ซิกน่า
สอบถามผลิตภัณฑ์โทร 0-2099-3999
TH Thai

อยู่อย่างไรให้ฝุ่นละอองลดลง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

อยู่อย่างไรให้ฝุ่นละอองลดลง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ft.ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวิณชย์


“ เพราะว่าเราเป็นต้นเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด คือมองอีกด้านหนึ่งก็เพราะเรา
เป็นต้นเหตุ มันจึงเป็นข่าวดีก็ได้ ”


Minute Pick Up

00.00 - ฝุ่นละอองมาจากไหน?
07:30 - การแก้ปัญหาฝุ่นละออง
12:50 - ฝุ่นกับการกิน
20:51 - เปลี่ยนแปลงวิธีชีวิตอย่างไร ให้อยู่ต่อไปได้


Highlight

● สาเหตุสำคัญของฝุ่นละอองคือการเผาไหม้ ทั้งการเผาไหม้มวลชีวภาพและการเผาไหม้เชื้อเพลิงจากแหล่งต่างๆ ไม่ว่าการเกษตร อุตสาหกรรม หรือรถยนต์

● เหตุที่ฝุ่นละอองในปัจจุบันมีค่ามากขึ้น เพราะการเผาไหม้นั้นมีมากขึ้น เมื่อรวมกับการที่อากาศไหลเวียนได้ยากกว่าเดิม ทำให้ปริมาณฝุ่นจึงสะสมในเมืองมากขึ้น

● การลดฝุ่นจำเป็นต้องแก้ที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะสร้างเมืองที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับคน ไม่ใช่รถยนต์อย่างเช่นในปัจจุบัน

● การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกว่าเดิมจะช่วยลดปัญหาได้อย่างมหาศาล แต่จะเปลี่ยนอย่างไรต้องเริ่มจากเห็นวิถีชีวิตของตนเอง


อยู่ดีๆ ฝุ่นละอองมาจากไหนเยอะแยะเต็มไปหมด ?


Jigsaw For Good Life ใน EP.12 นี้ จึงเชิญ ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวิณชย์ ประธานมูลนิธิโลกสีเขียว มาหาสาเหตุของฝุ่นละอองทั้งเล็กและใหญ่ที่เต็มไปทั่วท้องฟ้าประเทศไทย ณ ตอนนี้ และรวมไปถึงปัญหาเกี่ยวเนื่องกับฝุ่นละอองตั้งแต่การใช้รถยนต์ การเผาป่า และปัญหาอื่นๆ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับตัวเรา และมีเราเป็นต้นเหตุโดยตรง


ฝุ่นละอองมาจากไหน?

ฝุ่นละอองอย่างฝุ่น PM2.5 มีที่มาจากการเผาไหม้ ซึ่งถ้าเป็นในเขตต่างจังหวัด ก็มักจะเกิดขึ้นจากการเผาไหม้มวลชีวภาพหรือชีวมวล (biomass) เช่นการเผาไหม้จากการเกษตรหรือการเผาป่า แต่สำหรับในเขตเมือง ต้นตอที่สำคัญคือรถยนต์ และการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิงต่างๆ ในอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ การป้องกันในปัจจุบันนั้นเป็นเพียงการป้องกันเฉพาะหน้า อย่างการใส่หน้ากากอนามัยซึ่งจำเป็นต้องมีสตางค์ในระดับหนึ่ง หรือการอยู่ใน bubble ส่วนตัว เช่น ห้องที่ปิดสนิทแล้วเปิดแอร์และเครื่องฟอกอากาศ หรือภายในรถยนต์ที่ปิดสนิท ซึ่ง bubble เหล่านี้จะสร้างมลภาวะเพิ่มขึ้น กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำให้สภาพอากาศโดยรอบแย่ยิ่งขึ้นกว่าเดิม


ทำไมบางฤดูฝุ่นถึงเยอะ บางฤดูฝุ่นถึงน้อย?

ปริมาณฝุ่นเกี่ยวข้องกับภูมิอากาศโดยตรง โดยเฉพาะความกดอากาศ ซึ่งในช่วงฤดูหนาว ความกดอากาศจะสูงจนทำให้อากาศอยู่นิ่งๆ ไม่ค่อยระบายออกไป ดังนั้นปริมาณฝุ่นจึงสัมพันธ์กับทิศทางของลมและความกดอากาศว่าอากาศในพื้นที่นั้นระบายได้แค่ไหน รวมไปถึงฝุ่นที่มาตามกระแสลมจากบริเวณอื่นๆ อีกด้วย

นอกจากนี้ ในเขตเมืองที่มีตึกเป็นจำนวนมาก การสร้างตึกจำนวนมากโดยที่ไม่ได้ดูทิศทางลมก็จะทำให้อากาศในเมืองระบายได้ยาก เมื่อมีรถยนต์ในเขตเมืองจำนวนมาก ฝุ่นก็จะสะสมภายในเขตเมือง สังเกตได้จากไลเคนซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเขียวๆ ที่เกาะตามต้นไม้ที่ในปัจจุบัน ซึ่งไลเคนเหล่านี้สามารถบ่งบอกคุณภาพอากาศในเมืองด้วย

ปัญหาฝุ่นละอองเราเป็นทั้งผู้สร้างและผู้รับผลกระทบ

ปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งหลายที่เราเห็นส่วนใหญ่ รวมถึงปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดขึ้น ล้วนมีที่มาจากสิ่งที่เรากระทำแทบทั้งนั้น มองด้านหนึ่งอาจจะฟังแล้วแบบว่า ‘แย่จังเลยมนุษย์’ แล้วก็รู้สึกหดหู่ แต่ถ้าเผื่อมองเหรียญอีกด้าน อันนี้ก็คิอข่าวดีเพราะทุกอย่างมันอยู่ภายในการควบคุมของเรา

ถ้าเผื่อเราเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต เปลี่ยนพฤติกรรรมต่างๆของเรา เปลี่ยนระบบโครงสร้างต่างๆ เปลี่ยนระบบการผลิต เราก็จะแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ เพราะว่าเราเป็นต้นเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้นท้งหมด คือมองอีกด้านหนึ่งก็เพราะเราเป็นต้นเหตุ มันจึงเป็นข่าวดีก็ได้

โจทย์สำคัญคือเราจะทำเมืองให้เป็นมิตรกับชีวิตมนุษย์ได้อย่างไร?

เพราะการแก้ปัญหาฝุ่นละอองจำเป็นต้องแก้ที่ต้นเหตุ จึงกลับมาที่ปัญหาว่าเราจะทำเมืองให้เป็นเมืองที่เป็นมิตรกับชีวิตของมนุษย์ได้อย่างไร? ก็ต้องกลับมาดูที่โครงสร้างว่าทำยังไงถึงจะลดการใช้รถยนต์ลงไปได้? ไม่ใช่แค่การสร้างระบบราง เพราะตราบใดที่รถยนต์ยังเป็นวิธีการที่สะดวกสบายที่สุด คนก็ยังใช้รถยนต์เพราะมันไม่มีทางเลือกที่สบายกว่านั้น

ถ้าเกิดเปลี่ยนวิธีคิดว่านี่เป็นเมืองของมนุษย์ ความสำคัญสูงสุดต้องให้กับคนเดิน จักรยานและขนส่งมวลชน ส่วนรถยนต์ส่วนตัวควรจะเป็นลำดับสุดท้าย ที่จะต้องไม่สบายกว่าอย่างอื่นหรือถูกกว่าวิธีอื่น ดังนั้นมันจึงต้องแก้ตัวระบบทั้งโครงสร้างให้เราสามารถที่จะมีทางเลือกได้มากกว่านี้

ระบบขนส่งมวลชนที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ต้องมีมากกว่าระบบราง เช่นเมื่อก่อนเคยใช้จักรยานพับผสมรถไฟฟ้า ซึ่งไม่ได้แล้วเพราะรถไฟฟ้ามันแน่นมาก เราไม่มีทางใส่จักรยานเข้าไปได้ เพราะฉะนั้นยังไงมันก็ต้องมีระบบรถเมล์ที่ดีที่มีคุณภาพดีเช่นแบบ BRT คือระบบขนส่งมวลชนต้องใช้พื้นผิวถนนด้วย

ลองคิดแค่พื้นที่บนถนนซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ แต่พื้นที่ต่อหัวของคนที่ใช้รถเมล์หรือใช้จักรยานนั้นกินพื้นที่น้อยกว่าคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว ถ้าเผื่อไปกันคนละเลน คือคุณใช้รถยนต์ส่วนตัวได้เหมือนกับได้แบ่งพื้นที่เท่าๆ กันแล้วนะ เพียงแต่ว่าตรงที่ใช้รถเมล์มันดูโล่งกว่า และคนที่ใช้รถยนต์ก็จะเริ่มคิดว่าเราปรับไปใช้ขนส่งมวลชนดีกว่า

เปลี่ยนวิธีกินก็ช่วยลดฝุ่นได้

เพราะการผลิตอาหารนั้นใช้พลังงานเป็นปริมาณมาก โดยเฉพาะการผลิตเนื้อสัตว์ เพราะผู้ล่านั้นจะได้รับพลังงานเพียง 10% ของพลังงานต้นทางที่กินเข้าไป โดยเฉพาะการกินสัตว์ ที่สัตว์ตัวนั้นจำเป็นต้องกินพืชหรือสัตว์อื่นๆ มาก่อนหน้า เพราะฉะนั้นกว่าที่พลังงานจะสะสมมากพอ พื้นที่ทางนิเวศที่ใช้เพื่อการดังกล่าวจึงต้องมีขนาดใหญ่มาก

โดยเฉพาะการผลิตเนื้อสัตว์ในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งต้องพึ่งพาอาหารสัตว์ และวัตถุดิบอาหารสัตว์เช่นข้าวโพดก็ต้องการพื้นที่ปลูกอย่างมหาศาล จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องบุกรุกพื้นที่ป่า นำไปสู่การเผาป่า ทำให้พื้นที่ป่าถูกเปลี่ยนสภาพกลายเป็นทุ่งหญ้า ซึ่งก็จะทำให้ไฟป่ารุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

ถ้าเรากินเนื้อให้น้อยลง กินพืชให้มากขึ้น เพราะหากอาหารที่เรากินส่วนใหญ่เป็นพืช ยังไงก็ดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว และก็กินพืชให้หลากหลาย ยิ่งหลากหลายมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ได้แร่ธาตุอาหารที่หลากหลายขึ้น แถมยังช่วยลดรอยเท้าทางนิเวศได้อย่างมหาศาล

เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเพื่อให้โลกอยู่ต่อไป

เพราะเราเป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตจึงสำคัญในฐานะของการทำให้โลกของเราอยู่ได้ยืนยาวกว่าเดิม แต่ที่สุดแล้วแต่ละคนต้องไปคิดต่อ เพราะอะไรที่ง่ายที่สุดของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน ข้อจำกัดก็ไม่เหมือนกัน

เช่นอุตสาหกรรมเสื้อผ้า ซึ่งใช้วัตถุดิบและใช้น้ำในการผลิตอย่างสิ้นเปลืองมาก เช่นเสื้อยืดนิ่มๆ ตัวละ 100 บาท โดยที่ 100 บาทนี้ยังไม่ได้รวมค่าแรงงานคน ค่าน้ำ ค่าสิ่งแวดล้อมต่างๆ เพราะฉะนั้นเราก็ลดการซื้อลง ก็แล้วแต่คนว่าอะไรง่ายกว่ากัน ก็ต้องเริ่มจากของที่ง่าย บางคนลดเรื่องการเดินทางได้ง่าย บางคนก็อาจจะลดเรื่องอาหารได้ก่อน

การเปลี่ยนแปลงวิธีชีวิตก็ก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาล อย่างเช่น beyond meat ก็คือทำอาหารที่รสชาติเหมือนเนื้อสัตว์แต่ทำจากพืช หรือการสร้างวัฒนธรรมใหม่ๆ อย่างการจัดงานอีเวนท์ที่ไม่สร้างขยะ คือนอกจากแยกขยะในงานแล้ว พวกเขายังจัดการเลยว่า ขยะบางอย่างเอาไปรีไซเคิลที่ไหนได้บ้าง หรือเอาเอาไปกำจัดที่ไหนได้บ้าง

สรุป

เพราะปัญหาฝุ่นละอองไม่ใช่ปัญหาที่มาเพียงครั้งคราว แต่เป็นปัญหาที่จะรู้กับเราไปอีกนานแสนนานหากเราไม่แก้ที่ตนเหตุ ดังนั้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างในปัจจุบันจึงไม่เพียงพออีกต่อไป โดยเฉพาะการแก้ปัญหาที่เราสามารถทำเองได้ อย่างการเดินให้มากขึ้นหรือบริโภคให้น้อยลง

แม้ว่าปัญหาฝุ่นละอองไปใช้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเรื่องเดียวที่เราเผชิญ โชคดีที่เราเป็นส่วนหนึ่งในต้นตอของปัญหา การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจึงมีความสำคัญในฐานะวิธีการที่จะทำให้โลกของเรามีสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อไป เพราะเราไม่มีโลกใบที่ห้าหรือใบที่หกมาทดแทนโลกปัจจุบันของเราได้

“รับชมแบบวิดีโอ”


“บทความที่เกี่ยวข้อง”