โรคประจำตัวเสี่ยงโควิด

ย้อนกลับไปช่วงปลายปี 2019 ที่ทั่วโลกได้เริ่มรู้จักเชื้อไวรัสโควิด-19 โรคอุบัติใหม่ที่แพร่กระจายอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ต่อเนื่องมาถึงปี 2020 เริ่มมีการพูดถึงกลุ่มเสี่ยงโควิดมากที่สุดในผู้สูงวัย แต่หากตัดภาพกลับมาตอนนี้กลุ่มเสี่ยงโควิดได้ถูกนับรวมถึงวัยรุ่นและวัยทำงานเข้าไปด้วย จนถูกเรียกว่าเป็นพาหะเดินได้ เพราะไม่แสดงอาการให้เห็นว่าติดเชื้อแต่ก็ทำคนอื่นเสี่ยงเพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่เดิมยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังสูงสุด!

3 วิธีตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของไทยในปัจจุบัน 

               เพราะเชื้อไวรัสยังเป็นสิ่งที่เราไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่แม้จะเป็นโรคอุบัติใหม่แต่สามารถแพร่กระจายได้รวดเร็ว และส่งผลถึงชีวิตได้ภายในระยะเวลาไม่นาน ทั้งยังไม่แสดงอาการให้เราเข้าใจว่าร่างกายได้รับเชื้อไวรัสร้ายมาแล้วด้วย! ความเงียบของไวรัสจึงทำให้เราต้องตระหนักดูแลตนเองและคนรอบข้างมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายยังปกติอยู่ไหม ? และยับยั้งเชื้อร้ายไม่ให้แพร่กระจายสู่คนรอบข้าง ดังนี้

 

การตรวจ

RT-PCR

RT-LAMP

Rapid test

เป้าหมาย

ตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัส

ตรวจหาแอนติเจนหรือโปรตีนของไวรัส

ตรวจหาภูมิคุ้มกันในเลือด  ไม่ได้ตรวจหาเชื้อ

ตรวจอย่างไร

สารคัดหลั่งในจมูกและลำคอ

สารคัดหลั่งในจมูกและลำคอ

เจาะเลือดปลายนิ้ว

ระยะเวลาทราบผล

3-5 ชม.

ภายใน 1 ชม.

10-15 นาที

ความแม่นยำ

แม่นยำมาก

ค่อนข้างแม่นยำ

ตรวจพบเชื้อได้ หากอยู่ในระยะฟักตัว (5-10วัน)

             

 พร้อมๆ กับการคิดค้นวิธีตรวจหาเชื้อโควิดที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประเทศสิงคโปร์ได้มีการพัฒนาการตรวจโควิด-19 จากลมหายใจ โดยเป็นการตรวจที่ทำควบคู่กับ Rapid Test สามารถให้ความแม่นยำได้กว่า 90% และรู้ผลได้ภายใน 1 นาที ความก้าวหน้าเหล่านี้จะช่วยให้เรารู้ทันเชื้อโควิด-19 ได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโควิด เพราะอาจติดโควิดและมีอาการโควิดรุนแรงได้มากกว่าใคร!

 

ตรวจโควิดกลุ่มเสี่ยง

8 โรคประจำตัว กลุ่มเสี่ยงติดโควิดมีโรคใดบ้าง ? 

               ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ เราต่างรู้ดีว่าการเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดของการหลุดรอดจากเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้ แต่อาจเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับผู้ที่ได้เป็นเจ้าของโรคประจำตัวบางชนิด ที่หากติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อาจมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป ได้แก่ 8 โรคประจำตัว กลุ่มเสี่ยงติดโควิด ดังนี้

  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ : กลุ่มเสี่ยงติดโควิด สืบเนื่องจากอาการไข้ที่ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนลดต่ำลงจนเกิดผลข้างเคียงต่างๆ ตามมาได้ เช่น ปอดบวม และกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน

  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน : กลุ่มเสี่ยงติดโควิด การติดเชื้ออาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเหวี่ยงไปมาจนควบคุมได้ยาก อีกทั้งธรรมชาติของเชื้อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเป็นอาการปกติที่พบได้ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง : กลุ่มเสี่ยงติดโควิด กระบวนการที่ใช้รักษาโรคทั้งจากการฟอกเลือดและเปลี่ยนถ่ายไต ทำให้ระดับภูมิคุ้มกันต่ำกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว หากได้รับเชื้อโควิด-19 เพิ่มจะยิ่งทำให้ร่างกายอ่อนแอมากขึ้น

  • ผู้ป่วยโรคปอดและระบบทางเดินหายใจ : กลุ่มเสี่ยงติดโควิด เพราะเป้าหมายของโควิด-19 ต้องการทำลายระบบหายใจของเรา ดังนั้นการติดเชื้อในผู้ป่วยโรคหอบ โรคปอดอักเสบ และโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง จึงยิ่งเป็นการกระตุ้นให้โรคกำเริบและเกิดความรุนแรงมากกว่าปกติ

  • ผู้ป่วยโรคอ้วน : โดยเฉพาะผู้ที่อายุตั้งแต่ 40 ปี และมีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานรุนแรง อาจเสี่ยงต่อภาวะหายใจลำบากเฉียบพลัน บวกกับอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ที่มีโอาสเกิดขึ้นตามมาได้หากติดเชื้อโควิด-19

  • ผู้ป่วยโรคตับ : ผู้ป่วยที่มีภาวะตับอักเสบจากภูมิไวเกิน (AIH) ตับอักเสบเรื้อรัง รวมถึงมะเร็งตับที่อยู่ระหว่างการให้คีโม เสี่ยงเกิดอาการรุนแรงได้เนื่องจากอาการป่วยและยาที่ใช้รักษาโรคโควิด-19 อาจมีผลกระทบต่อการทำงานของตับ อาจทำให้โรคที่เป็นอยู่เดิมควบคุมได้ยากหรือรุนแรงกว่าเดิม

  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง : กล่าวถึงผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มโรคมะเร็ง โรคเอดส์ ผู้ที่สุบบุหรี่จัด หรือผู้ที่ใช้ชีวิตสุ่มเสี่ยงต่อความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิดมากขึ้น

  • ผู้ป่วยที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน : เนื่องจากยากดภูมิจะเข้าไปทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ จนไม่สามารถต่อต้านเชื้อไวรัสหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงทำให้เสี่ยงติดเชื้อได้มากและมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงกว่าปกติ

แม้จะเป็นกลุ่มเสี่ยงโควิด ที่อาจมีอาการแสดงรุนแรงกว่าคนทั่วไป แต่ถ้าสังเกตอาการได้ไวก็สามารถยับยั้งความรุนแรงของโรคได้ทัน มากไปกว่านั้นคือการเฝ้าระวังและป้องกันตัวเองมากเป็นพิเศษ! หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่สุ่มเสี่ยง พร้อมๆ กับปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันขั้นพื้นฐานอย่างจริงจัง

 

ฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยง

เตรียมความพร้อมก่อนฉีดวัคซีน ฉีดพรุ่งนี้...วันนี้ต้องเตรียมอะไรบ้าง ? 

               เมื่อมีการค้นพบวิธีการตรวจหาเชื้อใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา การพัฒนาตัวยา หรือ วัคซีนโควิด (COVID-19 Vaccine) จึงเป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับตามากที่สุด ปัจจุบันทั่วโลกรวมถึงไทยก็ได้มีการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd immunity) ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ แต่ก่อนฉีดวัคซีนต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร วันฉีดวัคซีนจริงๆ ต้องแจ้งอะไรกับแพทย์บ้าง ? เรามาดูกัน

การเตรียมความพร้อมก่อนฉีดวัคซีน 

  • นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ ชาและกาแฟ (สำหรับผู้ที่ไม่ดื่มเป็นประจำ)
  • งดออกกำลังกายอย่างน้อย 1-2 วัน
  • หากตวรจพบอาการไข้ อาจยังไม่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีน
  • ไม่รับประทานยาลดไข้ หรือแก้ปวด

รวมถึงสิ่งที่ต้องแจ้งกับแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน เช่น โรคประจำตัวเรื้อรัง ยาประจำที่ใช้อยู่ ประวัติแพ้ยาหรือแพ้วัคซีน เป็นต้น โดยหลังการฉีดวัคซีนแล้วควรนั่งสังเกตอาการหลังได้รับวัคซีน 30 นาที ก่อนกลับบ้าน ในบางคนอาจมีไข้ต่ำๆ ซึ่งเป็นอาการไม่พึงประสงค์ทั่วไปที่สามารถพบได้ เกิดจากภาวะที่ร่างกายจะเริ่มมีการสร้างภูมิคุ้มกันใหม่ๆ ขึ้นมา แม้หลายคนจะแอบหวั่นใจ แต่การฉีดวัคซีนคือเกราะป้องกันขนาดใหญ่ที่ช่วยให้ร่างกายห่างไกลจากไวรัสร้ายได้ดีที่สุด รวมถึงการทำประกันสุขภาพออนไลน์จากซิกน่า ด้วยบริการครอบคลุมความดูแลที่หลากหลาย ตั้งแต่อุบัติเหตุทั่วไปจนถึงประกันโรคร้ายแรง พร้อมมอบความดูแลต่อเนื่อง เพื่อความอุ่นใจในการใช้ชีวิต จับมือร่วมฝ่าวิกฤตโควิดครั้งนี้ไปด้วยกัน

 

 

ที่มาข้อมูล :

https://science.mahidol.ac.th/th/activity/apr63-24.php

https://thematter.co/brief/144058/144058

https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/april-2020/covid-19-there-are-eight-risk-groups

 

 

แผนประกันแนะนำ

 

ประกันสุขภาพมิติใหม่

แผนประกัน
สุขภาพมิติใหม่

ประกันสุขภาพมิติใหม่
คุ้มครองโรคกรดไหลย้อน นิ้วล็อค และเบาหวานความดัน สามารถเลือกคุ้มครองเสริมโรคร้ายตามความเสี่ยง

ประกันสุขภาพ

แผนประกันภัย
โรคร้ายแรง

"“โรคร้าย…คุ้มครองครบ”"
”คุ้มครองสูงสุด 1.8 ล้านบาท เงินชดเชยรายได้สูงสุด 1,200 บาท/วัน

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุออนไลน์

"คุ้มครองคูณสาม รับกรมธรรม์ทันที"
ให้ความคุ้มครอง 3 เท่าสูงสุด 6.6 ล้านบาท พร้อมค่ารักษาสูงสุด 60,000 บาท/ครั้ง/อุบัติเหตุ