ซิกน่า
สอบถามผลิตภัณฑ์โทร 0-2099-3999
TH Thai

ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดแบบไหนถึงเรียกว่า ออฟฟิศซินโดรม

ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดแบบไหนถึงเรียกว่า ออฟฟิศซินโดรม

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นออฟฟิศซินโดรม เพราะเคยชินกับอาการปวดหลัง, คอและไหล่ ที่ต้องเผชิญอยู่ทุกวันจนมองข้ามไป โดยที่ไม่รู้ว่าอาการเหล่านั้นกำลังก่อตัวกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่เรื้อรังตามมาในภายหลัง แต่จะรู้ได้ว่าปวดแบบไหนถึงเรียกว่าออฟฟิศซินโดรม ดังนั้นในวันนี้เราจึงนำข้อมูลการแยกอาการปวดธรรมดากับอาการออฟฟิศโดรมมาฝาก เพื่อให้ทุกคนหันมาดูแลรักษาสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรมความเจ็บปวดที่มาพร้อมกับการทำงาน

โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ส่วนมากพบในวัยทำงาน ที่มีลักษณะงานต้องนั่งทำหน้าคอมพิวเตอร์หรือนั่งท่าเดิมเป็นระยะเวลานาน โดยเกิดจากพฤติกรรมการนั่งที่ผิดอริยาบถ เช่น นั่งหลังค่อม, นั่งงอหลัง, นั่งห่อไหล่หรือยกไหล่ หรือการนั่งทำงานด้วยทำพฤติกรรมเดิมซ้ำ ๆ มัดกล้ามเนื้อถูกใช้งานในรูปแบบเดิมติดต่อกันระยะเวลานาน ไม่ยอมเปลี่ยนอิริยาบถของร่างกาย รวมไปถึงการนั่งผิดท่าจนเกิดอาการปวดตึงกล้ามเนื้อบริเวณคอ, ไหล่และหลัง

นอกจากพฤติกรรมการนั่งแล้ว โรคออฟฟิศซินโดรมยังมีปัจจัยอื่นที่ก่อให้เกิดโรคได้ เช่น ความเครียดจากการทำงาน, การพักผ่อนไม่เพียงพอ และการทานอาหารไม่ตรงเวลา เป็นต้น

ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดแบบไหนถึงเรียกว่า ออฟฟิศซินโดรม

ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ อาการไหนที่ถึงเรียกว่าออฟฟิศซินโดรม

สำหรับโรคออฟฟิศซินโดรมแล้ว อาการปวดมักจะมาในอาการที่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากสาเหตุของโรคเกิดจากการนั่งผิดอริยาบถ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมในการนั่งทำงานที่อวัยวะสัมพันธ์กัน เช่น อาการปวดหลังและคอ มาจากการนั่งหลังค่อมก้มคอ ทำให้ปวดคอและหลัง เป็นต้น โดยอาการเบื้องต้นของโรคออฟฟิศซินโดรมมีดังนี้

  • ปวดหลังเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน
  • กล้ามเนื้อตึงตั้งแต่บริเวณคอถึงบ่า
  • นิ้วล็อค ขยับนิ้วไม่สะดวก กางนิ้วแล้วเกิดอาการเจ็บ
  • ปวดร้าวและมึนบริเวณศีรษะ
  • ปวดบริเวณเบ้าตาบ่อยครั้ง
  • มีอาการชาบริเวณไหล่ถึงแขน

จากอาการเบื้องต้นสามารถแบ่งกลุ่มอาการของโรคออฟฟิศซินโดรมออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ

อาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อมักเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อบริเวณที่ใช้ในการทำงาน เช่น คอ บ่า ไหล่ สะบัก โดยระดับของการปวดมีตั้งแต่อาการเมื่อยล้าจนถึงปวดรุนแรงถึงขั้นทรมาน

กลุ่มระบบประสาทที่ถูกกดทับ

อาการระบบประสาทที่ถูกกดทับได้แก่ อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ อาการชาบริเวณแขนและมือ

กลุ่มระบบประสาทอัตโนมัติ

อาการที่เกี่ยวกับระบบประสาทอัตโนมัติเป็นอาการที่แสดงร่วมกับอาการประเภทอื่น เช่น ชา เหน็บ วูบ ขนลุก เหงื่อออก ซึ่งอาการเหล่านี้แสดงออกบริเวณที่ปวด เช่น หลัง คอ บ่า ไหล่ เป็นต้น

ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดแบบไหนถึงเรียกว่า ออฟฟิศซินโดรม

จุดสังเกตอาการของโรคออฟฟิศซินโดรม

ดังที่กล่าวไปข้างต้นว่า ออฟฟิศซินโดรมเป็นโรคที่สัมพันธ์กับหลายอวัยวะ ดังนั้นการสังเกตอาการให้ตรวจสอบว่ามีอาการปวดเกิดขึ้นพร้อมกันรึเปล่า เช่น กล้ามเนื้อตึงบริเวณคอถึงบ่า พร้อมกับมีอาการชาบริเวณไหล่ถึงแขน หรือบ้างรายอาจจะไม่ปวดหลังปวดไหล่ แต่เจ็บนิ้วและปวดเบ้าตา เป็นต้น ดังนั้นจึงควรการสังเกตอาการที่ผิดปกติให้ครบทุกด้าน เพราะออฟฟิศซินโดรมไม่ใช่แคอาการปวดหลัง แต่ยังมีอาการอื่นที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมอยู่

อันตรายจากโรคออฟฟิศซินโดรม

สำหรับโรคออฟฟิศซินโดรมถึงแม้ความเจ็บปวดจะอยู่ในระดับที่ทนได้ แต่หากปล่อยไว้เป็นเวลานานออฟฟิศซินโดรมก็อาจพัฒนากลายมาเป็นโรคร้ายแรงได้ โดยโรคที่เสี่ยงจะเกิดหลังจากการเป็นออฟฟิศซินโดรมมีดังนี้

  • หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
  • กระดูกสันหลังคด
  • แขนขาอ่อนแรง หากรุนแรงอาจก่อให้เกิดอาการกล้ามเนื้อหด ตึง
  • ความดันโลหิตสูง
  • ไขมันในเลือดสูง

การรักษาโรคออฟฟิศซินโดรม

แนวทางในการรักษาโรคออฟฟิศซินโดรมมีด้วยกันหลายวิธี ตั้งแต่ การรักษาด้วยยา การฝั่งเข็ม นวดแผนไทย จนไปถึงการทำกายภาพบำบัด แต่ทั้งนี้การรักษาโรคออฟฟิศซินโดรมควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยความรุนแรงของอาการ จะได้รับรักษาอย่างถูกวิธี

สำหรับใครที่ไม่ค่อยมีเวลาไปรักษาโรคออฟฟิศซินโดรม สามารถดูแลรักษาเบื้องต้นและหาทางป้องกันการลุกล่ามของโรคออฟฟิศซินโดรมได้ด้วยการปรับพฤติกรรมดังนี้

ออกกำลังกายลดช่วยโรค

การออกกำลังกายอย่างถูกวิธีเป็นตัวช่วยในการป้องกันและรักษาโรคออฟฟิศซินโดรม โดยการออกกำลังควรเริ่มจากการศึกษาวิธีการคลายกล้ามเนื้อ เช่นการทำโยคะ เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ตึงให้เกิดความยืดหยุ่น จะสามารถลดอาการปวดตึงได้ และในส่วนของการป้องกัน การออกกำลังกายทำให้เกิดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อช่วยป้องกันอาการแขนขาอ่อนแรงจากโรคออฟฟิศซินโดรมได้

ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดแบบไหนถึงเรียกว่า ออฟฟิศซินโดรม

ปรับสภาพแวดล้อมการทำงาน

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคออฟฟิศซินโดรมคือสภาพแวดล้อมในการทำงาน ดังนั้นการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการนั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน เป็นตัวช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคออฟฟิศซินโดรมได้ ยกตัวอย่างเช่น การปรับระดับเก้าอี้ให้พอดีกับโต๊ะ เพื่อลดการนั่งแบบห่อไหล่ หรือการเปลี่ยนมาใช้เก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ (ergonomic chair) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมได้

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อระหว่างทำงาน

พฤติกรรมการทำานที่ใช้อริยาบถเดิมในการทำงานเป็นเวลานาน เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอาการปวด ดังนั้นในระหว่างการทำงานควรปรับอริยาบถ เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อถูกใช้งานหนักจนเกิดไป เช่น การลุกขึ้นยืดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

หากจำเป็นต้องนั่งติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ควรปรับท่านั่งทำงานให้เหมาะสม โดยนั่งหลังตรงชิดติดพนักพิงเก้าอี้ วางเท้าตั้งตรงทำมุม 90 องศา ขณะทำงานต้องพยายามไม่ให้ก้มคอติดต่อกันเป็นเวลานาน หากทำได้หลังและคอจะตั้งตรง น้ำหนักจะไม่กดลงบริเวณต้นคอและกระดูกสันหลังมากเกินไป อาการปวดคอและหลังจะลดลง

สรุป

อาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ อาการเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสัญญาณบอกเหตุของออฟฟิศซินโดรม โดยโรคดังกล่าวเกิดจากพฤติกรรมการทำงานที่ผิดอริยาบถ เช่น การนั่งหลังค่อม ห่อ ไหล่หรือนั่งก้มคอติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ซึ่งโรคนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวคุณเอง เพียงแค่เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานและหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เพียงเท่านี้โรคออฟฟิศซินโดรมก็จะห่างไกลจากตัวคุณ

แผนประกันแนะนำ

ประกันการเดินทาง

แผนประกัน
การเดินทาง

"ซิกน่าประกันการเดินทางต่างประเทศ"
วางแผนเดินทางเลือกซิกน่าไปเป็นเพื่อน เดินทางใกล้หรือไกลอุ่นใจได้

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุออนไลน์

"คุ้มครองคูณสาม รับกรมธรรม์ทันที"
ให้ความคุ้มครอง 3 เท่าสูงสุด 6.6 ล้านบาท พร้อมค่ารักษาสูงสุด 60,000 บาท/ครั้ง/อุบัติเหตุ

ประกันสุขภาพ

แผนประกันภัย
โรคร้ายแรง

"“โรคร้าย…คุ้มครองครบ”"
”คุ้มครองสูงสุด 1.8 ล้านบาท เงินชดเชยรายได้สูงสุด 1,200 บาท/วัน