ซิกน่า
สอบถามผลิตภัณฑ์โทร 0-2099-3999
TH Thai

Start ธุรกิจ Start ยังไง

Start ธุรกิจ Start ยังไง ft. ไผท ผดุงถิ่น

“ ภาระพันธนาการรอบตัวมีหรือยัง ถ้ามีน้อยก็ไปต่อ
คุณแบกอะไรบ้าง มีอาวุธพร้อมรึยัง”


Minute Pick Up

01.20 - เพิ่งเรียนจบ ทำงานประจำหรือทำธุรกิจ ดี
05:18 - ความแตกต่างระหว่างการเป็นลูกจ้างกับเปิดบริษัทของตัวเอง
09::20 - ความฝันและความคาดหวังในการทำธุรกิจ
20:35 - องค์ประกอบในการตัดสินใจทำธุรกิจจากไอเดีย


Highlight

● ความแตกต่างระหว่างการเป็นลูกจ้างกับเปิดบริษัทของตัวเอง

● ความฝันและความคาดหวังในการทำธุรกิจ


อยากทำธุรกิจต้องเริ่มต้นยังไงดี? สำหรับคนที่มีความฝันอยากทำธุรกิจแต่ยังไม่มีความพร้อม ยิ่งเด็กรุ่นใหม่ไฟแรง เรียนจบมาอยากทำธุรกิจของตัวเอง แต่จะรู้ได้ไงว่ามีสถานการณ์ตอนนี้พร้อมรึยังกับการทำธุรกิจ


Jigsaw For Good Life ใน EP.22 นี้ จึงเชิญ ไผท ผดุงถิ่น ผู้บริหารบริษัทบิลค์วันกรุ๊ป มาพูดถึง แนวทางการสำรวจความพร้อมก่อนเริ่มต้นธุรกิจ


การจัดการพื้นฐานชีวิตเพื่อรองรับวิกฤตเศรษฐกิจ

ในการจัดการชีวิตเริ่มต้นได้จากเข้าใจพื้นฐานของช่วงวัย พื้นฐานที่ว่านั้นนอกเหนือจากพฤติกรรมและการะทำแล้ว ต้องเข้าใจในความคาดหวังและเป้าหมายของตัวเองที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในแต่ละช่วงชีวิตมีความคาดหวังและเป้าหมายในชีวิตที่แตกต่างกันดังนี้

เพิ่งเรียนจบ ทำงานประจำหรือทำธุรกิจดี

ทบทวนความเสี่ยงในชีวิต ตรวจสอบพันธนาการว่ามีเยอะไหม อายุ 20 ต้นๆพันธนาการยังน้อยไม่ต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ แต่พันธนาการที่น้อยมาพร้อมกับประสบการณ์ที่น้อยเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงควรไปเก็บทักษะl ก่อนไปเป็นฝึกงาน ที่บริษัทต่างๆ ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เก็บ ทักษะ ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ เช่น การขาย, การต่อรอง, การนำเสนอ การดูแลคน หากสามารถเก็บทักษะเหล่านี้ได้ถึงมีความพร้อมเป็นผู้ประกอบการ

ความแตกต่างระหว่างการเป็นลูกจ้างกับเปิดบริษัทของตัวเอง

ความแตกต่างระหว่างการเป็นลูกจ้างกับเปิดบริษัทของตัวเอง แตกต่างกันที่วิธีการฝึกฝนทักษะ โดยการทำงานที่บริษัทมีความคล้ายคลึงกับการเรียนมหาวิทยาลัย คือ ที่มหาวิทยาลัยอาจารย์มีโจทย์ให้ทำ ส่วนการทำงานในบริษัท ก็มีรุ่นพี่ มีหัวหน้างานคอยให้โจทย์หรืองานในการฝึกฝน แต่ถ้าออกมาเป็นผู้ประกอบการ ไม่มีใครคอยให้โจทย์ ไม่มีใครให้คำปรึกษา ทำให้ทิศทางการทำธุรกิจไม่แน่ชัดและโอกาสที่จะประสบความสำเร็จจะน้อยกว่าคนที่มีความพร้อมมากกว่า

ความฝันและความคาดหวังในการทำธุรกิจ

ความฝันเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำธุรกิจ ฝันที่ใหญ่ของ Startup ต้องใช้เงินจำนวนมากในการสานความฝัน เงินที่มาจากการนักลงทุน ซึ่งทุกครั้งที่ได้เงินมา ความเป็นเจ้าของ (หุ้น) ของผู้ประกอบการจะลดลง ดังนั้นจึงควรหาจุดสมดุล (balance) ระหว่างความฝันและความคาดหวัง

ความฝันที่ใหญ่ย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงที่มากขึ้น ดังนั้นจึงควรประเมินถึงความเป็นจริง การเจริญเติบโต (Growth) อาจต้องพึ่งการเจริญเติบโตบนพื้นฐานที่พอเพียง เพื่อลดความเสี่ยง ลดการก่อหนี้ ฝันให้พอดีในพื้นฐานความเป็นจริง

องค์ประกอบในการตัดสินใจทำธุรกิจจากไอเดีย

ไอเดียในการทำธุรกิจมักจะนำมาซึ่งความหลงไหล เนื่องจากความเป็นเจ้าของไอเดีย แต่ในความเป็นจริงควรทดสอบไอเดีย ด้วยการถามคนอื่น เพื่อหาคำตอบที่แตกต่างนอกจากความว่า”ใช่” เพราะคนที่เห็นต่างจะเห็นจุดอ่อนของไอเดีย หรือถ้าหากมีความมั่นใจในไอเดียของตัวเอง ก็ควรทำตัวทดลองก่อน โดยกำหนดเวลาในการทดลอง เช่น มีเวลา 3 เดือน หากหมดเวลาแล้วยังไม่เจอทางออก ไอเดียนั้นอาจจะผิดก็ได้ เป็นต้น

พร้อมหรือยังกับการขยายธุรกิจ

ในวันที่ธุรกิจเริ่มอยู่ตัวแล้ว เริ่มมีรายได้มั่นคง มีประสบการณ์มากขึ้น เวลานั้นเจ้าของธุรกิจควรถามตัวเองก่อนว่า มีความพร้อมรับความท้าทายอีกครั้งไหม การขยายธุรกิจครั้งนี้สามารถสร้างสิ่งที่ดีที่สุดได้ไหม ซึ่งถ้าหากพร้อมก็ถึงเวลาเดินหน้า แต่สำหรับผู้ประกอบการที่มีอายุเยอะ ควรคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยง ส่วนผู้ประกอบการที่ยังอายุน้อย จะมีข้อได้เปรียบคือพลังงานมากพอในการต่อสู้กับปัญหา มีแรงมากพอในการค้นหาทุนเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดความสำเร็จ

ทั้งนี้ในการมองธุรกิจควรมองธุรกิจให้เหมือนกับต้นไม้ภายในป่า ผู้ประกอบการบ้างคนอยากมีธุรกิจที่ขนาดใหญ่แผ่ขยายร่มเงา หรือบ้างคนก็ต้องการแค่เป็นส่วนหนึ่งของป่าก็พอใจแล้ว ไม่จำเป็นต้องมองคนอื่น แต่ควรพิจารณาความต้องการของตัวเอง มองหาความสุขก็เพียงพอ

ความผิดหวังกับการจัดการ

ในการทำธุรกิจย่อมมีโอกาสเผชิญกับความผิดหวัง ซึ่งความผิดหวังนั้นเกิดจากความคาดหวัง ผู้ประกอบการควรจัดการความผิดหวัง ด้วยการพูดคุยถึงความผิดหวัง เพื่อลดทอนความคาดหวังที่จะเกิดขึ้นจากการทำธุรกิจ บางครั้งการทบทวนถึงความผิดพลาดเป็นอีกหนทางในการเรียนรู้เพื่อทำธุรกิจได้

สรุป

การเริ่มต้นทำธุรกิจควรเริ่มจากการเรียนรู้ก่อน เรียนรู้ทักษะจากคนอื่น เช่น ทักษะการต่อรอง, การบริหารคนหรือการนำเสนองาน หากเก็บทักษะเรียนรู้มามากพอแล้ว จากนั้นจึงสำรวจความพร้อมของตัวเองว่าพร้อมในการทำธุรกิจมากแค่ไหน มีพันธนาการไหม มีบ้านต้องผ่อนหรือครอบครัวที่ต้องดูแลไหม สำรวจแล้วพร้อมก็ถึงเวลาลงมือทำ

แต่สำหรับคนที่ทำธุรกิจอยู่แล้วสิ่งที่ยากคือ การรับมือกับความคาดหวัง เพราะความคาดหวังและความฝันที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความเสี่ยง เสี่ยงทั้งการก่อหนี้ การสูญเสียความเป็นเจ้าของ รวมทั้งเสี่ยงต่อความผิดหวัง ดังนั้นจึงควรจัดการความคาดหวังให้พอดีกับความฝันเพื่อทำธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีความสุข

“รับชมแบบวิดีโอ”


“บทความที่เกี่ยวข้อง”