ไข้เลือดออก

วิธีป้องกันยุงลายที่มา 'โรคไข้เลือดออก' พร้อมอาการและวิธีรักษา 

    

ยุงลายร้ายกว่าเสือเห็นจะเป็นเรื่องจริง เพราะตัวเล็กนิดเดียวแต่อาจสามารถทำให้เราถึงขั้นเสียชีวิตได้ ด้วยโรคไข้เลือดออก…

โรคไข้เลือดออก คือหนึ่งในโรคภัยที่ใกล้ตัวคนไทยมากที่สุด แต่ละปีมักจะพบผู้ป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออกจำนวนมากแม้จะมีการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้อยู่เป็นประจำก็ตาม ซึ่งจากรายงานเฝ้าระวังสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ในแต่ละปีพบว่ามีผู้ป่วยทั่วประเทศสะสมถึง 70,429 ราย เสียชีวิต 50 ราย กระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย จากข้อมูลนี้จึงอธิบายได้ว่าโรคไข้เลือดออกนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี 

แม้โรคไข้เลือดออกจะเป็นโรคใกล้ตัวที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่เราก็สามารถป้องกันตัวเองและคนในครอบครัวจากโรคไข้เลือดออกได้ ด้วยวิธีง่ายๆ ที่เรากำลังจะพูดถึงในบทความนี้

 

โรคไข้เลือดออก เกิดจากอะไร

 

โรคไข้เลือดออก มียุงลายซึ่งพบมากในเอเชีย อเมริกาใต้และอเมริกากลางเป็นพาหะนำโรค เกิดจากเชื้อไวรัส 2 ชนิด ได้แก่ เด็งกี (Dengue) กับ ชิคุนกุนยา (Chikungunya) แต่ 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยไข้เลือดออกจะมีสาเหตุมาจากเชื้อเด็งกี ซึ่งยังแบ่งย่อยๆ ได้อีก 4 สายพันธ์ คือ DENV-1, DENV-2, DENV-3 และ DENV-4 เชื้อเด็งกีเหล่านี้สามารถทำให้เกิดไข้เลือดออกที่รุนแรงได้ เช่น ภาวะช็อก ส่วนอีกราว 10 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยไข้เลือดออกจะมีสาเหตุจากเชื้อชิคุนกุนยา ซึ่งมักมีอาการไม่รุนแรงเท่าเชื้อเด็งกี

*หมายเหตุ โดยทั่วไปหากผู้ป่วยได้รับเชื้อเด็งกีสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะสายพันธุ์นั้นๆ ซึ่งอาจมีโอกาสเป็นไข้เลือดออกได้อีกจากเชื้อไวรัสเด็งกีสายพันธุ์อื่นๆ

 
หาหมอไข้เลือดออก

อาการของโรคไข้เลือดออก

อาการของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก แบ่งเป็น 2 ชนิด ตามความรุนแรง คือ ‘โรคไข้เด็งกี’ (Dengue Fever) ซึ่งอาการที่พบได้แก่ ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยตามตัว ปวดข้อหรือกระดูก มีผื่นขึ้นคล้ายผื่นของโรคหัด และอาจมีภาวะเลือดออกหรือไม่มีก็ได้ นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นๆ ที่เป็นลักษณะเฉพาะของโรคซึ่งสามารถสังเกตได้ ดังนี้

  • มีไข้สูงเฉียบพลันเกิน 38 องศาเซลเซียส ประมาณ 2-7 วัน

  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร หน้าแดง

  • ในรายที่มีเกล็ดเลือดต่ำ

อาจจพบจ้ำเลือดหรือจุดเลือดออกสีแดงเล็กๆ ตามผิวหนัง เนื่องจากมีเลือดออกที่ผิวหนังซึ่งเป็นที่มาของชื่อโรคไข้เลือดออก หรือมีเลือดออกบริเวณอื่น เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน ปัสสาวะ อุจจาระมีเลือดปน

  • ปวดท้องอย่างรุนแรง

  • กดเจ็บชายโครงด้านขวา

ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกอาจเกิดภาวะช็อกได้หากมีไข้มาแล้วหลายวัน โดยจะมีอาการกระสับกระส่าย ปลายมือปลายเท้าเย็น ปัสสาวะน้อยลง ไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว ความดันโลหิตลดต่ำ วัดชีพจรไม่ได้ แต่หลังจากมีไข้สูง 2-7 วัน แล้วไม่เกิดภาวะช็อก ไข้จะเริ่มลดลง ระบบไหลเวียนโลหิตเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ความดันโลหิตและชีพจรเริ่มคงที่ เมื่อผ่านไป 2-3 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้น แต่มักจะพบผื่นแดงและคันตามฝ่ามือและฝ่าเท้าซึ่งจะหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์

รักษาไข้เลือดออด
 

 

วิธีการรักษาโรคไข้เลือดออก 

     การรักษาโรคไข้เลือดออกในปัจจุบัน จะเป็นการรักษาตามอาการเท่านั้น เนื่องจากยังไม่มียาต้านเชื้อไวรัสสำหรับโรคไข้เลือดออก สำหรับการดูแลอาการเบื้องต้น ผู้ป่วยควรดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำเกลือแร่เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นเพื่อลดไข้เป็นระยะๆ รับประทานอาหารอ่อน งดอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีสีคล้ายเลือดเพื่อไม่ให้การวินิจฉัยคลาดเคลื่อน

นอกจากนี้ อาจรับประทานยาลดไข้ เช่น ยาพาราเซตามอลได้ แต่ในปริมาณที่แพทย์สั่งเท่านั้น ห้ามรับประทานยาแอสไพรินและยากลุ่ม NSAIDs เด็ดขาดเพราะอาจทำให้เลือดออกง่ายและมากขึ้น ซึ่งในรายที่อาการไม่รุนแรงอาจหายได้เองภายใน 2-7 วัน แต่หากผู้ป่วยอาเจียนมาก ปวดท้องมาก ไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว ตัวเย็นผิดปกติ ไม่ปัสสาวะนานกว่า 6 ชั่วโมง ควรพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

 
รักษาไข้เลือดออก

วิธีป้องกัน โรคไข้เลือดออก 

กรมควบคุมโรคไข้เลือดออก แนะนำให้มีการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายบริเวณบ้านและในชุมชน ตามมาตรการ ‘3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค’ เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกดังนี้

  • เก็บบ้านให้สะอาด เช่น พับเก็บเสื้อผ้าใส่ในตู้หรือแขวนให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง ที่เป็นภาหะของไข้เลือดออก

  • เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เก็บภาชนะใส่อาหารหรือน้ำดื่มที่ทิ้งไว้ใส่ถุงดำ และนำไปทิ้งลงถังขยะ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

  • เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำเพื่ออุปโภค บริโภค ต้องปิดฝาให้มิดชิด ล้างคว่ำภาชนะใส่น้ำ และเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันทุกสัปดาห์ ป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่

ทั้ง 3 มาตรการ นอกจากจะช่วยป้องกันโรคไข้เลือดออกแล้ว ยังสามารถป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสซิกา (Zika virus) และโรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือโรคชิคุนกุนยาได้อีกด้วย

 
ป้องกันไข้เลือดออก

การดูแลตัวเองจากไข้เลือดออก ไม่ให้โดนยุงกัดก็ถือว่าเป็นวิธีป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ดีที่สุดอีกหนึ่งวิธี หากอยู่ในที่ที่มียุงเยอะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว ใช้สารไล่ยุงชนิดต่างๆ นอกจากนี้ควรหมั่นสังเกตอาการตัวเองและคนรอบข้าง หากมีอาการที่น่าสงสัยว่าจะเป็นโรคไข้เลือดออก ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

 
 

การดูแลตัวเองไม่ให้โดนยุงกัดก็ถือว่าเป็น วิธีป้องกันโรคไข้เลือดออก ได้ดีที่สุดอีกหนึ่งวิธี หากอยู่ในที่ที่มียุงเยอะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว ใช้สารไล่ยุงชนิดต่างๆ นอกจากนี้ควรหมั่นสังเกตอาการตัวเองและคนรอบข้าง หากมีอาการที่น่าสงสัยว่าจะเป็นโรคไข้เลือดออก ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

 

Ref : 

bumrungrad.com

bangkok.go.th

si.mahidol.ac.th