ซิกน่า
สอบถามผลิตภัณฑ์โทร 0-2099-3999
TH Thai

รวมข้อแนะนำในการดูแล และอยู่ร่วมอาศัยกับ สังคมผู้สูงอายุ

รวมข้อแนะนำในการดูแล และอยู่ร่วมอาศัยกับ "สังคมผู้สูงอายุ"

ปัจจุบันประชากรผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเราเข้าใกล้สังคมผู้สูงอายุเข้าไปทุกที ซึ่งคนในวัยนี้ถือเป็นวัยที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพราะผู้สูงอายุส่วนมากนอกจากความเสื่อมของร่างกายตามกาลเวลาแล้ว ยังมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ อีกที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ แต่ด้วยบริบทของสังคมในปัจจุบันนั้นเต็มไปด้วยความเร่งรีบ และการแข่งขัน ทำให้ในแต่ละวันมีกิจกรรมต้องทำมากมาย เป็นเหตุให้ผู้สูงอายุไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร ถ้าอย่างนั้นแล้วเราควรจะต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถอยู่ร่วมอาศัยในสังคมผู้สูงอายุแบบมีความสุขด้วยกันทั้งสองฝ่าย

หลัก 6 อ. ในการดูแลผู้สูงอายุ

การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่สำคัญและละเอียดอ่อน ดังนั้นลูกหลานจะต้องหมั่นใส่ใจ รวมถึงคอยสังเกตความผิดปกติ หรือความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ด้วย เพราะเมื่อเข้าสู่ช่วงสูงวัยร่างกายที่กระฉับกระเฉงจะเฉื่อยชาช้าลงกว่าที่เคยจนอาจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึก หดหู่ และไร้กำลังใจ แต่หากเราดูแลผู้สูงวัยเป็นอย่างดี ก็จะทำให้ผู้ใหญ่ในบ้านมีแรงใจ และแข็งแรงมากพอที่จะอยู่กับเราไปนานๆ

อาหาร

เมื่ออายุมากขึ้นผู้สูงอายุมักจะทานอาหารได้น้อยลง เนื่องจากอวัยวะต่างๆ ในร่างกายเสื่อมถอยลงตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นระบบย่อยอาหาร หรือการเคี้ยว ดังนั้นเราจึงต้องดูแลใส่ใจในเรื่องโภชนาการเป็นพิเศษ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง และลดความรุนแรงของโรคต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ผู้สูงอายุควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยลดอาหารประเภทไขมัน (น้ำมัน ไข่แดง เนย) และคาร์โบไฮเดรต (ข้าว แป้ง และน้ำตาล) ลง อาหารที่เหมาะกับคนในสังคมผู้สูงอายุได้แก่ โปรตีนที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา เสริมด้วยผัก ธัญพืช ผลไม้ที่ไม่หวานจัด และอย่าลืมดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ

อากาศ

การได้รับอากาศที่บริสุทธิ์นั้นจะช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกสดชื่น นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน และลดโอกาสที่จะเกิดโรคได้ โดยเน้นให้ผู้สูงอายุอยู่ในสถานที่ที่มีสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่เหมาะสม อาจทำได้ง่ายๆ โดยการปรับทัศนียภาพภายในบ้านให้ดูสะอาด โล่ง ปลอดโปร่งรวมถึงเติมออกซิเจนให้กับบ้านด้วยต้นไม้ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

ออกกำลังกาย

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายก็มักจะเคลื่อนไหวได้น้อยลง นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ปฏิเสธการออกกำลังกายโดยสิ้นเชิง แต่ในความเป็นจริงแล้วการออกกำลังกายในช่วงสูงวัยนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย เพราะการที่ผู้สูงอายุออกกำลังกาย หรือเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอจะทำให้กล้ามเนื้อต่างๆ แข็งแรง ร่างกายมีความคล่องตัว ซึ่งจะทำให้การทรงตัว และการเคลื่อนไหวดีขึ้น แต่การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุนั้นอาจจะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ควรเลือกการออกกำลังกายที่ไม่หนัก หรือหักโหมจนเกินไป เช่น แอโรบิค โยคะ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือการเต้นลีลาส เป็นต้น

รวมข้อแนะนำในการดูแล และอยู่ร่วมอาศัยกับ สังคมผู้สูงอายุ

อนามัย

การดูแลสุขภาพอนามัยที่ดี จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีสังคมและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยต้องพยายามลด ละ เลิก สิ่งที่ส่งผลกระทบ และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น แอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือพฤติกรรมที่มีความเสี่ยง นอกจากนี้ยังควรต้องหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการกิน ระบบย่อยอาหาร กล้ามเนื้อ ข้อต่อต่างๆ รวมถึงระบบการขับถ่าย ที่สำคัญต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีด้วย

อารมณ์

พื้นฐานการดูและผู้สูงอายุนั้นไม่เพียงแต่ต้องมีความใส่ใจในเรื่องของสุขภาพและสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่เท่านั้น แต่การดูแลในเรื่องสภาพจิตใจและอารมณ์ความรู้สึกก็สำคัญไม่แพ้กัน ในช่วงวัยนี้ผู้สูงอายุบางคนอาจมีอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย เพราะร่างกายทำงานช้าลง ไม่ได้ดั่งใจ ตามช่วงวัยที่เพิ่มมากขึ้น จึงควรต้องมีการพูดคุยให้ผู้สูงอายุค่อยๆ ทำความรู้จักและเข้าใจตัวเองถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มองโลกในแง่บวก ไม่ยึดติด ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียด และพยายามปล่อยวางในเรื่องต่างๆ ให้ได้มากที่สุด และใช้ชีวิตในโค้งสุดท้ายอย่างมีความสุขและมีคุณภาพ

ความอบอุ่น

การอาศัยร่วมอยู่กับสังคมผู้สูงอายุ ความอบอุ่นจากครอบครัวนั้นสำคัญและมีความหมายมาก เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่ช่วยให้ภาพสังคมผู้สูงอายุนั้นดูสมบูรณ์มากขึ้น เพราะความรัก ความเอาใจใส่ของลูกหลาน จะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองมีค่า ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวถูกทอดทิ้ง และไม่เป็นส่วนเกิน หรือเป็นภาระให้กับคนในครอบครัว เป็นเสมือนแรงผลักดันให้ผู้สูงอายุมีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไป


รวมข้อแนะนำในการดูแล และอยู่ร่วมอาศัยกับ สังคมผู้สูงอายุ

อาศัยอยู่กับผู้สูงอายุอย่างไรให้มีความสุข

อาศัยอยู่กับผู้สูงอายุอย่างไรให้มีความสุข

เมื่อคนในแต่ละยุคเกิดมาในสภาพแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน จึงอาจทำให้เกิด “ช่องว่างระหว่างวัย” ที่หากคนในครอบครัวไม่ยอมรับและทำความเข้าใจ เรื่องนี้อาจกลายเป็นปัญหาหลักสำหรับคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มตัว จนทำให้เป็นประเด็นที่ทำให้สมาชิกในบ้าน รู้สึกห่างเหินกันขึ้นทุกวัน การจะถมช่องว่างระหว่างวัยนี้ให้เต็มได้ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคนในบ้านในการตระหนัก เข้าใจ และยอมรับนับถือตัวตน รับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน โดยไม่ลืมที่จะพิจารณาถึงมุมมองของอีกฝ่ายอย่างเปิดใจ

มองเห็นคุณค่าและความสำคัญ

การมีโลกส่วนตัวที่สูงขึ้นมักเกิดขึ้นกับคนรุ่นลูกรุ่นหลาน จนอาจทำให้ผู้ใหญ่ที่อยู่ในบ้านรู้สึกน้อยใจ โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่พ้นจากการทำงานมาแล้ว อาจรู้สึกหมดคุณค่า ไม่สามารถทำประโยชน์กับใครได้อีก ทางออกที่ดีคือ หมั่นเติมความสุขด้วยการแชร์โลกของกันและกันให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ไม่ละเลย หรือลดบทบาทความสำคัญ รวมถึงเปิดโอกาสในการแสดงความคิดเห็น และเปิดทางให้อีกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในพื้นที่ของคุณบ้าง เช่น หลานๆ อาจจะชวนคุณตาคุณยายมารู้จักเทคโนโลยีใหม่ๆ ส่วนคุณตาคุณยายก็อาจปลูกฝังให้ลูกหลานเข้ามามีส่วนร่วมในสังคมผู้สูงอายุบ้าง เช่นการวัดทำบุญร่วมกัน เป็นต้น


รวมข้อแนะนำในการดูแล และอยู่ร่วมอาศัยกับ สังคมผู้สูงอายุ

หากิจกรรมให้ทำไม่ปล่อยให้เหงา

ลูกหลานหลายคนคิดว่าการให้ผู้สูงอายุอยู่แต่ในบ้านนั้นเป็นผลดี ปลอดภัย และช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุต่างๆ ที่อาจะเกิดขึ้นได้ แต่ความจริงแล้วการปล่อยให้ผู้สูงอายุนั่งๆ นอนๆ อยู่แต่ในบ้านนั้นอาจส่งผบให้สภาพจิตใจของผู้สูงวัยห่อเหี่ยวลงเรื่อยๆ ลองเปลี่ยนมาเป็นการสนับสนุนให้ผู้ใหญ่ในบ้านได้มีโอกาสลองทำกิจกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยสร้างคุณค่าในตัวเอง เช่น การปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ งานเย็บปักถักร้อย เข้าร่วมชมรมที่สนใจ หรือการเข้าวัดฟังธรรม นอกจากผู้สูงอายุจะไม่รู้สึกเหงาแล้ว กิจกรรมเหล่านี้ยังทำให้สมองได้ทำงานสม่ำเสมอ ลดอาการซึมเศร้าและอัลไซเมอร์ได้ด้วย

สรุป

สิ่งสำคัญที่จะทำให้การดูแลผู้สูงอายุเป็นไปได้อย่างราบรื่น ต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งผู้สูงอายุและสมาชิกในบ้านที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสภาพร่างกาย อารมณ์ หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป โดยสมาชิกควรเอาใจใส่ด้วยความรู้ ความเข้าใจ และความเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริง เพื่อจะได้ตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุได้อย่างแท้จริง สำหรับผู้สูงอายุเองก็ต้องเปิดใจ ปล่อยวาง ไม่ยึดติด และมีความยืดหยุ่นในเรื่องต่างๆ มากขึ้น เพื่อให้คนในครอบครัวสามารถอยู่ร่วมอาศัยกับ "สังคมผู้สูงอายุ" ได้อย่างมีความสุข

อ้างอิงจาก

  1. Paolohospital
  2. Samitivejhospital

แผนประกันแนะนำ

ประกันรุ่นใหญ่สุขใจ

แผนประกัน
รุ่นใหญ่สุขใจ

ประกันรุ่นใหญ่สุขใจ
คุ้มครองสูงสุด 2 ล้านบาท คุ้มครองอายุ 40-70 ปี ต่ออายุได้ถึง 75 ปี

ประกันสุขภาพ

แผนประกันภัย
โรคร้ายแรง

"“โรคร้าย…คุ้มครองครบ”"
”คุ้มครองสูงสุด 1.8 ล้านบาท เงินชดเชยรายได้สูงสุด 1,200 บาท/วัน

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุออนไลน์

"คุ้มครองคูณสาม รับกรมธรรม์ทันที"
ให้ความคุ้มครอง 3 เท่าสูงสุด 6.6 ล้านบาท พร้อมค่ารักษาสูงสุด 60,000 บาท/ครั้ง/อุบัติเหตุ