ศิลปะคืออะไร ถอดนิยามของศิลปะที่ช่วยโลกนี้ได้ในความคิดของศิลปิน

คืนพลังชีวิตท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลง ft. อนุพันธ์ พฤกษ์พันธ์ขจี


“ถ้าศิลปะนั้นมีความสามารถในการยกระดับจิตใจ
จึงจะเรียกว่า ศิลปะ”


Minute Pick Up

0.00 - คำว่า ‘ศิลปะ’ คืออะไรสำหรับมนุษย์
5.48 - การเปลี่ยนแปลงของสังคมส่งผลโดยตรงถึงศิลปะ
13.06 - ความเชื่อมโยงระหว่าง ศิลปะ ความงาม ชีวิต และเมือง
23.40 - วิธีน้อมนำความงามจากศิลปะสู่ชีวิต


Highlight

● ศิลปะคืออะไร นี่อาจเป็นคำถามจากมนุษย์ที่มักเกิดข้อสงสัย และพยายามหาคำนิยามให้กับคำว่า ศิลปะ ทั้งๆ ที่จริงแล้ว ศิลปะเป็นคำที่มีความหมายกว้างมากขึ้นอยู่กับศาสตร์และแขนงของศิลปะที่เลือกเสพและเลือกใช้

● แต่สำหรับ ‘นักศิลปะบำบัด’ อย่างครูมอส หรือ อนุพันธ์ พฤกษ์พันธ์ขจี ศิลปินผู้นำศาสตร์ด้านศิลปะมาช่วยในการบำบัดโรค เขาได้ให้คำนิยามของศิลปะในมุมที่น่าสนใจไว้ว่าคือ จิตวิญญาณ ซึ่งเป็นการนำมาของความงามที่สามารถยกระดับจิตใจของคนเราได้เป็นอย่างดี


หากถามว่า ศิลปะคืออะไร อาจจะรู้สึกว่าเป็นคำถามที่นำมาซึ่งคำตอบที่ได้ยากยิ่งกว่า เพราะจริงๆ แล้วศิลปะถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่แทบแยกจากกันไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นสถานที่ ของใช้ หรือแม้กระทั่งผู้คนเองก็สัมพันธ์และถูกร้อยเรียงเข้ากับศิลปะจนแทบจะแยกกันไม่ออก


และด้วยปมของความสัมพันธ์อันซับซ้อนของศิลปะและมนุษย์ จึงก่อให้เกิดการคืนพลังชีวิตให้กับคนที่หมดไฟในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี้ได้ เนื่องจากศิลปะมีผลต่อจิตใจภายในของมนุษย์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ


Jigsaw For Good Life ใน EP. 7 นี้ จึงจะขอยกคำถามเกี่ยวกับศิลปะมาให้ 2 ศิลปินอย่างคุณเอ๋ (นิ้วกลม) และครูมอส (อนุพันธ์ พฤกษ์พันธ์ขจี) มาร่วมด้วยช่วยกันตกผลึกและพูดคุยถึงนิยามของศิลปะว่าแท้จริงแล้วคำๆ นี้ให้ความหมายถึงสิ่งไหนกันแน่ พร้อมทั้งร่วมแชร์ความคิดและมุมมองต่อศิลปะที่เชื่อมโยงถึงวิถีชีวิตในแบบที่แตกต่างแต่กลับเข้าใจได้ง่ายได้เป็นอย่างดี

คำตอบของคำถามที่ว่า ‘ศิลปะคืออะไร’

สำหรับครูมอส หรือ อนุพันธ์ พฤกษ์พันธ์ขจี นักศิลปะบำบัดผู้คลุกคลีอยู่กับศาสตร์แขนงนี้มาตลอดชีวิตได้ให้คำตอบเกี่ยวกับนิยามของคำว่า ศิลปะคืออะไร ไว้อย่างน่าสนใจด้วยคำว่า ‘กว้างมาก’ เนื่องจากศิลปะเป็นศาสตร์ที่มีหลายแขนงรวมอยู่ด้วยกันจึงมีนิยามได้หลายความหมาย

ยกตัวอย่างการมองในแง่ของครูมอสเองซึ่งเป็นนักศิลปะบำบัดที่ทำงานเกี่ยวกับการรักษาและจิตใจ ก็จะมองเห็นถึงการทำงานของผลงานศิลปะที่ควบคู่กันไปกับจิตวิญญาณของมนุษย์ ทำให้คนเราได้ผลลัพธ์จากการทำศิลปะในแง่ของคุณค่าทางความคิด ความเข้าใจและความงามทางสุนทรียะได้อย่างลึกซึ้ง

เช่นเดียวกันกับทฤษฎีของนักปราชญ์ที่ได้ให้คำนิยามเกี่ยวกับศิลปะไว้ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นเพลโต, รูดอร์ฟ สไตเนอร์ หรือโมกิจิ โอกาดะ นักปราชญ์ต่างยุคต่างสมัยที่โยงศิลปะไปถึงเรื่องของความงาม ความดี และความจริง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเรื่องนามธรรมแต่ก็ยังเกี่ยวข้องกับภาพจิตใจของคนทั้งสิ้น ทั้งนี้ก็เป็นเพราะศิลปะช่วยยกระดับของจิตใจให้กับมนุษย์นั่นเอง

ศิลปะช่วยยกระดับจิตใจของเราได้อย่างไร

ในฐานะของคนที่ทำงานเกี่ยวกับศิลปะบำบัด ทำให้ครูมอสมีโอกาสที่จะหยิบเอาศิลปะมาใช้ในการบำบัดและรักษาจิตใจของผู้เข้ารับการบำบัดผ่านการจัดงาน Workshop หลายต่อหลายครั้ง

ผลปรากฏว่า ศิลปะที่นำมาใช้กลายเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจได้เป็นอย่างดีและทำให้ผู้เข้ารับการบำบัดรู้สึกถึงความผ่อนคลาย และผ่อนปรนความรู้สึกที่หนักอึ้งลงไปได้ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะศิลปะจะทำงานร่วมกันกับสิ่งที่เรียกว่า ความงามหรือองค์ประกอบอันละเอียดอ่อนที่ส่งผลลึกต่อจิตใจทำให้คนเรารู้สึกสงบและเรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเองได้มากยิ่งขึ้น

นั่นแสดงให้เห็นว่า ข้างในหรือจิตวิญญาณของคนเรามีความเกี่ยวข้อง อยู่คู่ขนาน และมีความสัมพันธ์กับศิลปะจนถึงระดับจิตใจ จึงทำให้สามารถช่วยยกระดับของจิตใจให้มนุษย์รู้สึกดีได้มากขึ้นนั่นเอง


ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปกับศิลปะที่เปลี่ยนแปลง

เพราะศิลปะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างความสุนทรียะของมนุษย์มาตลอดหลายยุคหลายสมัย เมื่อมนุษย์เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นไม่ว่าจะด้วยจากเหตุการณ์ทางสังคม ความเชื่อ หรือความก้าวหน้าต่างๆ ศิลปะที่อยู่คู่กับคนเรามาช้านานจึงมีการประยุกต์ใช้และแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาด้วยเช่นกัน

จากแต่เดิมที่ศิลปะเป็นเพียงศาสตร์หนึ่งที่ถูกมนุษย์สร้างขึ้นเพื่อความจรรโลงใจ แต่ด้วยการก้าวผ่านยุคสมัยที่ทั้งดี ไม่ดี โหดร้ายและเปลี่ยนแปลง ศิลปะจึงเกิดการพัฒนาเป็นสิ่งอื่นเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น เช่น

ในอดีตที่มนุษย์เราลงมือทำศิลปะลงไปโดยไม่มีทฤษฎีหรือองค์ความรู้ จนเกิดออกมาเป็นผลงานภาพวาดตามผนังถ้ำง่ายๆ ที่ใช้บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ แบบตรงๆ เพียงเท่านั้น แต่เมื่อยุคสมัยและองค์ประกอบด้านศิลปะที่พัฒนามาเรื่อยๆ ทำให้ศิลปะได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองทั้งด้านสถาปัตยกรรม สิ่งแวดล้อม สังคม และจิตใจอย่างกลมกลืน


ความแตกต่างของความงามและวิถีชีวิตในแต่ละยุคสมัย

หากพูดถึงศิลปะแล้วจะไม่พูดถึงเรื่องของความงามก็คงจะไม่ได้ เพราะ 2 สิ่งนี้คือของที่ต้องอยู่คู่กัน เพื่อสร้างความรู้สึกสุนทรียะให้เกิดขึ้นในจิตใจของมนุษย์

แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ความงามดั้งเดิมที่เคยช่วยสร้างความรู้สึกดีและจรรโลงใจให้คนเราก็เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะความงามที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตภายในเมืองใหญ่ที่มีแต่สิ่งรบกวนจิตใจเพิ่มมากขึ้นลง ซึ่งเป็นมลพิษกับทั้งทางกายและทางจิตใจที่ส่งผลให้คนเรารู้สึกป่วยกันมากขึ้น

แต่ถึงแม้ความงามในด้านการอยู่อาศัยของเราจะลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ จากในอดีต แต่ศิลปะก็ยังมีส่วนกลับมาช่วยฉุดรั้งชีวิตของคนที่อยู่อาศัยในเมืองให้ดีขึ้นได้ด้วยการนำศิลปะมาประยุกต์ใช้ในการบำบัดจิตใจ ซึ่งก็มีวิธีการใช้งานที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการบำบัดด้วยดนตรี หรือการบำบัดด้วยสี เป็นต้น

สรุป

สุดท้ายแล้วคำตอบของคำถามที่ว่า ศิลปะคืออะไร ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เพราะศิลปะมีความเป็นปัจเจกทำให้คำว่า ศิลปะมีทั้งความหมายโดยกว้างและเฉพาะเจาะจงแล้วแต่ศาสตร์และแขนงที่แตกต่างกันไป

แต่ถึงแม้เราจะไม่สามารถหาคำนิยามที่เป็นกลางให้กับคำว่า ศิลปะคืออะไรได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่มนุษย์ทุกคนสามารถสัมผัสถึงตัวตนของคำว่าศิลปะได้นั้นก็คือ การที่คนเรามีศิลปะอยู่ในทุกอณูของการใช้ชีวิต

เพราะไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยสักเท่าไหร่ ศิลปะก็จะพัฒนาและเติบโตตามมนุษย์เราไปในทิศทางที่เราต้องการ อย่างเช่น การประยุกต์เอาศิลปะมาใช้เพื่อการบำบัดกับผู้ป่วยในปัจจุบัน เป็นต้น

“รับชมแบบวิดีโอ”


“บทความที่เกี่ยวข้อง”