ภัยใกล้แค่เอื้อมกับ 'โรคอ้วน' ที่ไม่ใช่แค่ตัวที่อ้วน 

‘อ้วน’ คำสั้นๆ แต่ความหมายสุดเจ็บปวด เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากอ้วนหรือน้ำหนักเกิน บางคนอาจรู้ตัวว่ากำลังเผชิญหน้ากับ ‘โรคอ้วน’ ในขณะที่บางคนไม่รู้ตัวจึงต่อยอดพฤติกรรมเสี่ยงที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่หากเราได้ลองศึกษาดีๆ แล้วจะพบว่า เราสามารถลดความเสี่ยงของโรคอ้วนได้จากการรู้สาเหตุที่แท้จริง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเพื่อให้สุขภาพดีขึ้นได้ 

 
โรคอ้วน

 

‘โรคอ้วน’ อีกหนึ่งปัญหาสุขภาพของคนไทยที่มีความรุนแรงขึ้นในทุกปี โดยเฉพาะ 4-5 ปีให้หลังมานี้ที่สาเหตุส่วนใหญ่มาจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่ ที่มีพฤติกรรมเลือกทานอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล และไขมันในปริมาณที่สูงมากเกินความต้องการของร่างกาย และไม่มีเวลาออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายมีการสะสมไขมันมากกว่าปกติ สอดคล้องกับรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2559 ที่ระบุว่าประชากรทั่วโลกที่อายุมากกว่า 18 ปี ร้อยละ 39 มีภาวะน้ำหนักเกิน โดยในประเทศไทยนั้นอ้างอิงจากรายงานการสำรวจสุขภาพของคนไทย ผลการตรวจร่างกายพบว่า ผู้หญิงร้อยละ 41.8 และผู้ชายร้อยละ 39.2 มีภาวะน้ำหนักเกิน โดยมีค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index) หรือเรียกย่อๆ ว่า BMI เกินกว่า 25 (BMI>25) ถือว่าเป็นโรคอ้วนระดับที่ 1 หากสูงเกิน 30 (BMI>30) ขึ้นไป ถือว่าเป็นโรคอ้วนระดับที่ 2 

โดยปัจจัยเสี่ยงที่พบมากขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เป็นแบบตะวันตกมากขึ้น กินอาหารที่ให้พลังงานสูง เทคโนโลยีที่สะดวกสบายมากขึ้น การทำงานที่ใช้การเคลื่อนไหวหรือขยับร่างกายน้อยลง สังคมการทำงานที่มีการแข่งขันสูงทำให้เกิดความเครียด เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดโรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกินได้ทั้งสิ้น

 

โรคอ้วนคืออะไร 

โรคอ้วน (Obesity) คือ ภาวะที่ร่างกายมีการสะสมของไขมันมากเกินกว่าปกติ ซึ่งเกินกว่าที่ร่างกายจะเผาผลาญออกได้ จึงถูกสะสมพลังงานในรูปแบบของไขมันตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย และนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น นอนกรน ปวดข้อ ปวดหลัง ไขมันในเลือดสูง หอบหืด โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ไปจนถึงมะเร็งลำไส้และโรคร้ายแรงอื่นๆ ที่อาจรุนแรงจนถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ในอนาคต

 

ชนิดของโรคอ้วน 

เคยได้ลองสังเกตตัวเองดูบ้างไหมว่าจริงๆ แล้วเราอ้วนแบบไหนกันแน่ เพราะความอ้วนของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ลองสำรวจตัวเองกันสักนิดเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น มาดูกันว่าชนิดของความความอ้วนที่เรากำลังจะพูดถึงนั้นมีอะไรบ้าง 

อาหารที่ทำให้อ้วน

ความอ้วนที่ส่งผลต่อสุขภาพมีอยู่ 2 ประเภท 

  • อ้วนลงพุง คือลักษณะของคนอ้วนที่ไม่แสดงอาการใดๆ นอกจากรอบเอวหรือพุงขนาดใหญ่ ซึ่งมาจากการสะสมของไขมันในช่องท้องจำนวนมากที่ส่งผลให้การเผาผลาญน้ำตาลในร่างกายผิดปกติ จนน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไขมันในเลือดสูง ความน่ากลัวก็คือรอบพุงที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 5 ซม. จะเพิ่มโอกาสการเกิดโรคเบาหวานสูงขึ้น 3-5 เท่าทีเดียว

  • อ้วนทั้งตัว เป็นลักษณะของคนอ้วนที่มีไขมันทั้งร่างกายมากกว่าปกติ โดยไขมันที่เพิ่มขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งโดยเฉพาะ คนที่เป็นโรคอ้วนทั้งตัวส่วนใหญ่มักจะมีโรคอ้วนลงพุงร่วมด้วย ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้หลายอย่างทั้งโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคข้อเสื่อม โรคปวดหลัง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้โดยไม่รู้ตัว

สาเหตุของโรคอ้วน 

เมื่อเรารับประทานอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล ไขมัน เยอะเกินกว่าความต้องการของร่างกาย กระบวนการทำงานในร่างกายจะเก็บสะสมอาหารส่วนเกินเหล่านี้ในรูปแบบไขมันไปเกาะตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ทำให้เกิดภาวะอ้วนลงพุง ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงของโรคอ้วนนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดโรคอ้วนได้ดังนี้ 

  • พฤติกรรมการรับประทานอาหาร โอกาสเสี่ยงเป็นโรคอ้วนมักจะเกิดกับคนที่ชื่นชอบอาหารที่มีไขมันสูง เน้นอาหารจานด่วน รวมถึงอาหารที่มีน้ำตาล ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล glucose, fructose, น้ำหวาน เครื่องดื่ม ไวน์ เบียร์ อาหารเหล่านี้จะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็ว และทำให้ร่างกายหลั่งอินซูลินปริมาณมาก 
  • ภาวะที่ร่างกายเผาพลาญพลังงานน้อย สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอ้วนได้ง่ายๆ คือการละเลยการออกกำลังกาย ไม่ขยับร่างกายเพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญไขมันส่วนเกินออกไป ซึ่งโดยโครงสร้างปกติของร่างกายผู้ชายจะมีกล้ามเนื้อมากกว่าผู้หญิง และกล้ามเนื้อจะช่วยเผาผลาญพลังงานได้มาก ดังนั้นผู้หญิงจึงอ้วนง่ายกว่าผู้ชายและลดน้ำหนักยากกว่านั่นเอง
  • ยาบางชนิด มีฤทธิ์กระตุ้นทำให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น เช่น ยาคุมกำเนิด ยารักษาโรคซึมเศร้า Tricyclic Antidepressant, Phenothiazine ยาลดความดัน Beta-block ยารักษาเบาหวานและสเตียรอยด์
  • กรรมพันธุ์ หากพบว่าคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคอ้วน สมาชิกคนอื่นๆ ก็สามารถมีโอกาสเป็นโรคอ้วนได้เช่นกัน ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากพันธุกรรม เช่น ภาวะขาดหรือต้าน Leptin ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความอิ่ม ทำหน้าที่ควบคุมความอยากอาหาร หากเกิดภาวะนี้ฮอร์โมนจะไม่ส่งสัญญาณไปที่สมองทำให้รู้สึกหิวตลอดเวลา กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มนั่นเอง 
  • ความผิดปกติทางจิตใจ สำหรับบางคนที่มีอาการซึมเศร้า เครียด หรือวิตกกังวล ทำให้ร่างกายต้องการพลังงานมากขึ้น จึงกระตุ้นให้มีความรู้สึกอยากรับประทานอาหาร ส่งผลทำให้เกิดโรคอ้วนได้เช่นกัน 
  • การดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์ไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาทที่เรียกว่า AGRP ให้ตื่นตัวมากขึ้น ซึ่งช่วยกระตุ้นสมองให้มีความอยากอาหารหรือทำให้หิว ปลายทางของเรื่องนี้คือน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง ลองสังเกตดูว่าคนที่ชอบปาร์ตี้บ่อยๆ เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ มักจะอ้วนลงพุง !

นอกจากนี้ภาวะทางการแพทย์ เช่น ต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) หรือแม้แต่โรคซึมเศร้าก็อาจส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้และเสี่ยงเป็นโรคอ้วนเช่นกัน

  

สาเหตุโรคอ้วน

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคอ้วน 

หากร่างกายกำลังเผชิญกับความอ้วน จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคและอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วนได้มากมาย เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง มีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ ปวดตามกระดูกข้อต่อ ปวดหลัง ข้อเสื่อม โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองตีบตันและโรคมะเร็งต่างๆ นอกจากนี้ยังส่งผลต่อสุขภาพจิต ได้แก่ การขาดความมั่นใจในตนเอง ความรู้สึกโดดเดี่ยว เก็บตัว แยกตัว นำไปสู่ปัญหาด้านความสัมพันธ์ การเข้าสังคม การเรียน การทำงาน หรืออาจเกิดภาวะซึมเศร้าได้

รักษาโรคอ้วน

การรักษาและป้องกันโรคอ้วน

การรักษาในเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยโรคอ้วน คือการควบคุมอาหารและดูแลสุขภาพมากขึ้น ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายเพื่อควบคุมน้ำหนัก หรือเพื่อให้น้ำหนักลดลงและมีสุขภาพที่ดีขึ้น แต่ในกรณีที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไปแพทย์อาจพิจารณาให้รับประทานยาที่ส่งผลต่อการลดน้ำหนัก นอกจากนี้ในบางรายอาจจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดร่วมกับวิธีอื่นควบคู่กัน ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เฉพาะทาง

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นอาจอธิบายได้ว่า มีปัจจัยมากมายที่ทำให้เกิดโรคอ้วน แต่ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดโรคอ้วนในยุคนี้ก็คือ พฤติกรรมการรับประทานอาหารตามใจปากของเรานั่นเอง ซึ่งวิธีที่สามารถป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคอ้วนได้คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเป็นอันดับแรก เน้นรับประทานผักและผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง งดของทอดของมัน อาหารจำพวกแป้งและมีน้ำตาลมาก รวมไปถึงอาหารที่มีไขมันทรานส์ เช่น เบเกอรี ขนมหวานทุกชนิด ดื่มน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือน้ำอัดลม  

บวกกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน และควบคุมน้ำหนักให้ตรงตามเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน Leptin ออกมาทำงานได้เป็นปกติ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความมีวินัยในการดูแลตัวเองอย่างมาก หากเอาชนะใจตัวเองได้ก็จะทำให้เราห่างไกลจากโรคต่างๆ มากมาย รวมถึงโรคอ้วนกับพุงที่ไม่ได้รับเชิญด้วย 

เมื่อเราได้ทำความรู้จักกับ ‘โรคอ้วน’ มากขึ้นแล้ว จะเห็นได้ว่าการดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดี ด้วยการควบคุมอาหารการกินปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสมในแต่ละวัน พักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นวิธีป้องกันตัวเองที่ทำได้ง่ายและสามารถช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคอ้วนได้ รวมถึงการทำประกันสุขภาพที่เป็นเหมือนตัวช่วยคุ้มครองเราได้เมื่อวันที่เราเจ็บป่วยในอนาคต 

 

ref. kb.hsri.or.th

si.mahidol.ac.th

bangkokbiznews.com/blog

bbc.com/thai

 

 

แผนประกันแนะนำ

 

ประกันสุขภาพมิติใหม่

แผนประกัน
สุขภาพมิติใหม่

ประกันสุขภาพมิติใหม่
คุ้มครองโรคกรดไหลย้อน นิ้วล็อค และเบาหวานความดัน สามารถเลือกคุ้มครองเสริมโรคร้ายตามความเสี่ยง

ประกันสุขภาพ

แผนประกันภัย
โรคร้ายแรง

"“โรคร้าย…คุ้มครองครบ”"
”คุ้มครองสูงสุด 1.8 ล้านบาท เงินชดเชยรายได้สูงสุด 1,200 บาท/วัน

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุออนไลน์

"คุ้มครองคูณสาม รับกรมธรรม์ทันที" 
ให้ความคุ้มครอง 3 เท่าสูงสุด 6.6 ล้านบาท พร้อมค่ารักษาสูงสุด 60,000 บาท/ครั้ง/อุบัติเหตุ