ซิกน่า
สอบถามผลิตภัณฑ์โทร 0-2099-3999
TH Thai

รู้ทันโรคกระเพาะอาหารอักเสบและรักษาอย่างถูกวิธี

กระเพาะอาหารอักเสบ โรคยอดฮิตสำหรับทุกวัย
 

โรคกระเพาะอาหารอักเสบเป็นโรคที่พบได้บ่อยกับทุกเพศ ทุกวัย แต่จะพบได้เยอะในกลุ่มวัยทำงาน ซึ่งมาจากการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา มีความเครียด ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น ซึ่งหากอาการรุนแรง อาจต้องหยุดพักฟื้นเพื่อรักษาตัว

อาการโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
 

  1. ปวดท้องในตำแหน่งกระเพาะอาหาร  จุกแน่นบริเวณลิ้นปี่
  2. ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นอึดอัดท้อง อาหารไม่ย่อย 
  3. คลื่นไส้และรู้สึกอาเจียน 
  4. เบื่ออาหาร 
  5. ถ้าหากอาการหนัก อาจมีเลือดออกจากเยื่อเมือกบุกระเพาะอาหาร

สาเหตุของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
 

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าโรคนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ป่วย ซึ่งมีหลายปัจจัย เช่น การสูบบุหรี่ การดื่ม ชา กาแฟ น้ำอัดลม รวมไปถึงความเครียดต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น โดยความเครียดจะไปกระตุ้นให้เซลล์กระเพาะอาหารหลั่งกรดเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากนี้ ใครที่รับประทานยาแอสไพรินหรือยาในกลุ่มสเตียรอยด์บ่อยๆ ก็อาจจะทำให้เกิดปัจจัยเสี่ยงในโรคนี้ได้ เพราะยาเหล่านี้จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อเมือกบุภายในกระเพาะอาหาร จนทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้
 

การรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
 

อาการโรคกระเพาะอาหารอักเสบนั้นทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตัว ปวดแสบปวดร้อน และเมื่อเป็นหนักอาจถึงขั้นต้องหยุดงาน เพื่อให้อาการเหล่านี้หายไป ลองมาดูวิธีการรักษาซึ่งจะช่วยให้คุณบรรเทาอาการโรคกระเพาะ ที่จะช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ วิธีการรักษาจะมี 2 วิธีหลักๆ ได้แก่
 
  • การรักษาด้วยยา :  หากมีการติดเชื้อ แพทย์จะให้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียเพื่อรักษาหรือการใช้ยาธาตุน้ำขาว ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนได้ตามหลักการของด่างมาสะเทินกรดภายในกระเพาะ
  • การรักษาโดยไม่ใช้ยา : การผ่าตัดกรณีที่มีเนื้องอกในกระเพาะอาหาร เลือกปรับอาหารการกิน หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจไปกระตุ้นการเกิดกรดในกระเพาะ

วิธีการป้องกัน
 

  1. รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน เพื่อป้องกันกระเพาะอาหารติดเชื้อ
  2. รักษาสุขภาพจิต เพื่อลดภาวะความเครียดซึ่งอาจส่งผลต่อการเกิดกรดในกระเพาะ
  3. งด/เลิก บุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มกาเฟอีน น้ำอัดลม

สรุป
 

การเกิดโรคนี้มาจากปัจจัยหลายๆ อย่าง สิ่งที่ควรคำนึงคือต้องปรับการกินและภาวะความเครียดของตัวเอง หากมีอาการของโรค ให้เลือกรับประทานอาหารอ่อนๆ อย่างซุปใส เมื่อมีอาการที่ดีขึ้น ค่อยปรับเป็นขนมปัง มันต้มบด ข้าวต้ม แล้วจึงค่อยเปลี่ยนเป็นอาหารธรรมดา  งดอาหารรสจัด เครื่องดื่มที่เป็นกรดหรือด่าง และรับประทานอาหารให้ตรงเวลา รวมถึงหลีกเลี่ยงของมัน ของทอด หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ก็มั่นใจได้ว่าห่างไกลจากโรคนี้ได้อย่างแน่นอน