ซิกน่า
สอบถามผลิตภัณฑ์โทร 0-2099-3999
TH Thai

"มลพิษทางแสง" ปัญหาที่หลายคนคิดไม่ถึง

"มลพิษทางแสง" ปัญหาที่หลายคนคิดไม่ถึง ft. ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์


“ มัน win-win ถ้าเราจัดการแสง คือทุกคนก็ดี ดีต่อสัตว์ ดีต่อเรา ประหยัดเงิน
ไม่เกิดคาร์บอนเครดิตอีก และช่วยลดโลกร้อนด้วย ”


Minute Pick Up

00.00 - มลพิษทางแสงคืออะไร
05:31 - มลพิษทางแสงกับสุขภาพ
10:56 - แก้ปัญหามลพิษทางแสงได้อย่างไร
22:17 - แสงกับชีวิตประจำวัน


Highlight

● มลพิษทางแสง คือแสงที่ฟุ้งกระจายอย่างไร้การควบคุม จนส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์หลายชนิด และทำให้พืชและสัตว์เหล่านี้ถูกคุกคามมากขึ้น

● มลพิษทางแสงควบคุมได้ด้วยการออกแบบให้แสงส่องลงไปในเฉพาะบริเวณที่ต้องการ


คุณรู้หรือไม่ว่านอกจากมลพิษทางน้ำ มลพิษทางอากาศ ในโลกนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่ามลพิษทางแสงอีกด้วย


หลายคนอาจจะสงสัยว่าแสงเป็นมลพิษได้อย่างไร เพราะแสงมีประโยชน์อย่างมหาศาล ทั้งช่วยในการมองเห็น เป็นเครื่องมือในการนำทาง ให้ความสว่าง และอื่นๆ อีกมากมาย จนโลกมนุษย์ไม่สามารถขาดแสงสว่างทั้งที่มาจากธรรมชาติและที่มาจากสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์อย่างแสงไฟฟ้าได้


Jigsaw For Good Life ใน EP.14 นี้ จึงเชิญ ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ ประธานมูลนิธิโลกสีเขียว มาพูดถึงเรื่องมลพิษทางแสง ว่าแสงนั้นกลายเป็นมลพิษได้อย่างไร และทำอย่างไรถึงจะควบคุมให้แสงสว่างในชีวิตประจำวันให้ไม่เป็นมลพิษทางแสงที่รบกวนสิ่งแวดล้อมในที่สุด


แสงกับชีวิตมนุษย์

มนุษย์มีวิวัฒนาการตามแสงอาทิตย์มานาน ทำให้เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ร่างกายจะเตรียมตัวพักผ่อนตามนาฬิกาชีวภาพในตัวเราที่มีกลางวันกลางคืน แต่ถ้าร่างกายต้องเจอแสงกระตุ้นตลอดเวลา ร่างกายจะคิดว่าเป็นเวลากลางวัน ซึ่งกระทบต่อการปรับสมดุลในร่างกาย และส่งผลให้เกิดภาวะเครียด ความดันโลหิตสูง ไปจนถึงอัตราการเกิดมะเร็งได้

นอกจากนี้ แสงยังส่งผลต่อธรรมชาติรอบตัวคนเราอย่างมาก อย่างเมื่อปีที่ เคยมีเหตุการณ์ที่ชาวนาเอากระสอบข้าวปิดไฟถนน เพราะข้าวไม่ออกรวง ซึ่งข้าวหอมมะลิเป็นข้าวไวแสง เมื่อโดนแสงมากเกินไป จะไม่ออกรวงข้าว และออกแต่ใบแทน หรือสัตว์ที่ใช้แสงนำทางในการผสมเกสรอย่างผีเสื้อกลางคืน เมื่อแสงฟุ้งมากเข้า จะทำให้หลงทิศทางบินไปผสมเกสรไม่ได้ เป็นต้น

เราจะแก้ปัญหาแสงฟุ้งได้อย่างไร?

เมื่อพูดถึงมลพิษ หลายคนมักจะมองเป็นเรื่องมลพิษทางน้ำ มลพิษทางอากาศ หรือมลพิษทางเสียง แต่ไม่ค่อยมองถึงแสงกันมากนัก เพราะไม่คิดว่าแสงจะกลายเป็นมลพิษได้ ซึ่งการแก้ปัญหาเรื่องมลพิษทางแสงก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก่อนอื่นอยากให้เห็นภาพของ มลพิษทางแสงก่อน

ลองนึกภาพกระป๋องน้ำหรือท่อน้ำที่มีรูรั่ว คุณก็ต้องรีบอุดรูรั่วเพื่อไม่ให้น้ำไหลออกมาหมด แสงก็เช่นเดียวกันกัน รูรั่วก็เหมือนแสงที่ฟุ้งกระจายออกไปแบบเสียเปล่า การแก้คือทำอย่างไรให้แสงที่ส่องลงมายังพื้นที่ที่คุณต้องการเห็น ซึ่งเป็นเรื่องของการออกแบบให้แสงนั้นส่องไปตามที่ที่คุณต้องการได้

อย่างการจัดการไฟถนน หากทำให้ไฟส่องไปแค่ตรงถนน ไม่ให้แสงกระจายเข้าไปในบ้านบริเวณข้างๆ และไม่กระจายขึ้นบนฟ้า ก็จะสามารถช่วยประหยัดค่าใช่จ่ายไปได้มาก ตัวอย่างเช่นไฟส่องถนนในสหรัฐอเมริกา มีงานวิจัยตีพิมพ์ออกมาว่า ถ้าไฟเหล่านี้ถูกจัดการไม่ให้ส่องไปผิดทิศทาง จะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึ ปีละแปดหมื่นล้านบาท หรือถ้าคิดเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาก็เท่ากับลดลงไปได้ถึงปีละ 21 ล้านตัน

หรืออย่างในตัวบ้านเอง คุณก็สามารถเปลี่ยนไฟในบ้านคุณเองได้เลย ยุคสมัยนี้มีหลอดไฟที่ดีไชน์ขึ้นมาแบบปลอดแสงฟุ้ง มีการคำนวณทิศทางของแสงให้ส่องไปเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการ แต่หลอดไฟเก่าไม่จำเป็นต้องทิ้ง ยังสามารถนำมาดัดแปลงกับโคมที่บังแสงไม่ให้ฟุ้งออกมา และยังสามารถส่องไปที่ที่ต้องการได้ด้วย

แต่ถ้าหากพูดถึงการแก้ปัญหาแสงฟุ้งในระดับเมือง จะต้องมีแผนแม่บทในการจัดวางแสงให้ถูกที่ถูกทาง และไม่สิ้นเปลือง อย่างในหลายๆ เมืองในต่างประเทศก็จะมี Master Lighting Plan หรือแผนผังการวางแสงสว่าง ซึ่งเป็นการร่วมมือของ สถาปนิก วิศวกร รวมไปถึงนักนิเวศวิทยาด้วย ที่ช่วยกันออกแบบว่าตรงไหนต้องการแสงอย่างไร มากน้อยแค่ไหน บางพื้นที่อาจจะไม่ต้องการแสงเลย บางพื้นที่ต้องการแสงสว่างมาก เป็นต้น

แสงกับชีวิตมนุษย์

ปัจจุบันมนุษย์ส่วนใหญ่มักคิดว่าการอยู่ในที่สว่างจ้าคือความปลอดภัย ซึ่งจริงๆ แล้วไฟที่สว่างอย่างพอดีพอเหมาะก็สามารถสร้างความรู้สึกที่ปลอดภัยได้เหมือนกัน เพราะมนุษย์ต้องการให้ไฟนั้นส่องไปยังที่ที่ต้องการจะมองเห็น ไม่ได้ต้องการที่จะให้แสงไฟส่องไปอย่างไร้ทิศทาง

ในชีวิตประจำวัน ถ้าสามารถควบคุมการใช้แสงให้เป็นไปตามที่ต้องการ จะช่วยให้ประหยัดไฟได้ไม่น้อย และการใช้หลอด LED หลอดไฟแสง Warmlight หรือการใช้ไฟหรี่ๆ ให้แสงส่องไปยังที่ที่ต้องการเห็นเท่านั้น เพื่อเป็นการรบกวนสภาพแวดล้อมให้ได้น้อยที่สุด

และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ เวลานอนสภาพแวดล้อมควรมืดสนิท เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพสำหรับการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ เพราะถ้าหากว่ามีแสงสว่างจ้าตอนนอนหลับ ร่างกายจะยังคงรับรู้ถึงแสงและถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อนได้อย่างที่ควรจะเป็น และจะส่งผลเสียต่อสุขภาพตามมา

สรุป

แม้ว่าแสงจะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่หากแสงมีมากเกินไปจนรบกวนสภาพแวดล้อม แสงที่เล็ดลอดออกมาเกินกว่าความจำเป็นก็จะกลายเป็นมลพิษทางแสงที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตต่างๆ ทั้งในธรรมชาติและต่อมนุษย์เอง

ซึ่งการลดมลพิษทางแสงสามารถทำได้ด้วยการควบคุมให้แสงส่องไปเฉพาะบริเวณที่ต้องการ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปริมาณแสงที่ฟุ้งออกไปในบริเวณต่างๆ แล้ว การควบคุมแสงยังช่วยลดการใช้พลังงาน และทำให้แสงที่อยู่รอบตัวเป็นมิตรต่อสุขภาพทั้งต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกด้วย

“รับชมแบบวิดีโอ”


“บทความที่เกี่ยวข้อง”