แผลเบาหวาน

               โรคเบาหวาน (Diabetes) หนึ่งในมรดกทางพันธุกรรมที่พบได้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังเกิดขึ้นได้แม้ไม่เคยมีใครในบ้านเคยเป็นมาก่อน และหากพูดถึงโรคเบาหวาน “แผลเบาหวาน Diabetic Ulcer)” คงเป็นสิ่งที่พบได้มากในผู้ป่วยกลุ่มนี้ นอกจากการควบคุมความหวานเพื่อหวังรักษาโรคอย่างจริงจัง ยังต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดและวิธีรักษาแผลเบาหวานมากเป็นพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงแผลเบาหวานที่มักเกิดกับผู้ป่วยเบาหวานให้ได้มากที่สุด

แผลเบาหวาน เกิดจาก

แผลเบาหวาน เกิดขึ้นกับผู้ป่วยทุกคนไหม ?

               รายงานจากกรมควบคุมโรค ได้พูดถึงสถานการณ์ของโรคเบาหวาน (อายุ15 ปีขึ้นไป) ว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.6 เป็นร้อยละ 7.8 และเป็นการเพิ่มขึ้นในทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งนอกจากอาการเจ็บป่วยด้วยตัวโรคที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตแล้ว “แผลเบาหวาน” ยังเป็นภาวะแทรกซ้อนที่มักพบได้จากโรคเบาหวานอีกด้วย โดยเฉพาะลักษณะแผลเบาหวานเปียกที่มักลุมลามจนนำไปสู่การผ่าตัดเพื่อรักษาอวัยวะส่วนอื่นไว้ แบบนี้แล้วแผลเบาหวานต้องเกิดขึ้นกับผู้ป่วยทุกคนหรือไม่ แล้วผู้ป่วยแบบไหนที่มีความเสี่ยงมากที่สุด อาจต้องยกให้ 2 กลุ่มหลัก ดังนี้

  • ผู้ป่วยเบาหวานเรื้อรัง 5-10 ปี ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานมานานหลายปีอาจเสี่ยงเกิดแผลเบาหวานได้ง่าย เนื่องจากความเรื้อรังของอาการและสุขภาพโดยรวม

  • ผู้ป่วยเบาหวานที่คุมระดับน้ำตาลไม่ได้ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกายที่เหมาะสมได้ มักเสี่ยงเกิดแผลเบาหวาน และโอกาสเกิดแผลเบาหวานเปียกได้ง่ายกว่าปกติ

เพราะแม้ผู้ป่วยเบาหวานจะมีอาการแผลหายช้า หายยากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากไขมันและน้ำตาลที่ไม่ถูกย่อยสลายได้เกาะตัวอยู่เส้นเลือด จนเกิดเป็นลักษณะของเส้นเลือดอุดตันหรือตีบ ทำให้ไม่สามารถหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวได้เหมือนปกติ เมื่อเกิดแผลหรือบาดเจ็บจึงทำให้แผลหายช้าอย่างที่เราคุ้นชินกัน การป้องกันแผลลุกลามจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยยับยั้งแผลเบาหวานเปียก ที่สร้างความทุกข์ใจและบั่นทอนคุณภาพชีวิตผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

 

ดูแลแผลเบาหวาน

ดูแลแผลเบาหวาน ก่อนลุกลามรักษา(ไม่)หาย

               การดูแลรักษาความสะอาดเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน โดยเฉพาะบริเวณเท้าและขา เนื่องจากระบบประสาทและการรับรู้ที่เสื่อมถอย ทำให้การรับรู้ทางความรู้สึกลดลง เมื่อมีแผลหรือเล็บขบจึงทำให้มีโอกาสลุกลามไปเป็นแผลใหญ่ได้โดยไม่รู้ตัว เมื่อเกิดแผลเบาหวานขึ้นจึงควรระมัดระวังและดูแลให้มากเป็นพิเศษ ดังนี้

  • สำรวจแผลและทำความสะอาดแผลเป็นประจำ
  • กรณีแผลบริเวณเท้าให้หมั่นสังเกตเล็บ ตัดเล็บ และทำความสะอาดมากเป็นพิเศษ
  • บำรุงด้วยครีม หรือโลชั่นสูตรอ่อนโยนร่วมด้วย
  • สวมถุงเท้า เพื่อลดการเสียดสีและคงความชุ่มชื่นให้ผิวหนัง

หากมีผิวหนังหนาที่คาดว่าอาจแข็งไปเป็นก้อนใหญ่ จำเป็นต้องให้แพทย์ตัดผิวหนังที่ตายออกตามเหมาะสม รวมถึงกรณีแผลเบาหวานเปียกหรือมีลักษณะของแผลชื้นต่อเนื่อง แพทย์อาจเลือกใช้วิธีรักษาแผลเบาหวานที่เหมาะสมต่อไป เช่น ใช้ยาปฏิชีวนะ ผ่าตัดหลอดเลือดและผ่าตัด เป็นต้น

 

               การใส่ใจดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน นอกจากจะต้องอาศัยความรักและความห่วงใย อาจต้องมีผู้ช่วยซัพพอร์ตพลังใจเมื่อต้องรักษา อย่างประกัน Super Paln ประกันโรคร้ายแรง ทั้งมะเร็งทุกระยะ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง โรคกล้ามเนื้อหัวใจ ซีสต์ เนื้องอก และความดันโลหิตสูง พร้อมครอบคลุมบริการการรักษาด้วยแผนคุ้มครองเสริม 3 แบบที่คุณเลือกเองได้ สำหรับสมาชิกซิกน่าจะได้รับบัตร Cigna care Card เพื่อรับสิทธิรักษาพยาบาลล่วงหน้าได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย อุ่นใจในทุกๆ การรักษาด้วย “ประกันซูเปอร์แพลน” จากซิกน่าได้แล้ววันนี้!

 

รายละเอียดประกัน Super Paln คลิกที่นี่

ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 1758

หรือ โทร. 0-2099-3999

 

 

อ้างอิงข้อมูล :

https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1036320200810073233.pdf

https://www.bangkokhospital.com/content/diabetes-mellitus

 

 

แผนประกันแนะนำ

 

ประกันการเดินทาง

แผนประกัน
การเดินทาง

"ซิกน่าประกันการเดินทางต่างประเทศ"
วางแผนเดินทางเลือกซิกน่าไปเป็นเพื่อน เดินทางใกล้หรือไกลอุ่นใจได้

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุ

"คุ้มครองทันใจ"
เจอเรื่องหนักแค่ไหน ซิกน่าก็ช่วยให้เบาลงได้

ประกันสุขภาพ

แผนประกันภัย
พิเศษสุดสุด

"ซื้อ 1 ดูแล 2"
แผนเดียวสำหรับคุณและคนพิเศษ