแน่นบริเวณหน้าท้อง เช่น กางเกงหรือเสื้อตัวเล็ก ส่งผลให้กระเพาะอาหารถูกบีบจากภายนอกและดันกรดให้ไหลย้อนเข้าสู่หลอดอาหาร

5.พฤติกรรมการนอน

พฤติกรรมการนอนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดโรคกรดไหลย้อน โดยการนอนหลังจากทานอาหารทันที (1-3 ชั่วโมงหลังจากการทานอาหาร) เป็นเวลาที่น้ำย่อยกำลังย่อยอาหาร ซึ่งขณะนอนร่างกายจะอยู่ในแนวราบ จึงโอกาสสูงที่กรดจะไหลย้อนกลับไปยังหลอดอาหาร


ทำความเข้าใจกรดไหลย้อน ก่อนเตรียมรับมือโรค

กรดไหลย้อน (GERD) คือ ภาวะกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับไปยังหลอดอาหาร โดยอาการของโรคกรดไหลย้อนคือ แสบร้อนหรือเจ็บบริเวณลิ่นปี่และกลางหน้าอก รวมถึงมีอาการเรอและมีน้ำรสชาติเปรี้ยวหรือขมไหลขึ้นมาภายในปาก ซึ่งในบางรายจะมีอาการเจ็บคอ ไอเรื้อรังและหอบหืดตามมาขึ้นอยู่กับชนิดของกรดไหลย้อน โดยชนิดของกรดไหลย้อนมีดังนี้

  • กรดไหลย้อนในหลอดอาหาร เป็นกรดไหลย้อนชนิดพบได้มาก โดยเกิดขึ้นจากการไหลย้อนของกรดขึ้นตามแนวหลอดอาหาร อาการที่เกิดจึงเกิดขึ้นภายในหลอดอาหาร
  • กรดไหลย้อนนอกหลอดอาหาร สำหรับกรดไหลย้อนประเภทนี้ อาการที่เกิดจะแตกต่างจากประเภทกรดไหลย้อนนอกหลอดอาหาร ซึ่งทำให้คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเป็นโรคกรดไหลย้อน โดยอาการของกรดไหลย้อนนอกหลอดอาหาร คือ เจ็บคอ,ไอเรื้อรัง, แสบคอและหอบหืด

สาเหตุของโรคกรดไหลย้อน

สำหรับสาเหตุของโรคกรดไหลย้อนเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารเป็นหลัก ซึ่งมีอวัยวะสำคัญอย่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร โดยกรดไหลย้อนจะเกิดขึ้นจากกระบวนการย่อยสารอาหารของกระเพาะ ทั้งปริมาณของน้ำย่อย ลักษณะของร่างกาย สิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนในการเกิดกรดไหลย้อน แต่ทั้งนี้กรดไหลย้อนยังมีอีก 3 สาเหตุสำคัญของการโรค ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1.ความผิดปกติของหูรูดส่วนปลายหลอดอาหาร

โดยปกติแล้วระหว่างหลอดอาหาร (ส่วนปลายหลอดอาหาร) กับกระเพาะอาหารจะมีกล้ามเนื้อหูรูดปิดอยู่ เพื่อป้องกันอาหารและน้ำย่อยไหลย้อนกลับไปยังหลอดอาหาร ดังนั้นหากหูรูดปลายหลอดอาหารเสื่อม เช่น มีการคลายตัวหรือหลวม ก็มีโอกาสที่กรดจะไหลย้อนขึ้นมาได้

2.การบีบตัวของหลอดอาหารผิดปกติ

ในส่วนของการทำงานของหลอดอาหาร จะมีการบีบตัวเพื่อไล่สิ่งอยู่ภายในหลอดอาหารลงไปยังกระเพาะอาหาร แต่เมื่อการบีบตัวของหลอดอาหารผิดปกติ ส่งผลให้หลอดอาหารบีบไล่น้ำย่อยที่ย้อนขึ้นมาในหลอดอาหารได้น้อยลง น้ำย่อยจึงสามารถดันขึ้นไปยังหลอดอาหารได้ในปริมาณที่มาก

3.กระเพาะอาหารบีบตัวน้อยลง

การที่กระเพาะอาหารบีบตัวน้อยลง ส่งผลให้ไม่สามารถนำอาหารที่ผ่านการย่อยแล้วลงสู่ลำไส้ได้หมด ดังนั้นจึงมีอาหารบางส่วนที่ตกค้างอยู่ภายในกระเพาะ และเมื่ออาหารตกค้างเป็นระยะเวลานานส่งผลให้เกิดแรงดันภายในกระเพาะอาหาร ทำให้หูรูดเปิดออกน้ำย่อยจึงไหลขึ้นไปยังหลอดอาหาร


วิธีรับมือโรคกรดไหลย้อน

สำหรับวิธีการรับมือโรคกรดไหลย้อนเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ด้วยการปรับพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงในการเกิดโรคเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดโรค โดยวิธีรับมือโรคกรดไหลย้อนสามารถทำได้ดังนี้

หมั่นออกกำลังกาย

เนื่องจากน้ำหนักตัวที่มากส่งผลให้เกิดความดันในช่องท้อง ดังนั้นการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักเป็นวิธีแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ซึ่งนอกจากช่วยแก้ปัญหาโรคกรดไหลย้อนแล้ว การออกกำลังกายยังส่งผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย

หลีกเลี่ยงอาหารสุ่มเสี่ยงโรคกรดไหลย้อน

สำหรับอาหารที่เสี่ยงต่อโรคกรดไหลย้อนเป็นอาหารประเภทที่มีไขมันสูงและอาหารที่ย่อยยาก ตัวอย่างของอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันโรคกรดไหลย้อนมีดังนี้ เนื้อวัว, เนื้อสัตว์ติดมัน, กระหล่ำปลี, แอปเปิ้ล, ผักกาดขาว, ดอกกะหล่ำ, สัปปะรด, บรอกโคลี, มะระขี้นกและขนมหวาน เป็นต้น

เปลี่ยนพฤติกรรมการนอน

การนอนหลังจากทานอาหารทันทีเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดโรคกรดไหลย้อน ดังนั้นวิธีรับมือคือ ควรหากิจกรรมทำหลังจากทานข้าวประมาณ 3-4 ชั่วโมงก่อนเข้านอน แต่ถ้าหากมีเวลาน้อยควรปรับตำแหน่งการนอนไม่ให้นอนในแล้วราบ อาทิ การปรับหัวเตียงให้สูงขึ้น 6-10 นิ้ว แต่ทั้งนี้ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการหนุนหมอนสูงเพราะจะทำให้ความดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้น

ปรับพฤติกรรมการทานอาหาร

พฤติกรรมการทานอาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคกรดไหลย้อน ดังนั้นหากต้องการรับมือกับโรคกรดไหลย้อน ควรลดปริมาณอาหารในการทานแต่ละครั้งในน้อยลง เพื่อลดกรดที่ผลิตขึ้นมาย่อยอาหารในกระเพาะ เมื่อปริมาณน้ำย่อยน้อยลงโอกาสในการเกิดโรคกรดไหลย้อนก็น้อยลงตามไปด้วย

5 พฤติกรรมเสี่ยง กรดไหลย้อน พร้อมวิธีรับมือ

สรุป

พฤติกรรมเสี่ยงโรคกรดไหลย้อนเป็นพฤติกรรมที่อยู่ในการดำเนินชีวิตทั่วไป ทำให้ใครหลายคนสุ่มเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อนโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นหากทราบแล้วว่าพฤติกรรมไหนที่สุ่มเสี่ยงก็ถึงเวลาเปลี่ยน ปรับพฤติกรรมหันมาดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายและทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้สุขภาพแข็งแรงห่างไกลจากกรดไหลย้อน

ทั้งนี้เนื้อหาภายในบทความเกี่ยวกับกรดไหลย้อน เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากการอ้างอิงเว็บเหล่านี้เป็นสำคัญ ด้วยการหยิบยกข้อมูลบ้างส่วนมาปรับใช้ ซึ่งรายละเอียดของกรดไหลย้อนยังมีอีกมากสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บเหล่านี้

แผนประกันแนะนำ

ประกันสุขภาพมิติใหม่

แผนประกัน
สุขภาพมิติใหม่

ประกันสุขภาพมิติใหม่
คุ้มครองโรคกรดไหลย้อน นิ้วล็อค และเบาหวานความดัน สามารถเลือกคุ้มครองเสริมโรคร้ายตามความเสี่ยง

ประกันสุขภาพ

แผนประกันภัย
โรคร้ายแรง

"“โรคร้าย…คุ้มครองครบ”"
”คุ้มครองสูงสุด 1.8 ล้านบาท เงินชดเชยรายได้สูงสุด 1,200 บาท/วัน

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุออนไลน์

"คุ้มครองคูณสาม รับกรมธรรม์ทันที"
ให้ความคุ้มครอง 3 เท่าสูงสุด 6.6 ล้านบาท พร้อมค่ารักษาสูงสุด 60,000 บาท/ครั้ง/อุบัติเหตุ