ซิกน่า
สอบถามผลิตภัณฑ์โทร 0-2099-3999
TH Thai

เมตาบอลิกซินโดรม ภัยร้ายต้นตอไขมันในเลือดสูงที่หลายคนอาจไม่รู้

เมตาบอลิกซินโดรม ภัยร้ายต้นตอไขมันในเลือดสูงที่หลายคนอาจไม่รู

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารและขนมต่างๆ ในปัจจุบันนั้นล้วนน่ากินและดึงดูดความสนใจเป็นอย่างมาก ทำให้หลายๆ คนเผลอตัวกินเยอะเกินไปทำให้เริ่มอ้วน หรือลงพุง ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะเมตาบอลิกซินโดรม ต้นเหตุของโรคเรื้อรังต่างๆ อย่างเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง

มาทำความรู้จักอาการเมตาบอลิกซินโดรม ต้นกำเนิดอาการไขมันในเลือดสูงและโรคร้ายนานาชนิด เตรียมสังเกตและเริ่มต้นดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงได้ผ่านบทความนี้!

เมตาบอลิกซินโดรม ภัยร้ายต้นตอไขมันในเลือดสูงที่หลายคนอาจไม่รู้

รู้จัก “เมตาบอลิกซินโดรม” ภัยร้ายต้นตอไขมันในเลือดสูง

เมตาบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome) คือ ภาวะที่ร่างกายมีระบบเผาผลาญอาหารผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถจัดการกับสารอาหารที่ร่างกายรับเข้ามาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงเกิดการสะสมของน้ำตาล และไขมันในเลือดสูง ทำให้เป็นอันตรายต่อระบบเลือดและหัวใจ

● สาเหตุ

ภาวะเมตาบอลิกซินโดรมนั้นพบได้มากในผู้ที่อ้วน หรือมีไขมันสะสมในช่องท้องมาก หรือที่เรียกกันว่า “อ้วนลงพุง” นั่นเอง แต่ทั้งนี้ปัจจัยด้านพันธุกรรม และอายุที่มากขึ้นเองก็มีส่วนที่ทำให้เกิดภาวะนี้ขึ้นมาได้เช่นกัน

ปัจจุบันมีรายงานว่าสาเหตุของภาวะเมตาบอลิกซินโดรมนั้นเกิดจากร่างกายมีอาการดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance) ซึ่งอินซูลินคือฮอร์โมนที่จะทำการปรับสมดุลของระดับน้ำตาลในร่างกาย เมื่อเกิดอาการดื้อต่ออินซูลินจึง จึงทำให้ระดับน้ำตาลในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน

อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ในเลือด หรือที่เรียกกันว่าโรคไขมันในเลือดสูงอีกด้วย โดยอาการเหล่านี้มีโอกาสที่จะส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อการทำงานของระบบหัวใจซึ่งมีอันตรายถึงชีวิตได้

เมตาบอลิกซินโดรม ภัยร้ายต้นตอไขมันในเลือดสูงที่หลายคนอาจไม่รู้

● โรคที่เกิดจากภาวะเมตาบอลิกซินโดรม

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าภาวะเมตาบอลิกซินโดรมนั้นเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ตามมา มาดูกันว่ามีโรคร้ายใดบ้างที่เกิดขึ้นจากภาวะนี้

  1. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  2. เป็นภาวะที่ร่างกายเกิดการหยุดหายใจขณะที่ทำการนอนหลับจากการปิดกั้นของระบบทางเดินหายใจ ส่งผลให้มีออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงร่างกายไม่เพียงพอ ร่างกายเกิดการตื่น หรือรู้สึกตัวกลางดึก ทำให้ผู้ที่มีภาวะนี้รู้สึกอ่อนเพลียเหมือนนอนไม่พอตลอดเวลา สร้างปัญหาทั้งในแง่ของสุขภาพและในชีวิตประจำวัน

    นอกจากนี้ ภาวะดังกล่าวยังส่งผลต่อการเสื่อมของเซลล์สมอง ทำให้มีอาการขี้หลงขี้ลืม และควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้อีกด้วย

  3. ไขมันในเลือดสูง
  4. หมายถึง ภาวะที่ภายในเลือดนั้นมีปริมาณของกรดไขมันเกินที่ค่ามาตรฐานหลายเท่า ซึ่งจะทำให้เกิดไขมันพอกเกาะโดยรอบบริเวณเส้นเลือด ทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายไหลเวียนได้ไม่สะดวก นำไปสู่ภาวะหลอดเลือดแข็งตัว เสี่ยงต่ออาการหัวใจขาดเลือด อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

  5. หลอดเลือดแดงแข็งตัว
  6. หลอดเลือดแดงแข็งตัวเป็นอาการที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากภาวะไขมันในเลือดสูง เนื่องจากผนังหลอดเลือดชั้นในเกิดการหนาตัวขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีไขมันไปสะสม เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อวัยวะต่างๆ มีอาการขาดเลือด ส่งผลให้อวัยวะต่างๆ อ่อนแรง และทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

    ซึ่งภาวะนี้มีโอกาสสร้างผลกระทบไปยังหัวใจ อาจทำให้เกิดอาการหัวใจล้มเหลวซึ่งอันตรายต่อชีวิต นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบไปยังหลอดเลือดสมอง ซึ่งอาจส่งผลต่ออาการหลงลืม หรืออัมพฤกษ์อัมพาต

  7. ไขมันพอกตับ
  8. ไขมันพอกตับคือภาวะที่มีไขมันเข้าไปสอดแทรกอยู่ภายในเซลล์ตับเกินกว่าที่ควร ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีโอกาสทำให้ตับเกิดการอักเสบ นำไปสู่โรคตับแข็ง และสร้างอันตรายต่อร่างกายเนื่องจากตับไม่สามารถคัดกรองของเสียได้

  9. นิ่วในถุงน้ำดี
  10. นิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากการตกตะกอนของกรดไขมันบริเวณถุงน้ำดี ภาวะนี้จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการคล้ายโรคกระเพาะ ได้แก่ มีอาการท้องอืด ปวดท้องเรื้อรัง แต่ความจริงแล้วเกิดจากการทำงานผิดปกติของถุงน้ำดี ซึ่งอาจส่งผลต่อการเกิดโรคมะเร็งถุงน้ำดีในอนาคตได้

● การวินิจฉัยอาการเมตาบอลิกซินโดรม

วิธีการตรวจวินิจฉัยอาการของผู้ที่มีภาวะเมตาบอลิกซินโดรมนั้น จะทำการตรวจโดยวัดจากเกณฑ์สัดส่วนไขมัน และระดับน้ำตาลในร่างกาย ดังนี้

  1. การวัดรอบเอว: สำหรับผู้ชายรอบเอวตั้งแต่ 90 เซนติเมตร (36 นิ้ว) หรือสำหรับผู้หญิงรอบเอวมากกว่า 80 เซนติเมตร (32 นิ้ว)
  2. ระดับน้ำตาลในเลือด: มากกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป หรือเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน (ทำการทดสอบหลังอดอาหาร)
  3. ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด: มากกว่า 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป หรือเป็นผู้ป่วยโรคไขมันในเลือดสูง (ทำการทดสอบหลังอดอาหาร)
  4. ระดับ HDL คอเลสเตอรอลในเลือด: ต่ำกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรสำหรับเพศชาย และต่ำกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรสำหรับเพศหญิง
  5. ระดับความดันโลหิต: สูงกว่า 130/85 มิลลิเมตรปรอท หรือเป็นผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

หากมีความผิดปกติตรงกับที่กล่าวมากกว่า 3 ข้อขึ้นไป สามารถสันนิษฐานได้ว่าเป็นผู้ที่มีภาวะเมตาบอลิกซินโดรมนั่นเอง

● แนวทางการรักษา

สำหรับแนวทางการรักษาโดยแพทย์นั้น จะเป็นการรักษาโดยให้ทานยาควบคู่ไปกับให้ผู้ป่วยควบคุมน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย และควบคุมอาหารควบคู่กันไป แต่ทั้งนี้ถ้าหากผู้ป่วยไม่สามารถทำได้ อาจต้องใช้การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะเพื่อให้ทานอาหารได้น้อยลง และสามารถควบคุมน้ำหนักของผู้ป่วยได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เมตาบอลิกซินโดรม ภัยร้ายต้นตอไขมันในเลือดสูงที่หลายคนอาจไม่รู้

แนวทางป้องกันเมตาบอลิกซินโดรมด้วยตัวเอง

เมตาบอลิกซินโดรมนั้นเป็นภาวะที่ส่งผลกระทบมาจากการกินเป็นหลัก หมายความว่าแนวทางการป้องกันเมตาบอลิกซินโดรมด้วยตัวเองนั้นจะอยู่ที่การควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายเพื่อควบคุมไม่ให้สร้างภาระต่อระบบเผาผลาญ และลดปัจจัยเสี่ยงไขมันอุดตันในเส้นเลือด โดยสามารถทำได้ดังนี้

  • ควบคุมอาหาร
  • ลดปริมาณการทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตมากๆ รวมถึงอาหารทอดและอาหารมันต่างๆ เพื่อลดการสะสมไขมัน เพิ่มปริมาณการทานผักผลไม้ ธัญพืช ปลา และอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อไก่ เพื่อให้ร่างกายรับสารอาหารที่มีประโยชน์มาฟื้นบำรุงตัวเอง

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • การออกกำลังกายจะช่วยให้อินซูลินสามารถทำการผลิตได้ดียิ่งขึ้น ระบบภายในร่างกายสามารถจัดการกับน้ำตาลได้ดี ลดความเสี่ยงของภาวะไขมันในเลือดสูง โดยควรออกกำลังกายประเภทคาร์ดิโอ หรือแบบแอโรบิก อย่างน้อยวันละ 30 นาทีควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร


สรุป

เมตาบอลิกซินโดรมนั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องพบเจอในผู้ที่อ้วนเสมอไป แต่ยังรวมไปถึงปัจจัยด้านพันธุกรรม และอายุที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย โดยอาจนำโรคเรื้อรังต่างๆ มาให้ในยามที่อายุมากแล้วได้ เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง ฯลฯ

เพื่อความอุ่นใจต่อสุขภาพของคุณในอนาคต Cigna ขอเสนอประกันสุขภาพมิติใหม่ สู้แฟต คุ้มครองทุกโรคเรื้อรังที่เกิดจากภาวะเมตาบอลิคซินโดรม เช่น ไขมันในเลือดสูง หลอดเลือดแดงแข็งตัว ไขมันพอกตับ ฯลฯ รวมถึง 3 โรคร้ายแรงอย่าง มะเร็ง หัวใจ และหลอดเลือดสมอง

เพื่อความอุ่นใจในอนาคตของคุณ อ่านรายละเอียดประกันสุขภาพมิติใหม่ สู้แฟต ได้ที่นี่:
https://buy.cigna.co.th/my-cigna-plan/eh/eh-fatfighter


ขอบคุณข้อมูลจาก:

แผนประกันแนะนำ

ประกันสุขภาพมิติใหม่

แผนประกัน
สุขภาพมิติใหม่

ประกันสุขภาพมิติใหม่
คุ้มครองโรคกรดไหลย้อน นิ้วล็อค และเบาหวานความดัน สามารถเลือกคุ้มครองเสริมโรคร้ายตามความเสี่ยง

ประกันสุขภาพ

แผนประกันภัย
โรคร้ายแรง

"“โรคร้าย…คุ้มครองครบ”"
”คุ้มครองสูงสุด 1.8 ล้านบาท เงินชดเชยรายได้สูงสุด 1,200 บาท/วัน

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุออนไลน์

"คุ้มครองคูณสาม รับกรมธรรม์ทันที"
ให้ความคุ้มครอง 3 เท่าสูงสุด 6.6 ล้านบาท พร้อมค่ารักษาสูงสุด 60,000 บาท/ครั้ง/อุบัติเหตุ