โควิดหรือไข้หวัดใหญ่

               ก้าวเข้าสู่ฤดูฝน ฤดูกาลที่สร้างตัวเลขผู้ป่วยรายวันได้มากที่สุดในแต่ละปี ซึ่งมาพร้อมกับโรคที่ต้องเฝ้าระวังนั่นคือ “ไข้หวัดใหญ่” ด้วยเพราะสภาพอากาศและความชื้น ซึ่งเป็นปัจจัยชั้นดีที่ทำให้เชื้อไวรัสเจริญเติบโตได้ง่ายและรวดเร็ว บวกกับสถานการณ์โควิดที่ยังคงแพร่ระบาดหนัก สภาวะเสี่ยงป่วยแบบนี้ยิ่งต้องทำความเข้าใจให้ดี อาการแบบนี้เรียก โควิด หรือ ไข้หวัดใหญ่ พร้อมคลายข้อสงสัยฉีดวัคซีนอะไรก่อน อะไรหลังดี ?

โควิด หรือ ไข้หวัดใหญ่ อาการต่างกันยังไง ? 

               ไอ จาม เจ็บคอ อาการบ่งบอกของไข้หวัดธรรมดา (Common cold) หนึ่งในความเจ็บป่วยที่พบได้เป็นปกติ แต่ยังไม่ส่งผลต่อชีวิตถึงขั้นรุนแรงเท่ากับ โควิด หรือ ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) โดยกรมควบคุมโรคได้เผยถึงสถานการณ์ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่เมื่อปี 2563 ต่อเนื่องมาถึงต้นปี  2564 พบตัวเลขผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่กว่า 100,000 ราย ขณะที่ยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยล่าสุด อยู่ที่ราวๆ 200,000 ราย ซึ่งความร้ายกาจของเชื้อไวรัสทั้ง 2 ชนิดนี้คือการโจมตีร่างกายเพื่อสร้างความเจ็บป่วย และมักมีอาการแสดงที่ใกล้เคียงกันมาก จนแยกได้ยากว่านี่คืออาการ โควิด หรือ ไข้หวัดใหญ่ ชวนมาเช็กอาการแตกต่างกันชัดๆ แบบไหนต้องเฝ้าระวัง แบบไหนควรรีบหาหมอ ?

ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)

อาการ

COVID-19

38-40 องศา (หนาวสั่น)

มีไข้

> 37.5 องศา นานหลายวัน

ไอแห้ง

จาม เจ็บคอ

(คัดจมูก)

มีน้ำมูก

ปวดศีรษะ

ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

พบในเด็ก > ผู้ใหญ่

คลื่นไส้อาเจียน

ในบางคน

-

หายใจลำบาก 

-

แน่นหน้าอก

-

ปอดอักเสบ

 

หายใจลำบาก แน่นหน้าอก จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ยังเป็นอีกหนึ่งอาการชัดเจนของการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ดีที่สุดคือการหมั่นสังเกตอาการและเฝ้าระวังตนเองอยู่เสมอ เมื่อรู้สึกไม่สบายตัว มีไข้ ไอ จาม ให้เข้ารับการตรวจเชื้อไข้หวัดใหญ่ก่อนเพื่อความมั่นใจและป้องกันความเสี่ยงของเชื้อโควิด-19

 

วัคโควิดวัคซีนไขหวัดใหญ่  

วัคซีนโควิด vs วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฉีดอะไรก่อนดี ? 

               เมื่อร่างกายรับมือกับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมไม่ไหว จึงทำให้เราเกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นได้ การฉีดวัคซีนจึงเปรียบเสมือนการส่งเกราะป้องกันให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานในร่างกาย สามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสร้ายต่างๆ ได้มากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ชวนป่วยที่มีอยู่มาก หลายคนอาจกำลังวิตกกังวลว่าร่างกายควรได้รับวัคซีน โควิด หรือ ไข้หวัดใหญ่ ก่อน เรามีคำตอบมาให้!

หลักการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่

  • บุคคลทั่วไป ฉีด 1 เข็ม (ปีละครั้ง)
  • เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 8 ขวบ ฉีด 2 เข็มในปีแรก โดยเว้นระยะห่าง 1 เดือน

หลักการฉีดวัคซีนโควิด-19 แต่ละยี่ห้อ (ที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในประเทศไทย)

  • วัคซีน AstraZeneca ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 10-12 สัปดาห์
  • วัคซีน Sinovac ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 2-4 สัปดาห์
  • วัคซีน Moderna ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 4 สัปดาห์
  • วัคซีน Johnson & Johnson ฉีด 1 เข็ม

หลักการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ VS วัคซีนโควิด-19

  • ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ก่อน วัคซีนโควิด-19 : ฉีดห่างกัน 1 เดือน
  • ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ระหว่าง วัคซีนโควิด-19 : ฉีดห่างกัน 1 เดือน จากวัคซีนโควิดเข็มแรก
  • ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ หลัง วัคซีนโควิด-19 : ฉีดห่างกัน 1 เดือน จากวัคซีนโควิดเข็มที่ 2

การเว้นระยะการฉีดวัคซีนโควิดกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ยังเป็นการหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์หลังการฉีดวัคซีนต่างๆ ไปแล้ว ทั้งยังช่วยคงประสิทธิภาพวัคซีนให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติในร่างกายอีกด้วย รวมถึงการฉีดวัคซีนจำเป็น เพื่อเสริมสร้างภูมิกันโรค ซึ่งสามารถฉีดได้โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งช่วงระยะห่างเวลา แต่คงดีกว่าถ้าเราเตรียมความพร้อมสุขภาพร่างกายไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ

 

เว้นระยะห่าง

5 วิธีดูแลปอดให้ปลอดภัยช่วงโควิด 

               เพราะไม่ว่าร่างกายจะเดินทางมาถึงช่วงอายุไหน ความแข็งแรงจากภายในคือสิ่งที่เราต้องหมั่นสร้างอยู่เป็นประจำ ยิ่งในช่วงที่เชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดมากมายรายวัน ก่อนร่างกายจะแสดงอาการชวนสงสัยว่าใช่... โควิด หรือ ไข้หวัดใหญ่ กันแน่ เราอาจต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน พร้อมสร้างความแข็งแรงให้ปอดผ่านไลฟ์สไตล์ใกล้ตัวก่อน เช่น

  • ปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้น ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือสบู่ งดสัมผัสสิ่งของร่วมกับผู้อื่น ไปจนถึงการเว้นระยะห่างทางสังคม และงดการเดินทางไปพื้นที่แออัด
  • สังเกตสุขภาพตัวเองอย่างใกล้ชิด ทันทีที่มีอาการสงสัย ปวดเมื่อยไม่สบายตัว หากรับประทานยาลดไข้แล้วไม่ดีขึ้น ให้เข้ารับการตรวจสุขภาพโดยตรงจากแพทย์
  • ใช้ยารักษาตามกลุ่มโรคประจำตัว กรณีผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่ ควรรับประทานยารักษาตามแพทย์ประจำตัวสั่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างใกล้ชิด
  • ทำปอดให้อบอุ่น ดูแลปอดให้ดี หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และมลภาวะต่างๆ รวมถึงการสร้างความอบอุ่นให้ปอด โดยการนอนห่มผ้าปิดหน้าอกมิดชิดเป็นประจำ
  • ฝึกบริหารปอด ฝึกหายใจลึกๆ อย่างน้อยวันละ 10 ครั้ง (หายใจเข้า-ท้องป่อง หายใจออก-ท้องแฟบ) เป็นการฝึกออกกำลังกายช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอก พร้อมรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพปอด เช่น ชาดำ แอปเปิล บรอกโคลี แครอต กระเทียม และขิง เป็นต้น

 

ซึ่งนอกจากการฉีดวัคซีน และการดูแลสุขภาพจะช่วยลดโอกาสเจ็บป่วย หรือติดเชื้อไวรัสต่างๆ ได้แล้ว การทำแผนการรองรับวิกฤตทางสุขภาพ การทำแผนประกันสุขภาพออนไลน์ซิกน่า ครอบคลุมความดูแลที่หลากหลายตั้งแต่อุบัติเหตุไปจนถึงโรคร้าย พร้อมมอบความดูแลต่อเนื่อง ด้วยแผนประกันชดเชยรายได้ และค่ารักษาพยายามติดตามอาการ สามารถรับกรมธรรม์หลังซื้อประกันซิกน่าออนไลน์ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะในวิกฤตการณ์ทางสุขภาพแบบนี้ ต้องซ้อมรับมือให้ดี...มีซิกน่าไว้ให้อุ่นใจ

 

รายละเอียดแผนประกันออนไลน์ซิกน่า : https://buy.cigna.co.th/

ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 1758

 

 

ที่มาข้อมูล :

https://ddc.moph.go.th/uploads/files/1343920200624020748.pdf

https://thestandard.co/how-do-you-plan-to-get-the-flu-vaccine-and-the-covid-19-vaccine/

https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/858

https://ddc.moph.go.th/uploads/files/1374320200714060231.pdf

 

 

แผนประกันแนะนำ

 

ประกันสุขภาพมิติใหม่

แผนประกัน
สุขภาพมิติใหม่

ประกันสุขภาพมิติใหม่
คุ้มครองโรคกรดไหลย้อน นิ้วล็อค และเบาหวานความดัน สามารถเลือกคุ้มครองเสริมโรคร้ายตามความเสี่ยง

ประกันสุขภาพ

แผนประกันภัย
โรคร้ายแรง

"“โรคร้าย…คุ้มครองครบ”"
”คุ้มครองสูงสุด 1.8 ล้านบาท เงินชดเชยรายได้สูงสุด 1,200 บาท/วัน

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุออนไลน์

"คุ้มครองคูณสาม รับกรมธรรม์ทันที"
ให้ความคุ้มครอง 3 เท่าสูงสุด 6.6 ล้านบาท พร้อมค่ารักษาสูงสุด 60,000 บาท/ครั้ง/อุบัติเหตุ