ซิกน่า
สอบถามผลิตภัณฑ์โทร 0-2099-3999
TH Thai

ประโยชน์ของการวิ่งมีอะไรบ้าง สิ่งที่จะได้เมื่อก้าวเท้าออกไปวิ่ง

ประโยชน์ของการวิ่งมีอะไรบ้าง สิ่งที่จะได้เมื่อก้าวเท้าออกไปวิ่ง ft. นฤพนธ์ ประธานทิพย์

“ ทำไปเถอะครับ อดทนทำไป แล้วผลลัพธ์ที่ได้มันจะหอมหวานมาก ”


Minute Pick Up

00.00 - ทำไมถึงเริ่มต้นออกมาวิ่ง
07:56 - ออกไปวิ่งมาราธอนได้อย่างไร
17:59 - วินัยมอบอะไรให้กับชีวิต
28:04 - คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง


Highlight

● ไม่มีมนุษย์คนไหนที่สามารถวิ่งครั้งละหลายสิบกิโลเมตรในครั้งแรกได้ แต่คุณสามรถทำได้หากคุณเริ่มต้นและตั้งใจซ้อมอย่างสม่ำเสมอ

● นอกจากสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงมากขึ้น ประโยชน์ที่สำคัญที่ได้จากการวิ่งคือวินัยที่มาจากการฝึกฝนตัวคุณเอง และมิตรภาพที่คุณจะได้จากสังคมของการวิ่ง


หลายคนอาจจะสงสัยว่าวิ่งไปแล้วได้ประโยชน์อะไร


ในปัจจุบันที่มีงานวิ่งให้คุณเลือกจำนวนมาก ตั้งแต่ระยะทางสั้นๆ ที่ห้ากิโลเมตร ไปจนถึงการวิ่งมาราธอนระยะหลายสิบกิโลเมตร หลายๆ คนจึงหันมาออกกำลังกายด้วยการวิ่งมากขึ้น เพราะเห็นว่าการวิ่งเป็นกิจกรรมที่ให้ประโยชน์มากมายมหาศาล ไม่ใช่แค่เพียงการออกกำลังกายธรรมดาๆ ทั่วไป


Jigsaw For Good Life ใน EP.20 นี้ จึงเชิญ คุณนะ นฤพนธ์ ประธานทิพย์ นักวิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจของบรรดานักวิ่งทั่วประเทศมาคุยกันว่าทำไมคุณนะถึงหันมาออกกำลังกายด้วยการวิ่ง การวิ่งให้ประโยชน์อะไรกับตัวคุณนะบ้าง และทำอย่างไรคุณนะถึงกลายเป็นนักวิ่งท่ีประสบความสำเร็จเช่นในปัจจุบัน


วิ่งเปลี่ยนชีวิต

จุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณนะหันมาวิ่งคือการที่คุณนะมีปัญหาสุขภาพจำนวนมาก ตั้งแต่น้ำหนักตัวร้อยกว่ากิโลกรัม ป่วยเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไตและไขมันพอกตับ แม้ว่าหมอจะบังคับให้ออกกำลังกายแต่คุณนะก็ยังไม่สนใจ จนกระทั่งวันหนึ่งคุณนะล้มในห้องน้ำแล้วสลบไป วินาทีนั้นจึงรู้ว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดคือสุขภาพ และจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างให้สุขภาพดีขึ้น

สาเหตุที่คุณนะเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยการวิ่ง เพราะคุณนะไม่มีพื้นฐานกีฬาใดๆ ก็เลยไม่สนใจการออกกำลังกายมาอย่างยาวนาน แล้วจากการที่เคยไปเดินที่สวนสาธารณะแล้วพบว่าผู้สูงอายุวิ่งได้ เด็กๆ ผู้หญิงก็วิ่งได้ เลยมีความคิดว่าถ้าตอนนี้ร่างกายยังเดินได้ ก็น่าจะวิ่งได้ หลังจากออกจากโรงพยาบาลก็เริ่มออกไปวิ่งเลย

เอาชนะความกลัวของตัวเองให้ได้

ตอนที่คุณนะเริ่มวิ่งที่สวนรถไฟ พอเห็นคนที่วิ่งด้วยวิ่งเร็ว ก็วิ่งตามไปกับเขา ปรากฎว่าวิ่งได้ประมาณหนึ่งหัวโค้งหรือสามสี่ร้อยเมตรก็ทรุดลงเพราะว่าหายใจไม่ทัน ตอนนั้นเกิดคำถามขึ้นในใจว่าทำไมเราวิ่งไม่ได้? ทำไมเราไปต่อไม่ไหว? วันนั้นเสียใจมากแต่ก็คิดว่าไม่เป็นไร พรุ่งนี้เอาใหม่ วันที่สองก็กลับมาวิ่งใหม่ ถึงจะได้เท่าเดิม แต่ก็วิ่งไปเรื่อยๆ

ผลลัพธ์ที่ได้คือจากเดิมที่ไม่ไหวที่ 400 เมตร ก็เริ่มไปหอบที่ 500 เมตร แล้วก็ขยับไปเรื่อยๆ อันนี้คือใช้ทฤษฎีทำซ้ำๆ กัดฟันทำทุกวัน จนกระทั่งประมาณ 2-3 เดือน ที่สามารถวิ่งครบรอบสวนรถไฟได้โดยที่ไม่เหนื่อย ความรู้สึกตอนนั้นมันยิ่งใหญ่มาก คือดีใจยิ่งกว่าวันที่วิ่งมาราธอนจบอีก เพราะว่ามันคือจุดเริ่มต้นของการที่วิ่งอย่างต่อเนื่องได้

พอได้วิ่งทุกวัน ก็จะมีคนจากชมรมวิ่งต่างๆ มาชักชวนว่าให้ลองไปวิ่ง 5 กิโล 10 กิโล 21 กิโล ซึ่งสิ่งที่กลัว ที่สุดตอนนั้นคือกลัวเข้าที่สุดท้าย กลัวว่าฉันอ้วนแบบนี้แล้วไปวิ่ง กลัวเข้าที่โหล่ แต่ก็ไปลงวิ่ง 10 กิโล งาน นนทบุรีมาราธอน วิ่งเปิดสะพานพระนั่งเกล้าคู่ขนาน จำได้ว่าวันนั้นเหนื่อยมากๆ แต่ก็กัดฟันวิ่ง เช้าเส้นชัยประมาณชั่วโมงกว่า ชั่วโมงครึ่ง ตอนเข้าเส้นชัยถึงกับดีใจร้องให้เลย

จากวันแรกที่เริ่มวิ่งจนลงมินิมาราธอน ใช้เวลาประมาณปีกว่า แล้วทีนี้เวลาวิ่งเสร็จ ความรู้สึกเดิมๆ ที่เราทำได้มันจะกลับมา มันจะทำให้อย่างวิ่งต่อ ตัวคุณนะเองก็ลงมินิมาราธอนไปอีกประมาณสิบเดือน แล้วก็ขยับไปฮาล์ฟมาราธอนงานวันแม่ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ จำได้ว่าวิ่งผ่านรอบแรกแล้วเห็นคนอื่นวิ่งเข้าเส้นชัยกันก็คือมันทรมาณมาก แต่ก็สู้ไปเรื่อยๆ จนจบได้ พอผ่านไปซักสองสามวันก็อยากไปวิ่งงานใหม่ๆ ต่อ

ความคิดที่จะวิ่งมาราธอนมันเริ่มแวบเข้ามาในหัวจากตรงนี้ เริ่มรู้สึกอยากจะลองของสักครั้งในชีวิต จากนั้นเป็นต้นมาก็ซ้อมอย่างสม่ำเสมอทุกวัน วันละ 10 กิโล จนเราจบมาราธอนแรกที่ 4 ชั่วโมง 45 นาที ก็ถือว่าผมมีวินัยในการซ้อมพอสมควร แล้วก็ทำเวลาได้ดี ก็รู้สึกมีความสุข วิ่งเข้าเส้นชัยแล้วกระโดดชูตัวเหมือนตัวกูลิโกะเลย

วินัยเป็นสิ่งที่สำคัญ

จากวันนั้นคุณนะวิ่งจบมาราธอนจบเกิน 50 งานขึ้นไปแล้ว และแต่ละวันก็จะวิ่งเฉลี่ยวันละ 30 กิโล ซึ่งเริ่มต้นซ้อมตั้งแต่วันละ 5 กิโล 8 กิโล ค่อยๆ ขยับทีละนิด ถ้าคุณมองว่าเริ่มต้นจาก 0 มันจะยาก แต่การที่วิ่งได้คือมาจากการซ้อม มาจากการที่พยายามทุกวัน บางทีก็มีถามตัวเองว่าวิ่งแบบนี้ไปทำไม แต่พอไปวิ่งจริงแล้วกลับวิ่งจบได้ มันทำให้เกิดผลลัพธ์ที่หอมหวานมากและภูมิใจมากเช่นกัน

แต่ก่อนคุณนะก็ไม่เชื่อว่าชีวิตจะกลายเป็นแบบนี้ได้ จากแต่ก่อนที่อ้วนมาก ตอนนี้โรคที่เป็นหายหมดแล้ว เพราะว่าวิ่งจนโรคอยู่ไม่ได้ เมื่อก่อนความดัน 180-190 ตอนนี้ลงมา 60-90 มันลงมาของมันเอง อีกอย่างหนึ่งที่ได้คือสุขภาพจิตดีขึ้น เวลาวิ่ง 20-30 กิโล คือเวลาที่ได้อยู่กับตัวเอง ฉะนั้นสมองจึงได้คิดไปเรื่อยๆ ความรู้สึกอย่างนึงที่ได้มาคือความโลภลดลงเยอะมาก รู้สึกว่าเข้าใจชีวิตมากขึ้น เข้าใจชีวิตว่ามนุษย์มันเกิดมาเพื่ออะไร แค่ปัจจัยสี่ก็เหลือเฟือแล้ว ถ้าสุขภาพดีนะ เงินสักบาทก็ไม่ต้องมีก็ได้

หลายคนอาจจะบอกว่าการวิ่งเนี่ยใช้เงินมหาศาล รองเท้าวิ่งก็แพง อุปกรณ์อีกเยอะแยะมากมาย วันแรกที่เริ่มวิ่งเนี่ยไม่มีอะไรเลย รองเท้าอะไรก็ได้ จริงๆ เหมือนว่าถ้าคุณตั้งเงื่อนไขให้กับตัวเองเยอะ การวิ่งจะดูเป็นเรื่องยากมาก จริงๆ แล้วคุณทำได้ ขอให้มีวินัย วินัยมันเปลี่ยนชีวิตจริงๆ จากคนที่ติดลบ ทะลุไปวิ่งจบมาราธอนโลกได้ วิ่ง 100 กิโลได้ วิ่งเทรลได้ มันภูมิใจมากจริงๆ

ตอนนี้เป้าหมายในชีวิตของคุณนะคือการวิ่งมาราธอน 6 สนามโดยใช้เวลาต่ำกว่า 3 ชั่วโมง 20 นาที ที่ตั้งแบบนี้ไว้เพื่อที่จะทำให้ตัวเองมีแรงวิ่งต่อไปเรื่อยๆ ท้าทายกับมัน แล้วมาดูว่าใครจะชนะ ถ้าคุณวิ่งจนร่างกายคุณแข็งแรง สิ่งที่คุณต้องต่อสู้คือจิตใจของคุณเอง บางวันที่เบื่อมาก บางทีก็เดินๆ วิ่งๆ เลย แต่ทำยังไงก็ได้ให้ซ้อมได้ระยะทาง 30 กิโลทุกวัน

คุณจะได้ประโยชน์ก็ต่อเมื่อออกไปวิ่ง

คำแนะนำที่คุณนะอยากจะให้กับคนที่เริ่มวิ่งคือคุณต้องทำซ้ำบ่อยๆ สิ่งที่คุณได้ตามมาคือทักษะ เพราะคุณจะเริ่มรู้ว่าวิ่งอย่างไรไม่ให้บาดเจ็บ ต้องวางขาอย่างไร วางเท้าอย่างไร ส่วนใหญ่คนที่มาวิ่งแรกๆจะกลัวเจ็บ ไม่ต้องกลัวครับ การที่ร่างกายคุณเจ็บเป็นเพราะกล้ามเนื้อคุณไม่แข็งแรง เพราะคุณไม่เคยวิ่ง ดังนั้นต้องเจ็บ ถ้าไม่เจ็บคือผิดปกติ แล้วร่างกายไม่ปล่อยให้ตัวเองเจ็บทุกวัน ท้ายที่สุดร่างกายจะจัดตำแหน่งการวิ่งได้เอง

การวิ่งเป็นกีฬาที่เผาผลาญแคลอรี่มากๆ โดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ แล้วก็เป็นยารักษาโรคอย่างยั่งยืนด้วย เพราะวิ่งแล้วอาการต่างๆ หาย คือต้องวิ่งไปเรื่อยๆ ร่างกายจะคอนโทรลตัวเองได้ ก็อยากให้คุณอดทนไปก่อน วิ่งแล้วต้องเหนื่อยต้องเจ็บ แต่สิ่งที่ได้มาคุ้มค่ามากๆ นอกจากสุขภาพกายสุขภาพจิตแข็งแรงแล้ว คุณยังได้สังคมที่ดีมาด้วย

แต่ก่อนตัวคุณนะเองก็เป็น nobody ไม่มีใครรู้จักเลย พอได้เริ่มมาวิ่งเนี่ย เจอนักวิ่งกี่คนก็จะรู้สึกว่ามีคำแนะนำ มีอะไรดีๆมาให้ตลอดเวลา แล้วก็ช่วยเหลือกันตลอด อย่างเวลาที่ไปวิ่งเทรล บางคนไม่รู้จักกัน แต่ก็ยื่นขนมให้กัน ยื่นน้ำให้กัน ถึงเราไม่ใช่เพื่อนกัน ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่เรามีส่วนร่วมตรงนั้นไง แบบนี้เป็นสังคมที่ดี

สรุป

การวิ่งถือเป็นกิจกรรมที่ให้ประโยชน์กับตัวคุณเองอย่างมหาศาล นอกจากประโยชน์ต่อสุขภาพกายที่การวิ่งจะช่วยให้คุณเผาผลาญไขมันและร่างกายที่มีความฟิตมากขึ้น คุณยังได้สุขภาพจิตที่ดีต่อคุณเองมาจากทัศนคติที่ดีที่คุณมีต่อการวิ่งซึ่งคุณสามารถนำพลังงานดีๆ ที่คุณได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน

แต่ประโยชน์เหล่านี้คุณย่อมไม่ได้มันมาหากคุณไม่เริ่มต้นวิ่ง สิ่งสำคัญที่คุณจำเป็นต้องทำคือการออกมาวิ่ง โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขใดๆ ที่จะทำให้คุณวิ่งได้จริงๆ ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งจะทำให้คุณมีวินัยในการใช้ชีวิตและทำให้คุณได้รับประโยชน์จากการวิ่งในทุกๆ วัน

“รับชมแบบวิดีโอ”


“บทความที่เกี่ยวข้อง”