ซิกน่า
สอบถามผลิตภัณฑ์โทร 0-2099-3999
TH Thai

สร้างความสุขง่ายๆ ด้วยธรรมชาติบำบัด ให้ชีวิตเชื่อมโยงกับธรรมชาติ

สร้างความสุขง่ายๆ ด้วยธรรมชาติบำบัด ให้ชีวิตเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ft. ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์

“ เพราะว่าเราจะตระหนักแล้วว่า ทุกชีวิตเราต่างพึ่งพาอาศัยกัน ”


Minute Pick Up

00.00 - ความทุกข์ของคนเมืองมาจากการห่างไกลธรรมชาติ
10:45 - จะกลับไปเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้อย่างไร
16:15 - ความสุขที่ได้จากการอยู่กับธรรมชาติ
25:08 - มนุษย์สื่อสารกับธรรมชาติรอบตัวได้อย่างไร


Highlight

● ธรรมชาติบำบัดคือการที่มนุษย์กลับไปฟื้นฟูความสัมพันธ์กับธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา

● พื้นฐานของธรรมชาติบำบัดคือการกระตุ้นให้ประสาทสัมผัสรับรู้บรรยากาศและความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ซึ่งทักษะดังกล่าวมีติดตัวมนุษย์มาโดยตลอดแต่มนุษย์ไม่ได้ใช้มันเป็นเวลานาน


มนุษย์เรากำลังห่างไกลจากธรรมชาติมากเกินไป


ด้วยเหตุที่การใช้ชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบันเปลี่ยนมาอาศัยอยู่ในเมือง และกิจวัตรประจำวันที่เร่งรีบมากขึ้น ทำให้มนุษย์เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา โดยเฉพาะการที่มนุษย์เราได้ตัดความสัมพันธ์กับธรรมชาติไปอย่างโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆ ที่มนุษย์มีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง


Jigsaw For Good Life ใน EP.19 นี้ จึงเชิญ ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ ประธานมูลนิธิโลกสีเขียวมาคุยในเรื่องของวิธีการที่จะนำพาตัวเรากลับไปสู่การเชื่อมโยงกับธรรมชาติด้วยการทำธรรมชาติบำบัด ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่กับมนุษย์ตั้งแต่เริ่มต้น แต่ผู้คนในปัจจุบันหลงลืมและละเลยมันไป และทำให้มนุษย์ไม่ได้รับความสุขที่มาจากการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ


คนเรามีความทุกข์มากขึ้นเพราะเราอยู่ห่างไกลจากธรรมชาติ

หากนับย้อนไปถึงเวลาที่มนุษย์วิวัฒนาการแยกออกมาจากลิงชิมแปนซีเมื่อเจ็ดล้านปีก่อน มนุษย์มีวิวัฒนาการร่วมกับสิ่งมีชีวิตต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์เป็นจำนวนมาก และมนุษย์จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้รอดชีวิตโดยอาศัยกับธรรมชาติมาโดยตลอด

อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลา 50-60 ปีที่ผ่านมาซึ่งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์มากขึ้น และวัฒนธรรมของมนุษย์ได้เปลี่ยนแปลงไปจนทำให้มนุษย์อยู่กับธรรมชาติน้อยลง แต่ร่างกายของมนุษย์กลับวิวัฒนาการมาอีกแบบหนึ่ง ทำให้มนุษย์ไม่ได้ใช้ร่างกายทั้งหมดทุกส่วนอย่างที่ควรจะเป็น

พอมนุษย์ถูกตัดขาดจากสิ่งแวดล้อม ปัญหาที่ตามมาคือมนุษย์มีอาการป่วยต่างๆ เกี่ยวพันเช่นโรคเกี่ยวกับภูมิต้านทานต่างๆ ซึมเศร้า สมาธิสั้น หรือหากไม่ป่วยก็จะเป็นความรู้สึกที่อึดอัด ไม่สดชื่น ทุกข์ใจ หรือเครียดมากขึ้น โดยเฉพาะคนเมืองที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากนัก

ธรรมชาติบำบัดกับมนุษย์

ธรรมชาติเข้าไปบำบัดอาการเจ็บป่วยของมนุษย์ได้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่นแนวคิดที่มาแรงอย่างการอาบป่า ที่มีผลการวิจัยว่าการที่มนุษย์เข้าไปอยู่ในป่าจะช่วยให้ภูมิต้านทานของมนุษย์แข็งแรงขึ้น ซึ่งสิ่งที่ไปช่วยพัฒนาระบบภูมิต้านทานของมนุษย์มีตั้งแต่ประจุไฟฟ้าขั้วลบในอากาศที่ไปดักจับอนุมูลอิสระ หรือสารระเหยจากต้นไม้ที่ทำให้คนรู้สึกผ่อนคลาย

อีกสิ่งหนึ่งที่มีผลกับร่างกายมนุษย์คือจุลชีพ หรือสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งจุลชีพเหล่านี้วิวัฒนาการมาพร้อมกับมนุษย์ และสะสมอยู่ในร่างกายของมนุษย์ตามระบบการทำงานต่างๆ รวมกันเป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่

เช่นเดียวกับระบบนิเวศอื่นๆ ที่ต้องการการหมุนเวียนจุลชีพอยู่ตลอดเวลา การที่มนุษย์อยู่กับธรรมชาติจะทำให้มนุษย์ได้รับจุลชีพใหม่ๆ ทั้งจากในดิน ในนำ้ หรือในอากาศ และโอกาสที่มนุษย์จะได้รับจุลชีพที่ดีซึ่งช่วยให้สุขภาพดีขึ้นจะมากกว่ามนุษย์ที่อยู่ในพื้นที่ปิด

มนุษย์จะกลับไปเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้อย่างไร

วิธีการสำหรับการสร้าง nature connection หรือการเชื่อมโยงกับธรรมชาติสรรพสิ่ง เริ่มต้นจากการที่มนุษย์พัฒนา ‘ผัสสะ’ หรือประสาทสัมผัส เพราะผัสสะคือสิ่งที่ร่างกายของมนุษย์ใช้รู้จักและรับรู้ความเป็นไปในโลก ซึ่งมนุษย์สามารถแยกย่อยรายละเอียดได้มากถึง 52 ผัสสะ

ยกตัวอย่างประสาทสัมผัสทางร่างกาย เช่นมนุษย์สามารถรู้สึกถึงแรงดึงดูดโลก ในรูปของกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่ไหลเวียนตามร่างกาย หรือการทรงตัวของมนุษย์ที่สามารถพัฒนาได้ด้วยการเดินในธรรมชาติ หรือประสาทสัมผัสทางพลังงานที่เรียกว่า sixth sense หรือโทรจิตก็มีอีกหลายประเภท

ซึ่งมนุษย์มีโอกาสที่จะพัฒนา ‘ผัสสะ’ เหล่านี้ได้ตลอดเวลา เพราะว่ามนุษย์ยังคงใช้ร่างกายเดิมแบบเดียวกับมนุษย์เมื่อสองแสนปีก่อน เพียงแต่มนุษย์ในปัจจุบันต้องอยู่ในโหมดของความรีบเร่ง มีเส้นตายที่ต้องไปให้ถึง หากมนุษย์ใช้ชีวิตให้ช้าลง ‘ผัสสะ’ ของมนุษย์จะกลับมาละเอียดเช่นในอดีต

เมื่อมนุษย์ใช้ชีวิตช้าลง คลื่นสมองของมนุษย์ก็จะช้าลงตามไปด้วย จนเข้าไปอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวกับคลื่น Alpha กับ Tetra ซึ่งเป็นคลื่นความถี่เดียวกันกับสนามแม่เหล็กโลกที่ 6-8 Hz จนทำให้ร่างกายของเรามีชีพจรเดียวกับสนามแม่เหล็กโลก และมนุษย์สามารถเชื่อมต่อกับพลังงานอื่นๆ ได้

ฝึกธรรมชาติบำบัดด้วยตนเอง

ตัวอย่างของการฝึกให้ร่างกายปรับตัวเข้าหาธรรมชาติเช่นการฝึกหูของคุณเอง โดยให้คุณนั่งนิ่งๆ แล้วลองพิจารณาดูว่าคุณได้เสียงอะไรบ้างรอบตัว ครั้งแรกคุณอาจจะได้ยินเสียงรถ เสียงแอร์ หรือเสียงอื่นๆ ที่โดดเด่นมากๆ ในตอนนั้น หลังจากนั้นให้คุณลองใหม่อีกที พยายามฟังเสียงที่ค่อยๆ ให้การได้ยินของคุณขยายออกไป

ซึ่งคุณจะพบว่าคุณจะได้ยินเสียงอะไรเพิ่มขึ้นมาเยอะแยะจากทุกสารทิศ ได้รู้ว่าภูมิประเทศจากเสียงเป็นอย่างไร แล้วตัวตนของคุณจะค่อยๆหายไป แล้วจู่ๆ เป็นว่าคุณสนใจเสียงต่างๆ แล้วได้ยินเสียงต่างๆเต็มไปหมด และการฝึกฟังจะช่วยเพิ่มคุณสมบัติคือความนิ่ง ทำให้คุณรู้สึกเงียบลงและได้ยินมากขึ้น

และเมื่อคุณเปิดประสาทสัมผัสมากขึ้น จะทำให้คุณเชื่อมโยงกับโลกภายนอกมากขึ้น และคุณจะรับรู้พลังงานที่ละเอียดมากขึ้นโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้สัมผัสที่หกอย่างเช่นโทรจิตก็จะมาเองโดยธรรมชาติ แล้วคุณจะสื่อสารกับธรรมชาติที่อยู่รอบตัวคุณได้ และทำให้คุณมีความสุขมากขึ้นจากการที่คุณมองเห็นความสัมพันธ์ของธรรมชาติที่อยู่รอบตัวคุณ

เชื่อมต่อตัวคุณเองเข้ากับธรรมชาติ

ในธรรมชาติสิ่งมีชีวิตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ล้วนสื่อสารกันเป็นกิจวัตรด้วยการส่งผ่านพลังงาน ซึ่งมนุษย์มีความสามารถในรูปแบบดังกล่าวเช่นเดียวกัน เพียงแต่มนุษย์ประดิษฐ์ภาษามาใช้ในการสื่อสารจนสามารถสร้างความเชื่อ สร้างอารยธรรมต่างๆ ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้มนุษย์หลงลืมการสื่อสารอีกด้านหนึ่งที่ไม่ต้องใช้ภาษาไป

ซึ่งเมื่อมนุษย์กลับมาใช้ช่องทางดังกล่าวอีกครั้ง เท่ากับว่ามนุษย์ก็จะมีช่องทางอื่นๆ ที่นำพาตัวเราเข้ากลับไปสู่ธรรมชาติ เมื่อเราเปิดประสาทสัมผัสรับรู้สิ่งรอบตัว เท่ากับว่าเราได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับธรรมชาติขึ้นมาใหม่ มุมมองเราต่อสิ่งแวตล้อมก็จะเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่สิ่งที่แวดล้อม แต่เป็นชีวิตที่ร่วมโลก พึ่งพาอาศัยกัน แลกเปลี่ยนกันเป็นพื้นฐาน

สรุป

มนุษย์เราถูกวิวัฒนาการมาให้ใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ ทำให้การที่มนุษย์ใช้ชีวิตออกห่างจากธรรมชาติมากขึ้นได้ส่งผลร้ายต่อมนุษย์โดยไม่รู้ตัว ในรูปของโรคร้ายต่างๆ และอาการทางอารมณ์ความรู้สึกที่ส่งผลให้มนุษย์ไม่มีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น

ธรรมชาติบำบัดหรือการนำพาตนเองกลับไปสู่ธรรมชาติคือวิธีการที่จะทำให้คุณมีความสุขโดยที่ไม่จำเป็นต้องซื้อหาแต่ประการใด และธรรมชาติจะทำให้คุณเปิดประสาทสัมผัสรับรู้ให้กว้างขวางขึ้นซึ่งจะทำให้คุณเข้าใจโลกและเข้าใจธรรมชาติมากกว่าที่เคยเป็น

“รับชมแบบวิดีโอ”


“บทความที่เกี่ยวข้อง”