Rapid Antigen Test

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปราะบางของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงสร้างตัวเลขผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่องทั่วโลก จนล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขบ้านเราได้ปลดล็อกให้ประชาชนทั่วไปสามารถใช้ชุดตรวจโควิด Rapid Antigen Test Kit (ATK) ด้วยตนเองได้ แต่ด้วยเพราะความใหม่ของอุปกรณ์จึงอาจทำให้หลายคนยังสงสัยเกี่ยวกับวิธีใช้ และหากตรวจเจอว่าติด (Positive) ต้องไปต่อยังไง... พร้อมวิธีปฏิบัติตัวเบื้องต้นที่ควรทราบ

ตรวจโควิดด้วยตัวเอง ชุดตรวจโควิด Rapid Antigen Test Kit (ATK) เหมาะกับใครบ้าง

แน่นอนว่าการตรวจโควิดด้วยตัวเอง (Home Use) นั้น จะช่วยให้เราสามารถรู้ผลโควิดได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลารอคิวเข้าตรวจ และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่แออัด โดยชุดตรวจโควิด Rapid Antigen Test Kit นี้ยังมีความแตกต่างกับการตรวจโควิดสำหรับบุคลากรการแพทย์ (Professional use Only) ดังนี้

ชุดตรวจโควิด

Rapid Antigen Test Kit

(Home Use)

 

ความแตกต่าง

การตรวจโควิด

สำหรับบุคลากรการแพทย์เท่านั้น

(Professional use Only)

สั้น และแข็งกว่า

ก้านสำหรับใช้เก็บตัวอย่าง

ก้านยาว บางและหักง่าย สำลีปลายเล็ก

แหย่ลึกประมาณ 2-2.5 ซม. 

(หรือตามคำแนะนำแต่ละยี่ห้อ)

ความลึก

แหย่ลึกลงไปหลังโพรงจมูก

ประมาณ 9-12 ซม.

15-30 นาที

ระยะเวลาทราบผล

ภายใน 24 ชั่วโมง

ประชาชนทั่วไป

ผู้ตรวจ

ผู้เชี่ยวชาญ บุคลากรทางการแพทย์

ทดสอบโควิดด้วยตนเอง

ข้อควรใช้

เฉพาะบุคลากรทางการแพทย์


 

ตรวจโควิดด้วยตัวเอง โดยชุดตรวจโควิด Rapid Antigen Test Kit นี้ ยังเหมาะสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางเป็นประจำ หรือผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ กลุ่มผู้สูงวัย ผู้ที่มีภาวะอ้วน และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังต่างๆ เพื่อแยกกลุ่มผู้ติดเชื้อออกมาได้เร็วมากขึ้น

ชุดตรวจโควิด

เปิดวิธีใช้ Rapid Antigen Test Kit (ATK) ตรวจโควิดด้วยตัวเอง พร้อมวิธีอ่านผลตรวจ

ตรวจโควิดด้วยตัวเอง การเข้าถึงวิธีตรวจหาโควิดที่สะดวก รวดเร็ว และสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง อาจทำให้เราต้องเพิ่มความระมัดระวังการเลือกซื้อ Rapid Antigen Test Kit โดยควรเลือกยี่ห้อที่ผ่านการรองรับจากองค์การอาหารและยา (อย.) เท่านั้น และเลือกซื้อตามร้านขายยาที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันชุดตรวจที่แปลกปลอม ในส่วนของการเตรียมตัวก่อนใช้ชุดตรวจโควิดด้วยตัวเองนั้นก็ไม่ยุ่งยาก นอกจากการเน้นย้ำเรื่องของความสะอาด โดยการล้างมือและสวมถุงมือให้เรียบร้อย พร้อมทำความสะอาดบริเวณโต๊ะที่ต้องใช้ทำการตรวจ

ขั้นตอนตรวจโควิดด้วยตัวเอง ด้วยชุดตรวจโควิด Rapid Antigen Test Kit 

  • เงยหน้าขึ้น ใช้ก้านสำลีสอดเข้าไปในจมูก และหมุนวนอย่างน้อย 5 รอบ (15 วินาที)

  • นำเอาก้านไปจุ่มลงในหลอดสารสกัด แกว่งก้านสำลีอย่างน้อย 10 รอบ

  • กดหลอดสารสกัดเพื่อบีบให้สารสกัดออกมากที่สุด

  • ปิดฝาหลอดหยด ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที

  • หยดน้ำยาลงบนเครื่องตรวจตรงจุดที่กำหนด ประมาณ 3 หยด

  • ปิดแผงตรวจ รอผลประมาณ 15-30 นาที (ห้ามอ่านผลก่อนหรือหลังจากที่ระบุไว้)

วิธีอ่านผลตรวจ ชุดตรวจโควิด ATK

  • ขีดสีแดง ขึ้นเฉพาะแถบ C หมายถึง ผลลบ (Negative : ไม่ติดเชื้อ) 

  • ขีดสีแดง ขึ้น 2 แถบ (T และ C) หมายถึง ผลบวก (Positive : ติดเชื้อ)

  • กรณีไม่ปรากฏแถบอย่างใดอย่างหนึ่งแต่สงสัยอาการ แนะนำให้ทำการทดสอบใหม่อีกครั้ง

สำหรับผู้ที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงในข้างต้น เช่น ผู้ที่ยังต้องเดินทางเป็นประจำควรตรวจซ้ำทุก 3-5 วัน เพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากผลตรวจคือ “ติด” ต้องใช้ชีวิตตามวิธีปฏิบัติเบื้องต้นต่อไป

 

วิธีกำจัดชุดตรวจ Rapid Antigen Test Kit ที่ถูกต้อง

นำชุดตรวจที่ใช้แล้วแยกทิ้งจากขยะทั่วไป ราดหรือฉีดแอลกอฮอล์ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ 

ก่อนนำใส่ถุงและปิดปากถุงให้สนิท ทิ้งลงถังประเภท “ขยะติดเชื้อ”

หมายเหตุ : หากไม่มีถังขยะติดเชื้อให้ทิ้งใส่ขวดน้ำที่ใส่น้ำยาฟอกขาว ใส่ถุงปิดให้มิดชิด และเขียนหน้าถุงว่าขยะติดเชื้อ

 

ผลตรวจโควิด

ตรวจ Rapid Antigen Test (ATK) ให้ผลเป็นบวก ต้องทำอะไรต่อไป ? 

ตรวจโควิดด้วยตัวเอง ด้วยชุดตรวจโควิด Rapid Antigen Test Kit ถือเป็นการตรวจโควิดเบื้องต้นด้วยตนเอง อีกทั้งผลตรวจจะมีประสิทธิภาพที่สุดในกรณีได้รับเชื้อมาแล้ว 5-14 วัน ในกรณีที่พบว่าผลตรวจเป็นบวก (Positive) ให้ปฏิบัติตัวตามขั้นตอน ดังนี้

ติดต่อลงทะเบียนการรักษา

  • 1668 สายด่วน กรมการแพทย์

  • 1669 สายด่วน สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ 

  • 1330 (ต่อ 14) สายด่วน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

  • 1442 สายด่วน กรมควบคุมโรค

นอกจากนี้ควรแจ้งผู้สัมผัสใกล้ชิดให้กักตัวพร้อมตรวจหาเชื้อ 

ประเมินเพื่อคัดกรองระดับอาการ

  • ระดับสีเขียว : ผู้ติดเชื้อโควิดที่ไม่มีอาการแสดง แต่มีอาการคล้ายไข้หวัดปกติ

  • ระดับสีเหลือง : ผู้ติดเชื้อโควิดที่มีโรคประจำตัวซึ่งอยู่ในกลุ่มเสี่ยง และมีภาวะหายใจเหนื่อย หายใจเร็ว และแน่นหน้าอก

  • ระดับสีแดง : ผู้ติดเชื้อโควิดที่มีอาการชัดเจน เช่น หอบเหนื่อยง่าย หายใจแล้วเจ็บหน้าอกตลอดเวลา พูดไม่เป็นประโยค และมีความอิ่มตัวของเลือดน้อยกว่า 96%

 

ประเมิณอาการผู้ป่วยโควิด

พิจารณาการแยกรักษาตัวที่บ้าน หรือ Home Isolation

กรณีผู้ป่วยที่อยู่ในระดับสีเขียว และมีอายุไม่เกิน 60 ปี อาศัยอยู่คนเดียว โดยไม่มีภาวะอ้วน หรือโรคประจำตัวที่เข้าข่ายเป็นโรคกลุ่มเสี่ยง จะพิจารณาให้แยกรักษาตัวที่บ้าน หรือ Home Isolation ดังนี้

  • แยกตัวออกจากสมาชิกคนอื่นๆ ภายในบ้าน

  • แยกห้องน้ำและการใช้พื้นที่ส่วนรวม 

(หากจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน ให้ใช้เป็นคนสุดท้ายและปิดฝาชักโครกก่อนกดน้ำทุกครั้ง) 

  • แยกของใช้ส่วนตัว เช่น เสื้อผ้า ผ้าขนหนู เครื่องอาบน้ำ

  • ห้ามรับประทานอาหารร่วมกัน

  • สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือทุกครั้ง

นอกจากนี้ผู้ป่วยยังต้องสังเกตอาการและดูแลตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อลงสู่ปอดต่อไปได้ สำหรับผู้ป่วยที่ถือกรมธรรม์กับทางซิกน่า กรณีที่ต้องแยกกักตัวอยู่บ้าน Home Isolation หรือ Community Isolation บริษัทจะพิจารณาจ่ายเคลมเกี่ยวกับค่าแพทย์ค่าพยาบาลที่รักษาผ่าน Telemedicine ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ตามที่จ่ายจริง และการชดเชยรายได้เป็นไปตามเงื่อนไขของกรรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันได้ทำไว้ โดยผู้ทำประกันจะต้องมีการลงทะเบียนในระบบของ สปสช. (โทร. 1330) และได้รับการประเมินจากแพทย์ว่าเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง ตามเงื่อนไขของคปภ. ซึ่งจะได้รับการคุ้มครองชดเชยรายได้ไม่เกิน 14 วันนับจากวันที่แพทย์ระบุ* โดยสามารถ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มประกันภัย พร้อมรายละเอียดการยื่นเอกสารเคลมประกันง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน รวมถึงการทำหลักประกันสุขภาพมิติใหม่ สู้แฟต คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลโดยไม่ต้องสำรองจ่าย ด้วย Cigna Care Card รวมถึงกรณีต้องเข้ารับการรักษาทั้งแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก พร้อมสิทธิการดูแลสุขภาพตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ประกันที่ช่วยให้คุณอุ่นใจและพร้อมเคียงข้างคุณในทุกๆ วัน 

 

* กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ของซิกน่าประกันภัย 

หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเคลมและสำรองจ่ายของประกันซิกน่าได้ที่นี่ https://www.cigna.co.th/health-wellness/tip/faq-claim-payment-insurance

 

อ้างอิงข้อมูล :

https://www.sikarin.com/health/

 

 

แผนประกันแนะนำ

 

ประกันสุขภาพมิติใหม่

แผนประกัน
สุขภาพมิติใหม่

ประกันสุขภาพมิติใหม่
คุ้มครองโรคกรดไหลย้อน นิ้วล็อค และเบาหวานความดัน สามารถเลือกคุ้มครองเสริมโรคร้ายตามความเสี่ยง

ประกันสุขภาพ

แผนประกันภัย
โรคร้ายแรง

"“โรคร้าย…คุ้มครองครบ”"
”คุ้มครองสูงสุด 1.8 ล้านบาท เงินชดเชยรายได้สูงสุด 1,200 บาท/วัน

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุออนไลน์

"คุ้มครองคูณสาม รับกรมธรรม์ทันที"
ให้ความคุ้มครอง 3 เท่าสูงสุด 6.6 ล้านบาท พร้อมค่ารักษาสูงสุด 60,000 บาท/ครั้ง/อุบัติเหตุ